ข่าว

ถนนทุกสาย...วิ่งหาคสช.

ถนนทุกสาย...วิ่งหาคสช.

18 มิ.ย. 2557

ถนนทุกสาย...วิ่งหาคสช. : สำนักข่าวเนชั่น โดยอรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ

              การเข้าควบคุมอำนาจการปกครองของ "คณะรักษาความสงบแห่งชาติ" หรือ คสช. ทำให้หลายคนเกิดมีความหวังว่าจะเห็นอนาคตที่ดีขึ้นของประเทศไทย รวมไปถึงท่าทีต่างๆ ที่ออกมาจาก คสช. นั้นดูเหมือนว่าจะจริงจังในการแก้ทุกปัญหา

              ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ งานยากอย่างการปฏิรูปการเมือง การสร้างความปรองดองที่เป็นภารกิจหลัก ยังมีงานต่างๆ ที่ คสช. ให้ความสนใจไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปพลังงาน การรื้อโครงสร้างรัฐวิสาหกิจ การกวาดล้างอบายมุข แก้ปัญหาวินมอเตอร์ไซค์ รถตู้   การปราบปรามยาเสพติด การจัดการแรงงานผิดกฎหมาย การจับกุมผู้ตัดไม้ทำลายป่า การแก้ปัญหาราคาสลากกินแบ่งรัฐบาล การจัดการมาเฟีย ฯลฯ

              ที่สำคัญคือแทบทุกงาน "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" จะเข้ามาดูด้วยตัวเอง ประกอบกับทุกวันศุกร์ หัวหน้า คสช.จะมาชี้แจงความคืบหน้าให้รับทราบ ทำให้ภาพของ "อัศวินขี่ม้าขาว" ปรากฏขึ้นมาในสายตาคนไทย เพราะมีทั้งความสามารถและความหวังดีต่อประเทศ และที่สำคัญคือนาทีนี้ท่านมีอำนาจสูงสุด

              ดังนั้น จึงไม่แปลกว่าถึงวันนี้ถนนทุกสายจะวิ่งเข้าหา "พล.อ.ประยุทธ์" หวังให้ช่วยแก้ปัญหาที่กำลังประสบ ยกตัวอย่างแค่ในสัปดาห์นี้ที่เริ่มตั้งแต่ผู้ค้าตลาดนัดจตุจักร ร้องให้ช่วยแก้ปัญหาส่วย จัดระเบียบในตลาด รวมไปถึงการขอให้ กทม.เข้ามาบริหารจัดการตลาดแทนการรถไฟ

              ยังมีกรณีที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จาก อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ขอให้ช่วยเหลือจากกรณีที่นายอำเภออุทัยจะทำการย้ายที่ว่าการอำเภอไปที่แห่งใหม่ ซึ่งมีลักษณะคับแคบกว่าที่เดิม รวมถึงประชาชนเดินทางไม่สะดวกในการติดต่อราชการ และเกรงว่าจะมีเรื่องของผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง

              นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มคนพิการทางสายตาขอให้จัดสรรโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล ยังไม่รวมก่อนหน้านี้ที่มีกลุ่มอาชีพ หรือผู้ได้รับความเดือดร้อนต่างๆ ทยอยกันมาเรียกร้องต่อ คสช. เป็นระยะๆ

              คำถามคือ "พล.อ.ประยุทธ์" จะทำอย่างไร เพราะสภาวะการจัดการปัญหาแบบปัจจุบันที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการจัดการปัญหาแบบรวมศูนย์ โดยมี คสช.เป็นศูนย์กลางของการแก้ปัญหาทุกอย่าง ข้อดีคือสามารถจัดการทุกอย่างได้อย่างที่ตั้งใจ แต่หากปริมาณงานมากขึ้นเรื่อยๆ จะจัดการไหวหรือไม่

              แม้เราจะเข้าใจว่าสถานการณ์ช่วงนี้เป็นสถานการณ์พิเศษที่ต้องมีการบริหารเช่นนี้ แต่เราก็หวั่นว่าด้วยสภาพสังคมไทยที่แหลกเละมานาน เมื่อเจอความหวังเช่นนี้แล้วสามารถจัดการปัญหาได้ ก็จะยิ่งคาดหวัง

              แต่เรื่องที่คนเข้ามาร้องก็จะมีความซับซ้อนมากขึ้น หลายเรื่องจะเป็นเรื่องที่มีผลประโยชน์ ทั้งคนที่ถูกร้องและคนที่ร้อง หากทำตามใครคนหนึ่งก็จะขัดผลประโยชน์อีกคนหนึ่ง จึงเป็นเรื่องที่ผู้บริหารต้องสร้างความสมดุลให้ได้

              กอปรกับจากนี้ไปจะเป็นสนามจริงที่ คสช.ต้องเจอ เพราะยิ่งอยู่ในอำนาจนานเวลาฮันนีมูนก็จะเหลือน้อยลงเรื่อยๆ สวนทางกับที่ปริมาณงานที่จะเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ เช่นเดียวกับความคาดหวังของคนในสังคม

              และต้องไม่ลืมว่า ณ วันนี้ "พล.อ.ประยุทธ์" กำลังเป็นความหวังอย่างมากๆ ในทุกๆ เรื่อง และทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามกฎของโลก เมื่อมีความคาดหวังมากเท่าไหร่ แต่หากไม่ได้ดั่งหวังแรงดีดสะท้อนกลับย่อมมากขึ้นตามไปด้วย

              จึงเป็นหน้าที่ของ "พล.อ.ประยุทธ์" ที่รับอาสากระโดดเข้ามา ต้องรับผิดชอบต่อเรื่องเหล่านี้ โดยท่านย่อมมีทางเลือกหลากทางในการบริหาร ทางที่ดีที่สุดคือทำทุกเรื่องให้สำเร็จ หากปริมาณที่มากจนทำไม่ไหวอาจใช้วิธีกระจายอำนาจไม่ต้องแบกรับภาระงานไว้กับตัวมากจนเกินไป หรืออีกทางคือทำเฉพาะเรื่องใหญ่ที่เป็นภารกิจหลักจริงๆ เท่านั้น

              ทั้งหมดเป็นคำตอบที่ "พล.อ.ประยุทธ์" ต้องตอบด้วยตัวเอง

-------------------

(หมายเหตุ : ถนนทุกสาย...วิ่งหาคสช. : สำนักข่าวเนชั่น โดยอรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ)