
จากหัวใจพ่อพลเมืองดีความสูญเสียที่น่าภาคภูมิ
จากหัวใจพ่อพลเมืองดีความสูญเสียที่น่าภาคภูมิ : สำนักข่าวเนชั่น โดย มณเฑียร อินทะเกตุรายงาน
ในนาทีชีวิต ขณะนักเรียนนักเลงกลุ่มหนึ่งซ้อนรถมอเตอร์ไซค์ไล่ยิงคู่อริ คมกระสุนจากปลายกระบอกปืนปากกาในมืออาชญากรวัยคะนอง พุ่งตัดขั้วหัวใจชายหนุ่มคนหนึ่งล้มลงทั้งยืน ไม่เหลือแม้ลมหายใจสุดท้ายพอที่จะให้ผู้คนรายรอบได้ตั้งสติและยื้อยุดฉุดรั้งวิญญาณ
"ภาณุพงศ์ เอี่ยมสะอาด" หนุ่มวัยฉกรรจ์ ที่แม้ในอดีตจะผ่านเรื่องราวร้ายๆ มาพอสมควร ทั้งเกเร และยาเสพติด ที่ต้องเข้ารับการบำบัด แต่ความดี และจิตอาสาที่เขาเพียรสร้างในเวลาต่อมา ช่วยให้ชาวชุมชนวางใจ ไว้ใจ และยกย่องเขาในที่สุด แม้ในนาทีสุดท้ายของชีวิต
เมื่อช่วงค่ำวันที่ 16 มิถุนายน ที่ผ่านมา ตำรวจ สน.โชคชัย รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิตบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 83/62 ซอยเสนานิคม 104 แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กทม. "ภาณุพงศ์" คือเหยื่อกระสุนคนล่าสุดจากเหตุการณ์ "นักเรียนนักเลง" ก่อเหตุทะเลาะวิวาทตามที่ตำรวจได้รับแจ้งมานั้น
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางสายตาของเพื่อนบ้านหลายคู่ ที่มานั่งพูดคุยกันอยู่ที่หน้าบ้านเหมือนวันอื่นๆ ในช่วงค่ำ เสียงร้องขอความช่วยเหลือจากเด็กนักเรียนคนหนึ่ง ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์มาพร้อมเสียงแผดก้องจากอีกหลายคันที่ไล่ตามหลังมา เสียงของเด็กคนนั้นปลุกจิตอาสาของภาณุพงศ์ให้ตื่นขึ้น และเข้าพยุงร่างของเป้าหมายนักเรียนอันธพาล หากแต่จิตอาสาของหนุ่มวัย 36 กลับดับวูบลงทันทีพร้อมดวงวิญญาณที่ถูกปลิด
"ตอนนี้ลูกชายของผมไปดีแล้วไปสบายแล้ว" คือคำบอกกล่าวของ "บุญเลี่ยม เอี่ยมสะอาด" พ่อของภาณุพงศ์ ในนาทีที่ต้องสะกดกลั้นน้ำตาไว้ จากการสูญเสียเลือดเนื้อเชื้อไข และไม่เคยนึก ไม่เคยคาดฝันมาก่อนว่า จะต้องมาเตรียมจัดงานศพลูกชายที่มาด่วนจากไปอย่างกะทันหัน
"บุญเลี่ยม" นำศพลูกชายมาตั้งสวดพระอภิธรรมศพและประกอบพิธีทางศาสนาอย่างเรียบง่าย ที่ศาลา 2 วัดลาดปลาเค้าในช่วงบ่ายของวันถัดมา ผู้เป็นพ่อในวัย 62 ปี เตรียมพร้อมทุกสิ่งอย่างทั้งรอรับแขกเหรื่อที่จะมาร่วมไว้อาลัย ทั้งงานการอื่นใดที่กำลังตามมาในงานสวด
แน่นอนว่าความเสียใจจากการสูญเสียลูกชาย กำลังโหมประดังจนจุกอกแทบพูดไม่ออก แต่ในความเศร้าโศกนั้น กลับมีมุมเล็กๆ ในหัวใจ "บุญเลี่ยม" ระบายความในใจต่อนักข่าวเอาไว้ว่า "เพราะลูกชายได้ตายจากไปขณะทำความดี ตายไปแบบมีสิ่งดีๆ ให้จดจำ ให้คนพูดถึง ก็ขอให้ลูกได้ไปอยู่ในภพภูมิที่ดีสมกับความดีที่ได้ทำจนต้องมารับเคราะห์ตายแทนคนอื่น"
“ลูกชายผมเป็นคนชอบช่วยเหลือคน ใครตกทุกข์ได้ยาก ตกที่นั่งลำบากพอช่วยได้จะช่วยอย่างไม่เขินอาย ตอนเกิดเหตุถ้าเป็นผมอยู่ผมก็ต้องช่วย แต่ผมก็ไม่คิดว่าการช่วยเหลือคนในครั้งนี้จะรุนแรงถึงขั้นตายจากกันไป" นั่นคือ "จิตอาสา" ครั้งสุดท้ายของภาณุพงศ์ ซึ่งบุญเลี่ยมบอกว่า เป็นเพียงหนึ่งในหลายๆ อย่างที่เขาอุทิศเพื่อสังคม "เพราะที่ผ่านมาเขาจะทำหน้าที่พลเมืองดีช่วยคนอื่นตลอด ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุก็จะไปช่วยกั้นพื้นที่อำนวยการจราจรร่วมกับเจ้าหน้าที่ ท่อตันน้ำไม่ไหล เขาช่วยได้จะช่วยหมด แม้แต่ลอกท่อเขาก็ยังช่วยทำโดยไม่เกี่ยง”
กิจกรรมที่ภาณุพงศ์อุทิศให้แก่ชุมชนเสมอมา คือแรงเร้าหนึ่งซึ่งกระตุ้นให้น้ำตาเพื่อนบ้านรื้นออกมาอย่างไม่เขินอาย "พัฒชลี สนธิ" สาวใหญ่วัย 47 ปี เพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์บรรยายความในใจเอาไว้ว่า เธอรู้สึกเสียดายที่คนดีผู้บริสุทธิ์ต้องมาจากไปจากพฤติกรรมเหิมเกริมไม่เกรงกลัวกฎหมาย ทำให้ต้องสูญเสียพลเมืองดีไป โดยที่คนร้ายก็หนีรอดไปได้
แต่ในมุมมองของ พ.ต.อ.ธนวัตร วัฒนกุล ผู้กำกับการ สน.โชคชัย เขามีคำแนะนำสำหรับการทำหน้าที่พลเมืองดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ควรจะเอาตัวเอง เอาชีวิตเขาไปเสี่ยงในนาทีวิกฤติ
"การเป็นพลเมืองดีสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับเหตุที่เกิดขึ้น ระหว่างนั้นช่วยจดจำตำหนิรูปพรรณสัณฐานคนร้าย วัตถุพยานสิ่งที่ก่อเหตุได้แล้วบอกให้เจ้าหน้าที่ทราบเพื่อเป็นข้อมูลในการสืบสวนจับกุม และทุกวันนี้มีโทรศัพท์ที่ถ่ายรูปถ่ายคลิปไว้จะเป็นหลักฐานอย่างดี ซึ่งการทำแบบนี้ก็ถือว่าทำหน้าที่พลเมืองดีแล้ว"
-----------------------------------
(หมายเหตุ : จากหัวใจพ่อพลเมืองดีความสูญเสียที่น่าภาคภูมิ : สำนักข่าวเนชั่น โดย มณเฑียร อินทะเกตุรายงาน)



