
ชาวแม่กลอง-ราชบุรีค้านสุดตัวมอเตอร์เวย์สายนครปฐม-ชะอำ
18 มิ.ย. 2557
ชาวแม่กลอง-ราชบุรีค้านสุดตัวมอเตอร์เวย์สายนครปฐม-ชะอำ : รายงาน โดย... นารีย์ ชายวงษ์
โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายนครปฐม-อ.ชะอำ หรือมอเตอร์เวย์ เป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองที่ต่อเนื่องจากทางหลวงพิเศษหมายเลข 81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ที่ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม โดยทางหลวงพิเศษแนวใหม่นี้ จะเป็นทางหลวงพิเศษที่ได้มาตรฐานสากลและทันสมัยรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ภาคตะวันตกและภาคใต้ตามนโยบายด้านโลจิสติกส์ของไทย ในการสำรวจออกแบบเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด จึงแบ่งออกเป็น 2 ตอน ระยะทางรวม 109 กม. ตอนที่ 1 เริ่มต้นที่ กม.9 ทางหลวงหมายเลข 81 บริเวณบ้านโคกพระ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม และสิ้นสุดที่ กม.73 บริเวณถนนธนบุรี-ปากท่อ ต.แพรกหนามแดง อ.อัมพวา จ.สมุทรสง คราม ระยะทางรวม 63 กม. รับผิดชอบโดยบริษัท เอ็มเอเอ คอนซัลแตนท์ จำกัด
ตอนที่ 2 เริ่มต้นที่ กม.73 ถนนธนบุรี-ปากท่อ และสิ้นสุดที่ กม.119 บริเวณบ้านท่าต้นโพธิ์ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ระยะทางรวม 46 กม. รับผิดชอบโดยบริษัท เทสโก้ จำกัด ถนนสายดังกล่าวขณะนี้อยู่ระหว่างฟังความคิดเห็น แต่โครงการนี้เป็นโครงการใหญ่ที่ใช้เงินลงทุนสูงและต้องเวนคืนที่ดินมหาศาล อีกทั้งถนนสายนี้ยังขวางทางเดินน้ำจากเทือกเขาตะนาวศรี ที่จะไหลลงสู่อ่าวไทย ทำให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบและผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ โดยเฉพราะชาว จ.ราชบุรีและจ.สมุทรสงคราม ที่วิตกกังวลและออกมาคัดค้าน พร้อมยกร่างกฎหมายเสนอคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) หากผลออกมาไม่เป็นไปตามความต้องการก็จะพึ่งศาลปกครอง
"สมยศ แม้นกลิ่นเนียม" อยู่บ้านเลขที่ 37/1 หมู่ 1 ต.วันดาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี บอกว่า ทำนาอยู่ 50 ไร่ ได้ผลผลิตดีทุกปี ถ้าไม่มีปัญหาภัยธรรมชาติ หากมีการสร้างถนนมอเตอร์เวย์หรือทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายนครปฐม-อ.ชะอำ อาจได้รับผลกระทบ เนื่องจากถนนมอเตอร์เวย์ข้ามหลังคาบ้านเต็มๆ และมอเตอร์จะเป็นคันกั้นน้ำ เวลาฝนตกน้ำจะออกทางไหน ต้องประสบปัญหาน้ำท่วม อยากทราบว่า หากทำโครงการก่อสร้างจะชดเชยให้อย่างไร และจะให้เอาที่ดินที่ไหนมาทำกิน ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครบอกว่าจะมีโครงการสร้างถนนมอเตอร์เวย์ หรือทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายนครปฐม-อ.ชะอำ
