ข่าว

'ปนัดดา'เหน็บประชานิยมทำคนเป็นซอมบี้

'ปนัดดา'เหน็บประชานิยมทำคนเป็นซอมบี้

19 มิ.ย. 2557

'ปนัดดา' เหน็บ 'ประชานิยม' ทำคนเป็นซอมบี้ จี้ 'ข้าราชการ' ประพฤติมิชอบให้กลับใจ ปลุก 'หน.ส่วนราชการ' เป็นแบบอย่างด้านความโปร่งใส

 
                       19 มิ.ย. 57  ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก “Panadda Diskul” ว่า เกือบไปแล้วที่จะเป็นซอมบี้กันทั้งประเทศ
 
                       ข้าพเจ้าพยายามมองถึงปัญหาของชาติที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมื่อมีเวลาว่างในช่วงพักเที่ยง หรือบ่าย มองให้ลึกลงไป จะเห็นได้ว่า แท้ที่จริงแล้วปู่ย่าตายายของคนไทย สอนลูกหลานเรากันมาถูกต้องทั้งสิ้น เช่น มองไปถึงเรื่องปัญหาการทุจริตข้าวที่เกิดขึ้น มันเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน ถ้าไม่ใช่เรื่องของความไม่มีน้ำจิตน้ำใจต่อพี่น้องเกษตรกร และลูกหลาน ไปคิดทำเป็นเกม สนุกสนานจนเป็นหนี้เป็นสินกันทั่วบ้านทั่วเมือง ในทวีปยุโรปหลายประเทศ เขาจึงรังเกียจมากต่อหลักคิดประชานิยม ไม่ว่าจะในเรื่องใดก็ตาม ศาสตราจารย์ชาวสวีเดนท่านหนึ่งพูดว่า ประชานิยมที่ทำให้คนดีๆ กลายเป็นซอมบี้ (ผีดิบ) มีเรื่องคืนภาษีรถยนต์คันแรกให้ครบ เรื่องโครงการบริหารจัดการน้ำที่ใหญ่โตมโหฬาร เรื่องรถไฟพลังเร็วสูงแบบญี่ปุ่น การไม่ให้ผู้คนเรียนรู้วัฒนธรรมประเพณีของชาติ และไม่เคารพจารีตประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ของแผ่นดิน ประการสำคัญที่สุด คือ การยุยงให้ประชาชนในชาติเกิดความแตกแยกเป็นจังหวัด เป็นภาค เพราะการเมืองที่ปราศจากจรรยาบรรณ แทนที่จะพูดว่า "จังหวัดทั้งหลายคือความเป็นประเทศไทยเดียวกัน ใต้ร่มพระบารมีเดียวกัน เราต่างพึ่งพาอาศัยกัน เราต้องรักกัน" บรรพชนไทยสอนเรามาเช่นนี้ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทานสอนแก่ศิษย์ของพระองค์ท่านที่สวนกุหลาบวิทยาลัย และนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาเช่นนี้
 
                       คุณความดีของชาติหายไปได้อย่างไร เป็นเรื่องที่พี่น้องเพื่อนข้าราชการ และประชาชนชาวไทย ต้องกลับมาช่วยกันฟื้นฟู คนเพียงส่วนน้อยนิดเท่านั้นที่อาจหลงทางเดินเพราะไปหลงในคารมกับอีกความร่ำรวยของคน เราทั้งหลายก็ต้องช่วยกันปรับปรุงตัวปรับเปลี่ยนแนวคิด เลิกถือเนื้อถือตัว หรือแบ่งชนชั้นวรรณะ เลิกเอารัดเอาเปรียบ เลิกทุจริตคดโกงอย่างเด็ดขาด ตั้งใจทำงานในสาขาอาชีพแห่งตนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และยึดหลักธรรมาภิบาลในการครองตนและครอบครัว
 
                       ต้องช่วยกันทุกผู้ทุกฝ่ายอย่างจริงจัง เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน มิเช่นนั้นแล้วคงมีหวังได้เห็นซอมบี้เดินกันเต็มเมือง
 
                       ปนัดดา ดิศกุล 19 มิ.ย. 57 / OPMT 7
 
 
 
