ข่าว

คสช.ขู่ฟันขรก.เอี่ยวขบวนการแรงงานผิดก.ม.

คสช.ขู่ฟันขรก.เอี่ยวขบวนการแรงงานผิดก.ม.

18 มิ.ย. 2557

คสช.ขู่ฟันขรก.เอี่ยวขบวนการแรงงานผิดก.ม. วอนผู้ประกอบการไม่ลักลอบนำเข้าแรงงานเถื่อนเพิ่ม เผยจะผ่อนผันในช่วงจัดระเบียบ 'อดุลย์'สั่งกรมประชาฯเร่งช่วยสื่อสาร


               เมื่อเวลา 15.20น.  วันที่ 18 มิ.ย.2557 พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะทีมโฆษก คสช. ระบุถึงกรณีปัญหาแรงงานต่างด้าวว่า ขณะนี้ได้รับข้อมูลว่ามีกลุ่มขบวนการที่คอยหาผลประโยชน์จากแรงงานต่างด้าว อาจมีเจ้าหน้าที่เข้าไปมีส่วนร่วมด้วย ซึ่ง คสช.จะเร่งดำเนินการเพื่อสืบสวน และกวาดล้างให้ได้โดยเร็ว แต่ทั้งนี้ในระหว่างการจัดระเบียบใหม่จะมีการผ่อนผันให้ โดยในสถานประกอบการเดิม ไม่ควรมีการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาเพิ่มเติม    

               พ.อ.วินธัย กล่าวด้วยว่า คสช. จะเร่งดำเนินการเพื่อขจัดขบวนการค้ามนุษย์การใช้แรงงานทาสทั้งบนบกและทางน้ำในทะเล เพื่อให้เกิดความปลอดภัยประเทศ และดูแลแรงงานไม่ให้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเด็ดขาด โดยจะเป็นการแก้ปัญหาของ คสช. อย่างเป็นระบบเนื่องจากเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีตและต่อเนื่องมายาวนานมีผลเสียต่อความเชื่อมั่นในต่างประเทศ และเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม    

               "หากมีเจ้าหน้าที่รัฐ หรือบุคคลใด มาขอเรียกรับผลประโยชน์ ขอให้แจ้งข้อมูลให้ คสช.ทราบโดยทันที เพื่อที่จะดำเนินการตามกฎหายต่อไป"รองโฆษกกองทัพบก กล่าว  


 "พล.ต.อ.อดุลย์"สั่งกรมประชาฯเร่งช่วยสื่อสารปมแรงงานต่างด้าว
 

               พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกิจการพิเศษ เป็นประธานมอบนโยบายการปฎิบัติงานให้กับข้าราชการระดับสูง ของกรมประชาสัมพันธ์และหน่วยงานราชการอื่น อาทิ สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมเปิดศูนย์ประชาสัมพันธ์สร้างความปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฎิรูป โดยมีนายอภินันท์ จันทรังษี อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ให้การต้อนรับ

               พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า สื่อสารมวลชนมีอิทธิพลในการให้ข้อมูลข่าวสารในสถานการณ์ขณะนี้ จึงขอความร่วมมือเกี่ยวกับการทำความเข้าใจกับคนในชาติให้เกิดความปรองดอง และความรักชาติ โดยนำเสนอข้อมูลข่าวสารให้เป็นไปตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น อีกทั้งสื่อสารมวลชนทุกวันนี้อยู่ในโลกที่ไร้พรมแดน ทุกคนสามารถรับรู้ข่าวสารได้ทั่วโลกภายในเวลาอันรวดเร็ว สื่อจึงถือว่าเป็นกลไกที่จะช่วยทำความเข้าใจกับคนในชาติ ซึ่งเป็นไปตามแนวทางของคสช.ทั้งการสร้างความเข้าใจกับคนในประเทศ เพื่อยุติสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น การฟื้นฟูความเชื่อมั่นกับต่างประเทศ  

               พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวถึงแรงงานต่างด้าวเดินทางกลับว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานความมั่นคง ขณะที่การเผยแพร่ข่าวสารเพื่อชี้แจงโดยรวมแล้ว ทางกรมประชาสัมพันธ์ต้องดำเนินการอยู่แล้ว



