
เงินทองต้องรู้ : กลับเข้าสู่เส้นทางปกติ
20 มิ.ย. 2557
เงินทองต้องรู้ : กลับเข้าสู่เส้นทางปกติ : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]
มีเหตุให้ต้องไปเกาะแกะในบูธธนาคารออมสิน ที่จัดกิจกรรมกลางห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ใจกลางเมืองเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เรื่องของเรื่อง เพราะต้องไปรอลูกสาวที่ขออนุญาตตามติด “ศิลปิน” ในดวงใจแบบวัยรุ่นทั่วๆ ไป
บรรยากาศคึกคักเอาการ ไม่ใช่เพราะแบงก์พยายามหาศิลปินมาดึงดูดให้คนสนใจ แต่เพราะออมสินก็ยังเป็นออมสิน และกระปุกออมสินยังมีมนต์ให้เด็กๆ อยากครอบครองเสมอ ดังนั้น ตลอดหลายวันของการจัดงาน จึงมีพ่อแม่ผู้ปกครองจำนวนมาก จูงมือเด็กๆ ไปร่วมกิจกรรม ทั้งเปิดบัญชีสำหรับเงินออม และการซื้อสลากออมสินกันอย่างคับคั่ง
อย่างที่บอกไปค่ะว่า ในงานนี้มีศิลปินดารา-นักร้องสลับกันขึ้นเวที ซึ่งนอกจากจะสร้างความบันเทิงให้เหล่าแฟนคลับแล้ว ศิลปินแต่ละคนยังมี “เรื่องเล่า” เกี่ยวกับการออม รวมทั้งการลงทุนมาฝาก มีโอกาสฟัง “รอน เอเอฟ 5” หรือ “ภัทรพล โตอุ่น” นักแสดงรุ่นใหม่ซึ่งเป็นเด็กหนุ่มที่วิ่งหาความฝันจากการเป็น 1 ใน 12 คนของ “ทรู อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย” หรือ “เอเอฟ” ในซีซั่น 5 และได้ตำแหน่งเป็นรองแชมป์ในซีซั่นนั้น ก่อนจะผันตัวมาเป็นนักแสดงในสังกัดช่อง 3 มีผลงานอย่างต่อเนื่อง
“รอน” บอกว่า ในวัยเด็ก เขาก็มีความฝันเหมือนเด็กทั่วไป ที่อยากได้โน่นได้นี่ แต่เพราะ “แม่” สอนให้รู้จักเก็บ รู้จักออม เมื่อได้ค่าขนม เขาก็จะออมเงินใส่กระปุกไว้ ก่อนที่จะเอาไปใช้หมดในภายหลัง พอพูดถึงตรงนี้เจ้าตัวก็หัวเราะเสียงดัง ก่อนจะบอกต่อว่า “พออยากได้ของ ผมก็ใช้หมด เอาไปซื้อของที่อยากได้ แต่ก็ยังโอเคนะ เพราะถือว่าเราเก็บเอง ถึงจะใช้หมดก็เหอะ”
เขาบอกด้วยว่า ทุกวันนี้ เขาก็ยังออมอยู่ โดยเมื่อมีรายได้เข้ามา ส่วนหนึ่งจะถูกแบ่งไว้สำหรับออม แต่เขายังต่อยอดไปถึงการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนที่จะช่วยลดหย่อนภาษี
นั่งเพลินๆ ฟังสองพิธีกรสัมภาษณ์ “รอน” แล้วก็นั่งคิดตามว่า โลกปัจจุบันที่เปลี่ยนไป ทำให้เด็กๆ หลายคนสามารถเข้าถึงความฝันของตัวเองได้เร็วขึ้น ส่วนหนึ่งก็ต้องยอมรับว่า เวทีประกวดที่มีรางวัลต่างๆ มากมายเป็นค่าตอบแทนนี่แหละเป็นปัจจัยเร่งที่สำคัญ
ผู้ชนะจากเวที “เดอะ วินเนอร์ อีส” ร้องเพลงแค่ 6 เพลง ก็คว้าเงิน 10 ล้านบาทไปครองแล้ว ในขณะที่หลายคนใช้เวลาทั้งชีวิต ยังไม่เคยสัมผัสเงินล้าน แม้แต่จะเฉียดใกล้
จริงๆ กรณีของ “รอน เอเอฟ 5” ก็ใกล้เคียงกัน เพราะเมื่อได้ตำแหน่งรองแชมป์จากเวทีเอเอฟ เมื่อหลายปีที่ผ่านมา เขาก็ได้รับของรางวัลทั้งเงิน ทั้งรถยนต์ ตามมาด้วยงานในวงการบันเทิงที่สร้างรายได้ให้อย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่ใช่เงินมหาศาลในระดับซูเปอร์สตาร์ แต่มันก็มากพอจะเปลี่ยนชีวิตเด็กผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่ง
ถ้าไม่มีวินัยทางการเงิน ถ้าไม่มีความมุ่งมั่นในการสร้างอนาคต ที่ทุกคนต่างก็รู้ว่า ไม่มีอะไรแน่นอน สบายวันนี้ อาจจะกลายเป็นลำบากในวันหน้าได้ทุกคน
ไม่เพียงแต่ “รอน” หรือผู้ชนะจากรายการประกวดเวทีใดๆ ที่ชีวิตเปลี่ยนกะทันหันจากความสำเร็จในช่วงเวลาแค่พริบตา แต่ยังหมายรวมถึงเด็กๆ จำนวนไม่น้อยที่ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก เป็นจุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจ บางคนกลายเป็นเถ้าแก่น้อยกันตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 15 ปี หลายคนประสบความสำเร็จกับการทำธุรกิจออนไลน์ สร้างรายได้ให้แก่ตัวเอง หรืออาจจะมากพอที่จะดูแลครอบครัวได้ด้วยซ้ำ
น่ายินดีที่เด็กๆ เหล่านี้ “รู้หา” คือ รู้จักช่องทางในการสร้างรายได้อย่างถูกต้อง ไม่ผิดกฎหมาย ไม่เบียดเบียนใคร แต่พ่อแม่หรือผู้ใหญ่ ก็มีหน้าที่ต้องทำให้พวกเขารู้จัก “รู้เก็บ” และ “รู้ใช้” เมื่อมีเหลือ ก็ต้อง “รู้ต่อยอด” ด้วยการลงทุนเพื่อให้เงินงอกเงย และถ้าเหลือมากๆ จนพอจะดูแลคนอื่นได้บ้าง ก็ต้องให้พวกเขา “รู้แบ่งปัน”
เด็กๆ เหล่านี้เริ่มต้น “ถูกทาง” กับการรู้จัก “หาทรัพย์” ด้วยความสามารถของตัวเอง การส่งเสริมให้เดินถูกทางจะยิ่งทำให้พวกเขามีอนาคตที่มั่นคงมากขึ้น แต่สำหรับคนที่เดินผิดทางมาแล้ว ก็ไม่ใช่ว่าจะกลับเข้าสู่เส้นทางที่ถูกต้องไม่ได้
นานมาแล้ว ระหว่างขับรถไปต่างจังหวัดกับเพื่อน เขาขับไปในที่ที่ไม่เคยไป โดยไม่มีแผนที่ ไม่มีเครื่องนำทาง เมื่อถามว่า จะไปถึงจุดหมายปลายทางได้ยังไง เขาตอบว่า ถนนมันก็มีแค่นี้แหละ เดี๋ยวมันก็วนมาเจอกัน บางทีอาจจะหลงออกนอกเส้นทางบ้าง ขับอ้อมบ้าง ขับเลยไปบ้าง หรือต้องกลับรถบ้าง แต่ถ้าเรามีจุดหมายปลายทางชัดเจน เดี๋ยวมันก็ไปถึง
คนที่หลงทางในเส้นทางการเงิน ถ้ามุ่งมั่นตั้งใจจริง ก็คงกลับสู่เส้นทางปกติได้ไม่แตกต่างกัน
เหมือนกับโครงการ “ยาสูบยิ้ม” ของโรงงานยาสูบ ที่ คุณต่อศักดิ์ โชติมงคล ผู้อำนวยการยาสูบ เล่าให้ฟังอย่างภาคภูมิใจกับผลงานที่ทำให้พนักงานโรงงานยาสูบกลับเข้าสู่เส้นทางปกติทางการเงิน
คุณต่อศักดิ์ บอกว่า จริงๆ แล้ว โครงการยาสูบยิ้ม จะประกอบด้วย 4 ยิ้ม นั่นคือ เงิน ความรู้ สุขภาพ และมิตรภาพ โดยในส่วนของ “เงิน” นั้น เป้าหมายก็คือ ทำให้พนักงานที่ประสบปัญหาทางการเงิน มีปัญหาหนี้นอกระบบ กลับมามีชีวิตทางการเงินที่ปกติ “อย่างยั่งยืน”
“เราทำทั้งหมด 6 ด้าน นั่นคือ ปรับปรุงสภาพหนี้ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย กำกับดูแลติดตาม สร้างคุณธรรม และสร้างความมั่นคงยั่งยืนด้วยการออม”
โดยพนักงานที่เข้าร่วมโครงการ จะต้องเริ่มต้นด้วยการปรับปรุงสภาพหนี้ เคลียร์หนี้เก่า ไม่ก่อหนี้ใหม่ โดยเฉพาะหนี้นอกระบบที่ไม่จำเป็น จากนั้นก็ช่วยเพิ่มรายได้ให้พนักงานด้วยการให้เพื่อนพนักงานด้วยกันสอนทำงาน “อาชีพเสริม” ใหม่ๆ ให้ ไม่ว่าจะเป็นการทำสวน ล้างรถ หรือล้างแอร์ และอนุญาตให้ใช้ช่วงเวลาพักกลางวันสำหรับเพิ่มรายได้จากอาชีพเสริมกับเพื่อนๆ ร่วมองค์กร ส่วนการลดค่าใช้จ่ายนั้น จะเน้นที่การทำบัญชีครัวเรือน ทำบัญชีรายรับรายจ่ายทุกวัน ทั้งหมดนั้น จะทำอย่างจริงจัง เพราะยาสูบจะใช้ “เทรนเนอร์” ซึ่งเป็นพนักงานด้วยกันทำหน้าที่กำกับดูแลและติดตาม ถ้าพบว่า ใครขาดวินัยและหวนกลับไปเป็นหนี้โดยไม่จำเป็นอีก ก็จะถูกตัดความช่วยเหลือทันที
“มีพนักงานทดลองเข้าร่วมโครงการ 40 คน ซึ่งมี 20 คนที่มีชีวิตปกติแล้ว จากที่ไม่เคยยิ้มมา 4-5 ปี วันนี้เขายิ้มได้แล้ว และยิ้มได้จริงๆ ผมไม่รู้ว่า คนอื่นจะว่ายังไง แต่สำหรับเรา แม้กระทั่งคนเดียวที่ไม่ฆ่าตัวตาย เราก็ถือว่าโครงการนี้ประสบความสำเร็จแล้ว”
ยาสูบยิ้มแล้ว กลับเข้าสู่เส้นทางปกติได้แล้ว เราก็ยิ้มและกลับสู่เส้นทางปกติได้เหมือนกัน
---------------------------
(เงินทองต้องรู้ : กลับเข้าสู่เส้นทางปกติ : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected])