"น้ำไหลสู่ที่ต่ำ เมื่อมีคันกั้นน้ำแล้วน้ำจะไปไหน และคงท่วมทั้งบ้านพักอาศัยและพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านในหมู่บ้านผม ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน และมอเตอร์เวย์จะสร้างจุดออก จุดเข้าตามย่านชุมชน แล้วชาวบ้านที่อยู่นอกชุมชนจะเข้า-ออกมอเตอร์เวย์อย่างไร คงต้องไปหาทางเข้า ทางออก ตามย่านชุมชนซึ่งไกล ทำให้เสียค่าใช้จ่ายและเสียเวลา ซึ่งจะทำให้วิถีชีวิตชุมชนเปลี่ยนแปลง และผมจะประสบปัญหาที่ทำกิน เพราะที่นาผมถูกมอเตอร์เวย์ผ่ากลางและถนนเป็นคันกั้นน้ำ เมื่อที่ดินถูกแบ่งอีกแปลงไม่สามารถสูบน้ำเข้าได้ เพราะไม่ได้อยู่ติดคลองส่งน้ำ" สมยศ กล่าว
ขณะที่ "ยุคล กำเนิดแขก" อยู่บ้านเลขที่ 77 หมู่ 7 ต.พงสวาย อ.เมือง จ.ราชบุรี บอกว่า การสร้างทางใหม่ขึ้นมาเป็นทางระหว่างเมืองที่เรียกว่าทางพิเศษตรงทางรอยต่อบริเวณถนนเพชรเกษมที่จะลงไปภาคใต้ ทำอย่างไรที่จะได้ประโยชน์อย่างแท้จริง เพราะเส้นทางจาก จ.เพชรบุรี ไปถึงภาคใต้ไม่มีโครงการ ซึ่งทำให้เป็นคอขวด ที่อ้างว่ารองรับเออีซี ถ้าถนนไม่ต่อเนื่องไปชนชายแดนมาเลเซียสร้างแล้วไม่มีประโยชน์จะรีบสร้างไปทำไม ควรค่อยไปเป็นค่อยไป ยึดแนวถนนเพชรเกษมสายเก่าจะได้ไม่ต้องเวนคืนที่ดิน เพราะถนนสายใหม่ที่จะสร้างต้องเวนคืนที่ดิน ซึ่งเป็นพื้นที่การเกษตร สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน
"เท่าที่ทราบมีหลายคนโดนถนนเส้นนี้ผ่ากลางผืนดินทำกินแล้วถูกเวนคืนเฉพาะที่ถนนผ่าน ส่วนที่อยู่ริมถนน 2 ด้าน ไม่ได้รับเวนคืนและที่ดินที่เหลือมีน้อยไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ อยากจะให้มีการแก้ปัญหานี้ให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบด้วย" ยุคล กล่าว
ส่วน "ชิษนุวัฒน์ มณีศรีขำ" อยู่บ้านเลขที่ 29 หมู่ 7 ต.ปลายโพงพาง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม กล่าวว่า ถ้าคำนึงด้านเศรษฐกิจผลกระทบวิถีชีวิตคนและพื้นที่การเกษตรหายไป บริษัทที่ปรึกษาบอกว่า หากยกระดับไปตามถนนเพชรเกษมแล้วต้องผ่านเมือง ทำให้มีการลงทุนเยอะกว่า ตรงนี้อยากถามบริษัทที่ปรึกษาและกรมทางหลวงว่า การสร้างเส้นทางสายใหม่แล้วมีผลกระทบกับพื้นที่การเกษตรและวิถีชีวิตชุมชนได้มีการตีค่าไว้อย่างไร
"ผมอยากให้คิดตัวเลขเศรษฐกิจที่สูญเสียทั้ง 2 ด้าน ทั้งคนเมืองและเกษตรกร แล้วมาบอกชาวบ้านแล้วให้ชาวบ้านเลือก" นายชิษนุวัฒน์ กล่าว