จี้ 'ข้าราชการ' ประพฤติมิชอบให้กลับใจ
 
 
                       เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ม.ล.ปนัดดา กล่าวถึงความคืบหน้าในแนวทางสร้างความปรองดอง ว่า ขั้นตอนในขณะนี้เป็นขั้นตอนการดำเนินงานตามปกติที่ทั้ง 76 จังหวัด ดำเนินการโดยศูนย์ปรองดองจังหวัดและศูนย์ปรองดองในระดับอำเภอ ทำงานอย่างเต็มความสามารถ เพื่อสนองตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในเรื่องความสมัครสมานสามัคคีที่ข้าราชการต้องเป็นแบบอย่างเรื่องความโปร่งใสที่ทุกภาคส่วนต้องยึดมั่นในแนวทางนี้โดยเคร่งครัด ทั้งนี้จากการที่ตนลงพื้นที่ จ.พิจิตร ก็ได้รับรายงานว่า มีความมุ่งมั่นที่จะทำให้ความปรองดองเกิดผลสำเร็จโดยบริบูรณ์ เพราะหากความสามัคคียังไม่เกิดขึ้นในหมู่พี่น้องประชาชนโดยมีข้าราชการเป็นตัวอย่างที่เหมาะสมแล้วนั้น ปัญหาการปฏิรูปประเทศในขั้นตอนต่อๆ ก็คงจะยากลำบาก
 
                       ผู้สื่อข่าวถามว่า การปรองดองจะเป็นลักษณะเหมือนไฟไหม้ฟางหรือไม่ ที่เริ่มต้นดี แต่เมื่อมีฝ่ายการเมืองกลับเข้ามาปัญหาเก่าๆ ก็จะกลับมาอีก ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า ในขั้นตอนที่จะฝ่ายการเมืองเข้ามาคงยังเป็นเรื่องที่ไม่ถึงเวลาที่จะพูดคุยกัน ในขั้นตอนปัจจุบันควรจะพูดถึงข้าราชการในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ทำงานบริหารราชการแผ่นดินอย่างมุ่งมั่นเต็มความสามารถไม่มีการแบ่งเขาแบ่งเรา ซึ่งหลายจังหวัดที่หลายคนมองมีปัญหาก็ได้ผลดีเกินคาด ซึ่งภาคเอกชนและทุกภาคส่วนต่างก็มีส่วนร่วม ซึ่งต้องส้รางความสำนึกและความเข้าใจว่าข้าราชการเป็นเจ้าหน้าที่ของบ้านเมืองไม่ใช่บุคลากรทางการเมือง
 
                       เมื่อถามว่า หาก คสช.ยุติการบริหารงานแล้ว อาจจะมีความคิดแปลกแยกขึ้นอีกหรือไม่ ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า "ผมคิดว่าไม่ใช่ความกลัวอาจจะเรื่องของความใคร่ที่จะเห็นบ้านเมืองเกิดความร่มเย็นเป็นสุข เพราะความกลัวไม่จีรังยั่งยืน มีแต่คุณความดีเท่านั้น ประเทศเท่านั้นที่จะเป็นคำตอบสำหรับทุกคน ซึ่งข้าราชการเป็นส่วนน้อยที่ประพฤตินอกกรอบแบบสุดโต่ง แต่ส่วนใหญ่ก็ประพฤติปฏิบัติตัวดี ข้าราชที่ดีก็จะหมดกำลังใจไปด้วย จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ส่วนน้อยที่ประพฤติไม่ดีกลับมาเป็นพวกเดียวกัน"
 
