
แนวทางการปรับปรุง สถาบันการเงินเฉพาะกิจ
19 มิ.ย. 2557
สวัสดีเศรษฐกิจ : แนวทางการปรับปรุง สถาบันการเงินเฉพาะกิจ : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร
จากข่าวสารที่ออกมาเป็นระยะว่า กระทรวงการคลังมีแผนที่จะปฏิรูปสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ หรือ SFIs เพื่อหวังเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การกลับมามีบทบาทและภารกิจตามที่ได้เคยกำหนดเมื่อตอนจัดตั้งและการเสริมสร้างความมั่นคงในระบบ ให้รองรับเหตุการณ์และความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ต้องเป็นภาระทางการมากเกินไป และท้ายที่สุดคือการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน สังคม ลูกค้าตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายว่า การเข้ามาของฝ่ายการเมืองผ่านนโยบายนั้น ต้องไม่สร้างภาระหรือความเสียหายในระยะยาว สิ่งที่น่าจะได้นำไปพิจารณามีดังนี้ครับ
1.การมีคณะกรรมการนโยบาย หรือที่เรียกว่า Policy Board มากำกับดูแล โดยเน้นไปที่การกำหนดเป้าหมายตามภารกิจ ตัวชี้วัด การกำหนดวิสัยทัศน์ การกำหนดสิ่งที่เรียกว่าความทับซ้อน และสิ่งที่เรียกว่าช่องว่างของภารกิจระหว่างสถาบัน การคัดสรรคณะกรรมการ และอำนาจในการถอดถอนผู้บริหารสูงสุดของสถาบันการเงินนั้นๆ คณะกรรมการชุดนี้ควรมีเครื่องมือที่สำคัญคือ อนุกรรมการตรวจสอบและประเมินผล และคณะผู้ตรวจการการปฏิบัติการ
2.การสร้างความโปร่งใสในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการรายงานผลการปฏิบัติงานรายเดือน รายงานด้านความเสี่ยง ฐานะเงินกองทุน การจัดชั้นสินทรัพย์ที่ประกอบด้วยคุณภาพของสินเชื่อ เงินลงทุน และภาระผูกพัน ความเพียงพอและการกันสำรอง แบบเปิดเผยทุกเดือนผ่านช่องทางที่จะให้สาธารณะ ผู้ฝากเงิน ผู้ซื้อตราสาร ผู้วิเคราะห์การลงทุนได้ติดตามผล
3.การรายงานผลต่อสาธารณะทุกไตรมาสผ่านการแถลงข่าวสารอย่างเป็นมาตรฐาน และทุกปีจะต้องจัดทำรายงานเปรียบเทียบเป้าหมายที่ได้รับกับผลที่ได้ดำเนินการไป และควรจะมีการนำเสนอ Policy Statement โดยประธานกรรมการหรือผู้บริหารสูงสุดทุก 6 เดือนเพื่อสร้างกระบวนการให้คำมั่นสัญญาต่อสาธารณะ ที่สำคัญควรให้ทุกสถาบันมีหน่วยงานคล้ายๆ นักลงทุนสัมพันธ์มาจัดทำข้อมูลเสนอเป็นประจำ เรียกว่าต้องมีการสอบวิทยานิพนธ์กับผู้มีส่วนได้เสีย
4.มาตรฐานทางการบัญชี ผู้สอบบัญชี มาตรฐานการกำกับดูแล ตลอดจนแผนธุรกิจ ต้องมีความเป็นมาตรฐานในระดับสากล หากมีการกำหนดสิ่งใดที่ต่ำกว่าต้องมีการแถลงหรือแจ้งไว้อย่างเปิดเผย และสิ่งที่เป็นมาตรฐานที่แตกต่างนั้นต้องผ่านการอนุมัติของ Policy Board เช่น การนิยามของคำว่า สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เป็นต้น
5. การแยกบัญชีการดำเนินงานตามนโยบาย หรือ Public Service Account กับธุรกรรมเชิงพาณิชย์ให้ชัดเจน มีการแยกแหล่งเงินที่มาดำเนินการ การประเมินและบริหารความเสี่ยง เพื่อให้ชัดเจนว่าอันไหนใครเป็นคนสั่ง ใครเป็นคนทำ ใครต้องมารับผิดชอบในท้ายที่สุด
บัดนี้กระทรวงการคลังมีอำนาจเต็มในการดำเนินการแล้ว ขณะที่ฝั่งธนาคารแห่งประเทศไทยก็พร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ โดยทุกฝ่ายมองว่าการปฏิรูปดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ดีและจำเป็นต้องทำ เพื่อให้เป็นไปตามบทบาทที่ใครๆ ก็มองสถาบันการเงินรัฐเป็นสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาชุมชนให้มีความเจริญ มีความสุข ยั่งยืนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
------------------------------
(สวัสดีเศรษฐกิจ : แนวทางการปรับปรุง สถาบันการเงินเฉพาะกิจ : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)