 ก.แรงงานแก้ขาดแคลนแรงงาน-ขู่เชือดขรก.เกี่ยวข้องค้ามนุษย์



               ที่ศาลาประชาคมอ่าวอุดม  อ.ศรีราชา  จ.ชลบุรี  นายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ  ปลัดกระทรวงแรงงานพร้อมด้วยนายประวิทย์    เคียงผล อธิบดีกรมการจัดหางาน(กกจ.)ได้ประชุมชี้แจงทำความเข้าใจกรณีกระแสข่าวลือการกวาดล้างจับกุมแรงงานต่าวด้าวและนโยบายการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวแก่ผู้ประกอบการและแรงงานกัมพูชาโดยมีผู้เข้าร่วมรับฟังประมาณ 1,500  คน
          
               นายจีรศักดิ์  กล่าวหลังประชุมชี้แจงว่า   ได้พูดคุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดทราบทุกฝ่ายทั้งทางจังหวัด  ทหารและหน่วยงานราชการต่างๆได้ร่วมมือกันชี้แจงทำความเข้าใจกับแรงงานต่างด้าวว่าคสช.ไม่มีนโยบายกวาดล้างจับกุมและผลักดันแรงงานต่าวด้าวอย่างเต็มที่      ซึ่งตนก็ได้ยืนยันว่าคสช.ไม่มีนโยบายจับกุม กวาดล้างแรงงานต่างด้าวในที่ประชุมด้วยนอกจากนี้  ยังได้ชี้แจงด้วยว่าคสช.มีนโยบายแก้ปัญหาและปราบปรามการค้ามนุษย์อย่างเด็ดขาด จะมีการเอาผิดตามกฎหมายทั้งผู้นำเข้ามา นายจ้างและข้าราชการ  เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันได้สั่งการให้สำนักงานจัดหางานจังหวัดในพื้นที่ต่างๆคอยจับตาและตรวจสอบว่ามีข้าราชการและเจ้าหน้าที่หน่วยงานของกระทรวงแรงงานเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์และเรียกเก็บหัวคิวแรงงานต่างด้าวหรือไม่  หากพบว่ามีข้าราชการและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องให้แจ้งในทางลับมายังกระทรวงแรงงานเพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบและเอาผิดต่อไป
          
               ด้านพลตำรวจตรีเกรียงศักดิ์ อรุณศรีโสภณ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 เปิดเผยว่า ตามหน้าด่านที่จังหวัดสระแก้ว จันทบุรี และตราด ยังคงมีแรงงานกัมพูชาไหลออกนอกประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีแรงงานเดินทางกลับประเทศแล้วกว่า 1 หมื่นคน ผ่านด่านบริเวณจังหวัดสระแก้วมากที่สุด ถึง 9 พัน 992 คน และตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา มีแรงงานกัมพชาไหลออกสะสมแล้วประมาณ 1 แสนคน
    
               สำหรับสาเหตุหลัก ยังคงมาจากการตื่นข่าวลือ รองลงมา คือ ถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยว ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ประจำด่านเกือบ 100 คน ชี้แจงทำความเข้าใจกับแรงงานที่เดินทางออกแล้ว

 

รัฐบาลกัมพูชาโยนคสช.รับผิดชอบ


               สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลกัมพูชา โดยนายซาร์ เค็ง รัฐมนตรีมหาดไทยและรองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้กล่าวตำหนิทางการไทย ภายใต้การปกครองชั่วคราวของทหารว่า เป็นต้นเหตุของวิกฤติแรงงานหลั่งไหลกลับบ้านอย่างกะทันหันในสัปดาห์นี้
    
               คำกล่าวของรองนายกรัฐมนตรีกัมพูชามีขึ้นที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันอังคาร วันเดียวกับที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยเชิญเอกอัครราชทูตกัมพูชาเข้าพบเพื่อทำความเข้าใจและร่วมมือกันกรณีแรงงานกัมพูชาตื่นตระหนกต่อข่าวลือเรื่องการกวาดล้างแรงงานต่างด้าวจนมีผู้อพยพกลับประเทศนับแสนคน
    
               "หลังการรัฐประหารในไทย ผู้นำกองทัพรีบเร่งส่งแรงงานกัมพูชาผิดกฎหมาย โดยไม่ได้แจ้งและหารือกับกัมพูชาเลย" นายซาร์ เค็ง กล่าว พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า มีชาวกัมพูชาเสียชีวิต 8 คน และบาดเจ็บ 19 คน จากอุบัติเหตุบนท้องถนนขณะหลบหนีการกวาดล้างกลับบ้าน
    
               นายซาร์ เค็ง กล่าวว่า ผู้นำรัฐบาลทหารของไทยจะต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น  รวมถึงการสูญเสียในชีวิตของแรงงานชาวกัมพูชา เพราะพวกเขาเป็นผู้ที่มีส่วนช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจของไทย ดังนั้น เมื่อเนรเทศพวกเขากลับ ธุรกิจในประเทศก็น่าจะประสบปัญหา และจากข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการที่ได้รับมา ทราบว่านายจ้างไทยเริ่มประท้วงในเรื่องนี้แล้ว
    
               ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีมหาดไทยกัมพูชาก็กล่าวด้วยว่า ในอนาคตหากชาวกัมพูชาต้องการไปทำงานในต่างแดนอีกขออย่าไปแบบผิดกฎหมาย พร้อมให้ตัวเลขชาวกัมพูชาที่ทำงานอยู่ในไทยว่า มีประมาณ 3-4 แสนคน




สระแก้วไทยเร่งแจงชาวเขมรต่อ



               ที่บริเวณด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว บรรยากาศเริ่มกลับมาคึกคักเหมือนเดิมโดยมีพ่อค้า แม่ค้า และกรรมกรชาวกัมพูชานับพันคนทยอยเดินทางข้ามด่านพรมแดนอรัญประเทศ จากฝั่งปอยเปต  ประเทศกัมพูชา เข้ามาทำการค้าขาย และทำงานรับจ้างในตลาดโรงเกลือ กันอย่างคึกคักโดยไม่มีความวิตกกังวลหรือความหวาดกลัว จนท.ไทยแต่อย่างใด จึงทำให้บรรยากาศบริเวณหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ และ ตลาดโรงเกลือ กลับมาคึกคักอีก ส่วนบรรยากาศการเดินทางกลับประเทศของแรงงานชาวกัมพูชา ได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดย จนท.ตม.จว.สระแก้ว ร่วมกับ ตร.สภ.อรัญประเทศ และ กองกำลังบูรพา ยังอำนวยความสะดวกจัดส่งแรงงานชาวกัมพูชากลับประเทศที่ยังตกค้างอยู่ฝั่งไทยกลับประเทศประมาณ 500 คนเศษ
    
               นอกจากนี้ ขณะ ร.อ.อภินันท์  สงครามชัย  ผบ.ร้อย ทพ.1206 ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา ร่วมกับ พ.ต.ท.เบญจพล  รอดสวาสดิ์  รอง ผกก.ตม.จว.สระแก้ว,พ.ต.ท.จตุรภัทร  สิงหัษฐิต สวป.สภ.คลองลึก และ นายวนวัฒน์  ทัศนเสถียร นายด่านศุลกากรอรัญประเทศ นำกำลังร่วมกันตั้งจุดตรวจค้น บริเวณจุดตรวจ อ.05 หน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้ตรวจพบแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา ตามข้อตกลง MOU จำนวน 50 คน เดินทางข้ามด่านพรมแดนอรัญประเทศ จากฝั่งปอยเปต  ประเทศกัมพูชา เข้ามาในประเทศไทย จนท.จึงเข้าตรวจสอบพบว่าเป็นแรงงานถูกกฏหมายพาสปอร์ตเข้ามาอย่างถูกต้อง โดยมีตัวแทนบริษัท จาก จังหวัดสมุทรปราการ,จังหวัดสงขลา และ กทม. เดินทางมารับแรงงานชาวกัมพูชา ถึงหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ โดย จนท.กองร้อยทหารพรานที่1206ฯและ ตม.จว.สระแก้ว ร่วมกันตรวจสอบเอกสารก่อนอนุญาติให้เดินทางเข้าประเทศ
    
               ทางด้านนายสุรวุฒิ  วงศ์สำราญ  อายุ 50 ปี ผู้จัดการบริษัท นอมาด โลจิสติคส์ และบริษัทนอมาดี พืชผล และเป็นกรรมการหอการค้าจังหวัดสระแก้ว เผยว่าจากการที่ คสช.จะให้ ด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว เป็นจุดวันสต็อปเซอร์วิส แรงงานต่างด้าว นับว่าเป็นสิ่งที่ดี จะทำให้ปัญหาแรงงานเถื่อนหมดไป อีกทั้งยังเป็นการตัดตอนการลักลอบขนแรงงานเถื่อนเข้าประเทศด้วย แรงงานชาวเขมรก็สามารถเข้ามาทำงานในประเทศไทยได้อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะแรงงานยากจนจะได้มีสิทธิเข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างถูกกฏหมายไม่ต้องถูกเอารัดเอาเปรียบ และผู้ประกอบการก็จะได้ไม่ต้องถูกรีดไถด้วย
    
               นายตัง  กวง อายุ 44 ปี ผู้ประกอบการชาวกัมพูชา บ้านอยู่กรุงปอยเปต ฝั่งประเทศกัมพูชา เผยว่าหากประเทศไทยตั้งจุดวันสต็อปเซอร์วิส ที่ด่านพรมแดนอรัญประเทศ แรงงานชาวเขมรท่ยากจนก็จะได้มสิทธิเข้าไปทำงานในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมาย นับเป็นสิ่งที่ดีต่อชาวกัมพูชาเป็นอย่างยิ่งขณะนี้แรงงานชาวกัมพูชาที่เดินทางกลับบ้านเกิดกำลังดีใจและเตรียมที่จะเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศอีกครั้ง เชื่อว่าหากประเทศไทยเปิดให้ทำวันสต็อปเซอร์วิส ณ.ด่านพรมแดนอรัญประเทศ วันไหนจะมีชาวเขมรนับหมื่นคนแห่มาทำจนด่านฯอรัญแตกแน่นอน


สตูลตรวจเข้มเรือประมงใช้แรงงานต่างด้าวก้าวสู่ประมงสีขาว



               นายประยูร รัตนเสนีย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ในฐานะประธานคณะทำงานบูรณาการความร่วมมือ ในการตรวจสอบสภาพการจ้าง สภาพการทำงาน และการค้ามนุษย์ด้านแรงงานในกิจการประมง และกิจการต่อเนื่อง  โดยเฉพาะเรือประมงไทย และเรือประมงสองสัญชาติไทย-มาเลเซีย  โดยนำคณะเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องที่มีการบูรณาการร่วมกัน โดยประกอบไปด้วยสำนักงาน.สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด จัดหางาน ตำรวจ ทหาร ฯลฯพร้อมนั่งเรือตรวจการณ์ 521 ของตำรวจน้ำจังหวัดสตูล ออกสุ่มตรวจตราในทะเลอันดามัน  

               นายประยูร กล่าวว่า ปัญหาการอพยพกลับประเทศของแรงงานกัมพูชาในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสตูลยังไม่พบ เนื่องจากแรงงานส่วนใหญ่เป็นแรงงานจากประเทศพม่า และไม่มีการตื่นตระหนกจากการอพยพกลับประเทศของแรงงานกัมพูชา ซึ่งมาตรการเข้มงวดในการตรวจตราของเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายในจังหวัดสตูล เพื่อตรวจดูสภาพความเป็นอยู่ อาหารการกิน ที่หลับที่นอน รวมถึงยาเสพติดเพื่อให้เป็นเรือประมงสีขาว ซึ่งการทำงานตรวจตราเฝ้าระวังก็ยังมีอย่างต่อเนื่อง พร้อมเชิญชวนให้ผู้ประกอบการเรือประมงนำแรงงานที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนเข้าขึ้นทะเบียนยังแรงงานจังหวัดเพื่อปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย
 

ระยองร่วมทหารชี้แจงกรณีแรงงานต่างด้าว
 
               นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เจ้าหน้าที่ ทหาร พัน.ร6 พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในจังหวัดระยอง จัดกิจกรรม  "จังหวัดเคลื่อนที่ คืนความสุขให้ประชาชน "   ที่ต.นาตาขวัญ อ.เมือง จ.ระยอง  ขณะเดียวกันเนื่องจาก   ต.นาตาขวัญ เป็นพื้นที่เกษตรกรรม  ซึ่งเจ้าของสวนต่าง ได้รับความเดือดร้อน จาก ปัญหา ขาดแคลนแรงงานต่างด้าว เพราะเป็นช่วงที่ผลไม้กำลังสุกพร้อมกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง จึงเรียกประชุม ผู้นำชุมชน ให้มีความเข้าใจ สถานการณ์ที่เป็นจริง ว่า ไม่มีการขับไล่ แรงงาน ออกนอกประเทศแต่อย่างใด  ดังนั้นจึงขอให้ชี้แจงทำความเข้าใจ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด และร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น