ด้าน "ชลอ น้อยมาก" อยู่บ้านเลขที่ 52 หมู่ 1 ต.ปากท่อ อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี บอกว่า ทำนาอยู่ 10 ไร่ และกังวลว่ามอเตอร์เวย์หรือทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายนครปฐม-อ.ชะอำ จะมีผลกระทบกับวิถีชีวิตชาวบ้าน เพราะเส้นทางมอเตอร์เวย์ผ่านที่ดินทำกินและบ้านของชาวบ้าน ซึ่งที่ดินต้องถูกเวนคืนและต้องรื้อบ้าน
"ตอนนี้ถนนยังไม่ได้สร้าง แต่ผมมีความทุกข์ หากมีการสร้างมีการเวนคืนที่ดิน ผมจะสู้รบตบมืออย่างไรและใครจะรับผิดชอบ ผมข้องใจทำไมไม่สร้างยกระดับตามแนวถนนเพชรเกษมเดิม โดยไม่ต้องวิตกว่าการสร้างแบบยกระดับจะใช้เงินค่าก่อสร้างสูง เพราะสร้างเสร็จแล้วเก็บเงินจากผู้ใช้บริการ" ชลอ กล่าว
"วินัย เกตุน้อย" อาชีพรีบจ้างอยู่บ้านเลขที่ 14 หมู่ 5 ต.บ้านป่า อ.เมือง จ.ราชบุรี กล่าวว่า ไม่อยากขัดขวางความเจริญ แต่โครงการนี้รัฐไม่ให้ความเป็นธรรมทุกเรื่อง อยู่ๆ ก็เสนอโครงการมาให้ตัดสินว่าเอาหรือไม่เอา โครงการของรัฐบาลไม่ห่วงความทุกข์ประชาชน อยู่ๆ จะจับเอากลุ่มทุนขึ้นมาเสนอแนะทำโครงการนั้น โครงการนี้ โครงการนี้หากได้ทำจริงๆ ประชาชนควรได้มีความร่วมเป็นเจ้าของ และแสดงความคิดเห็นก่อนสร้าง" วินัย กล่าว
ขณะที่ "สุรจิต ชิรเวทย์" อดีตส.ว.สมุทรสงคราม กล่าวว่า โครงการนี้แผนแม่บทได้มาโดยมิชอบ เพราะไม่ผ่านกระบวนการครบถ้วน ตามรัฐธรรมนูญปี 50 เพราะโครงการนี้ทำตามมติ ครม.ปี 40 แต่มาขยับทำโครงการปี 50 จึงต้องทำตามรัฐธรรมนูญปี 50 แผนโครงการมิชอบ เพราะใช้วิธีฟังความคิดเห็นตามระเบียบสำนักนายกฯ ประชาชนเห็นว่าต้องฟังความคิดเห็นตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
"ถ้าแม่ไม่ถูกแผนโครงการคือตัวลูกออกไม่ได้ และรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ว่าผ่านความเห็นชอบแล้วเมื่อปี 54 แต่ก็ไม่ชอบ เพราะเป็นโครงการใหญ่รุนแรง ต้องทำผลกระทบสุขภาพด้วย นอกจากนี้กระบวนการรับฟังยังไม่ชอบ การศึกษาไม่รอบด้าน ขณะนี้ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้กำลังยกร่างประเด็นเสนอคสช. ถ้าผลออกมาไม่เป็นไปตามความต้องการของผู้ได้รับผลกระทบก็ไปอาศัยกระบวนการศาลปกครอง" สุรจิต กล่าว
โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายนครปฐม-อ.ชะอำ หรือมอเตอร์เวย์ หากกรมทางหลวงยังขืนเดินหน้าต่อโดยไม่ฟังเสียงชาวบ้าน โครงการนี้ก็ยากจะเกิด เพราะคนเมืองแม่กลองและเมืองราชบุรีจะต่อสู้อย่างมีระเบียบแบบแผนเดินตามกรอบของกฎหมาย ตอนนี้ยังไม่สายที่กรมทางหลวงจะหันหน้ามาคุยกับชาวบ้าน เพราะหากดื้อดึงเดินหน้าต่อเรื่องคงต้องจบที่ศาลปกครองแน่นอน