                       เมื่อถามว่า เจ้าหน้าที่ส่วนน้อยที่ประพฤติไม่ดีจะมีการดำเนินการอย่างไร ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า ต้องมอบให้หัวหน้าส่วนราชการจะต้องดูแลคนในครอบครัวเดียวกันไม่ใช่ปล่อยปละละเลยให้คิดให้ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องเหมือนกับที่ผ่านมา บางครั้งก็เป็นข้าราชการระดับน้อย และมีความคิดสุดโต่ง ซึ่งน่าเห็นใจและช่วยกันแนะนำไม่ใช่เอาแต่ลงโทษ เพราะข้าราชการเหล่านี้เพิ่งเข้ามาใหม่ความคิดความอ่านทันสมัยอย่างมาก จนลืมเรื่องขนบทำเนียบประเพณีวัฒนธรรมไป หัวหน้าส่วนราชการก็ต้องช่วยกันเป็นพ่อเป็นแม่ดูแล และให้โอกาสในการกลับตัว เพราะพวกเราต่างเป็นคนไทยด้วยกันทั้งสิ้นทุกคน โดยตอนนี้ทุกคนต้องกลับมารักใคร่ปรองดองกัน
 
 
 
ปลุก 'หน.ส่วนราชการ' เป็นแบบอย่างด้านความโปร่งใส
 
 
                       ม.ล.ปนัดดา เป็นประธานการประชุมกลุ่มย่อยการปฏิรูประบบราชการ โดยกล่าวเปิดการประชุมตอนหนึ่ง ว่า อยากให้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน ทำให้ระบบราชการเป็นที่ยอมรับของประชาชน รวมทั้งในสายตาของชาวต่างประเทศ และอยากให้การทำงานมีประสิทธิภาพ โปร่งใส สะดวก และรวดเร็ว ซึ่งที่ผ่านมาข้าราชการไทยก็เป็นที่ยอมรับ แต่ยอมรับว่า ยังมีข้าราชการส่วนน้อยที่สร้างความเสียหาย แต่ข้าราชการส่วนใหญ่มีความมุ่งมั่นปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล แต่คนกลุ่มน้อยที่ทำผิดหรือทำไม่ดี ก็อาจทำให้เสียกำลังใจไปบ้าง จึงอยากให้ทุกคนช่วยกันคิดและหาวิธีการเพื่อปฏิรูประบบข้าราชการไทย ใน 3 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย การปฏิบัติตนของข้าราชการ และการปฏิรูประบบข้าราชการ การปฏิบัติตนของในฐานะเป็นข้าราชการของแผ่นดินในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และการปฏิบัติตนต่อผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน และประชาชนซึ่งตรงนี้จะต้องเน้นว่าจะต้องมีความพอดี ไม่ใช่เอาแต่ประจบประแจง จะต้องเน้นการให้บริการประชาชนเป็นศูนย์กลาง
 
                       ม.ล.ปนัดดา กล่าวต่อว่า การเป็นข้าราชการที่ดี จะต้องเน้นการสร้างความเชื่อมั่น ศรัทธาในการบริการประชาชนมีการพัฒนาคุณภาพ การให้บริการและเสริมสร้างวัฒนธรรมการบริการ โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เน้นการให้บริการเชิงรุก นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาให้บริการแก่ประชาชน รวมถึงยังต้องพัฒนาองค์กรให้มีขีดสมรรถนะสูงและทันสมัย เพิ่มประสิทธิภาพ การบริหารทรัพยากร ภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดความสิ้นเปลือง มีความคุ้มค่า บูรณาการการทำงานรวมกันระหว่างกระทรวงจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การวางระบบบริหารงานราชการแบบบูรณาการพัฒนาระบบประสานความร่วมมืออย่างมีประสิทธิภาพระหว่างส่วนกลางส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ส่งเสริมระบบการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีบนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน เสริมสร้างความสัมพันธ์ในการทำงานระหว่างภาครัฐกับภาคส่วนอื่นๆ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ยกระดับความโปร่งใสบนพื้นที่ฐานของระเบียบกฎหมายและยึดหลักธรรมาภิบาล สามารถตรวจสอบได้ โดยหัวหน้าส่วนราชการจะต้องเป็นแบบอย่างด้านความโปร่งใส ขยายผลโครงการภายใต้ร่มพระบารมี โดยยึดหลักคุณธรรม 4 ประการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นที่ตั้ง เพื่อส่งเสริมให้เกิดความรักความสามัคคี และการสร้างความพร้อมของระบบราชการไทย เพื่อเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนยกระดับธรรมาภิบาลในภาครัฐ เพื่อนำไปสู่ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางการเมือง และความเจริญของสังคมร่วมกัน