ข่าว

'ปนัดดา'ชี้ปรองดองต้องใช้เวลา!

'ปนัดดา'ชี้ปรองดองต้องใช้เวลา!

17 มิ.ย. 2557

'ปนัดดา' ชี้ เดินหน้าปรองดองต้องใช้เวลา รอตัวเลขข้าวจาก พณ. ก่อนลุยตรวจโกดัง แจงสอบทุจริต อส. ไม่ใช่ความขัดแย้งองค์กร

 
                        17 มิ.ย. 57  เมื่อเวลา 13.30 น.  ที่ทำเนียบรัฐบาล  ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเวทีปรองดองของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า มีหลายจังหวัดที่นำคู่กรณีมานั่งทานข้าว เล่นกีฬาพร้อมกัน ซึ่งจากการลงพื้นที่จังหวัดชลบุรี ก็จะเห็นได้ว่ามีคู่กรณีมาร่วมกิจกรรม ซึ่งการเริ่มต้นดีกว่าไม่เริ่มอะไรเลย แต่ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ ก็ระบุว่า ต้องทำต่อไป ไม่ใช่เริ่มเพียง 1-2 วันแล้วหยุด ทุกอย่างต้องใช้เวลา เพราะเรามีปัญหานี้มา 10 ปีแล้ว จึงเป็นเรื่องที่พี่น้องชาวไทยต้องเป็นกำลังใจกัน ส่วนแผนโรดแม็พ ขั้นที่ 1 ที่กำหนดระยะเวลา 3 เดือน ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ทุกฝ่ายมีความมุ่งหมาย ทุกจังหวัดที่ไปทำกิจกรรม เช่น จังหวัดนครพนม ตั้งแต่ระดับอำเภอทุกอำเภอ จะรายงานปัญหาไปยังจังหวัด ก็จะมองเห็นเป็นภาพรวม แต่จะเกิดความสำเร็จหรือไม่ ข้าราชการต้องเป็นหลักให้ดี ยึดมั่นความถูกต้อง เป็นศักดิ์ศรีให้ประชาชน ซึ่งทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้า คสช. ได้เน้นย้ำในเรื่องความปรองดองและความโปร่งใสที่จะต้องสัมพันธ์กันทั้ง 2 เรื่อง
 
                        ส่วนจะมีการให้ผู้ว่าราชการมาประเมินในระยะต่อไปหรือไม่นั้น ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า คิดว่าทางกระทรวงมหาดไทยก็คงมีเรื่องนี้อยู่ในใจอยู่แล้ว ที่จะต้องทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบและประเมินผลได้ ซึ่งการทำงานสมัยนี้ต้องมีตัวชี้วัด
 
 
 
รอตัวเลขข้าวจาก พณ. ก่อนลุยตรวจโกดัง
 
 
                        ม.ล.ปนัดดา กล่าวถึงการดำเนินการของคณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐ ว่า ได้มีการใส่กุญแจโกดังข้าวเพิ่มตามโกดังข้าวต่างๆ เพื่อไม่ให้มีการขนย้ายข้าวในขณะนี้ ทั้งนี้จะต้องรอกระทรวงพาณิชย์ ยืนยันตัวเลขที่ชัดเจนให้ทราบภาพรวมทั้งหมดก่อน หลังจากนั้นก็จะเริ่มดำเนินการทันที โดยจะเริ่มตรวจโกดังต่างๆ ทุกโกดังในแต่ละพื้นที่
 
 
 
แจงสอบทุจริต อส. ไม่ใช่ความขัดแย้งองค์กร
 
 
                        ม.ล.ปนัดดา กล่าวถึงการดำเนินการกรณีทุจริตอาหารกล่องของอาสารักษาดินแดน (อส.) ในจังหวัดภาคเหนือ ว่า ตนไม่อยากพูดเรื่องนี้ต่อ ขอให้เป็นเรื่องของกระทรวงมหาดไทยดำเนินการดีกว่า ในเมื่อเรื่องถึงขั้นที่ต้องมีการพิจารณาว่าอะไรถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง ก็ให้เป็นไปตามขั้นตอนของทางราชการที่มีการกำหนดไว้ชัดเจนแล้ว และขอฝากให้นายศิริพงษ์ ห่านตระกูล อธิบดีกรมการปกครอง ให้ช่วยพิจารณาดำเนินการตามที่เห็นสมควร
 
                        เมื่อถามว่า ได้มีการส่งรายงานการสอบสวนมาหรือไม่ ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า เป็นเรื่องของการศึกษาข้อปัญหาว่าเป็นอย่างไรในเรื่องอาหารกล่อง เช่น ตัดหัวคิวหรือไม่อย่างไร ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นของการศึกษา โดยเราต้องให้เกียรติอธิบดีกรมการปกครอง ที่จะต้องมีการพิจารณาในชั้นสุดท้าย
 
                        ส่วนกรณีที่อธิบดีกรมการปกครอง ออกมาระบุว่า เรื่องดังกล่าวผลสอบไม่พบการทุจริตนั้น ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า ทั้งนี้เป็นเรื่องของขั้นตอนทางราชการ คงไม่ใช่เรื่องจะจบหรือไม่จบ แต่ทุกฝ่ายคงต้องพิจารณาว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้อง และเป็นสิ่งที่ประชาชนหรือประชากรของรัฐพึงจะต้องได้รับผลประโยชน์สูงสุด จึงต้องพิจารณาในเชิงของความถูกต้องเหมาะสม 
 
                        ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการเชิญอธิบดีกรมการปกครองมาหารือหรือไม่ ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า ตนไม่อยากให้เป็นภาพของความขัดแย้ง เพราะสิ่งนี้ไม่ใช่นิสัยของพวกเราในการทำงาน แต่อยากให้เป็นภาพของความร่วมมือร่วมใจ และช่วยตรวจตราว่าอะไรถูก อะไรผิด ไม่ใช่เรื่องของความขัดแย้งระหว่างหน่วยเด็ดขาด
 
                        เมื่อถามว่า เมื่ออธิบดีกรมการปกครองระบุเช่นนั้น ส่วนตัวยังค้างคาใจอยู่หรือไม่ ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า คงจะขอประสานและสอบถามว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร
 
                        เมื่อถามว่า นอกจากเรื่องการทุจริตอาหารกล่องของ อส. มีการร้องเรียนเรื่องอื่นด้วยหรือไม่ ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า มีหลายเรื่องที่เข้ามา ซึ่งตนกำลังศึกษารายละเอียด ส่วนศูนย์รับเรื่องราวร้องเรียนสายด่วน 1111 ของสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น นอกจากจะมีการร้องเรียนเรื่องทุจริต-ความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ ขณะเดียวกันก็มีการให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ด้วย ซึ่งข้าราชการส่วนใหญ่ มีความประพฤติดี มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ที่ประพฤติมิชอบ จึงทำให้เกิดความเสียหายกระทบกันหมด
 
                        เมื่อถามว่า ยืนยันหรือไม่ ว่าจะมีการตรวจสอบ และนำผู้กระทำผิดมาลงโทษอย่างเป็นรูปธรรม ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า ได้มีการประสานไว้แล้ว ถ้าหากมีเรื่องใดที่เข้ามาแล้วขัดต่อกฎหมาย ไม่โปร่งใส ก็ต้องเป็นเรื่องที่ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) ต้องทำงานเป็นหลักให้เรา เพราะในขั้นตอนเรื่องเจ้าหน้าที่รัฐทุจริตมิชอบเป็นเรื่องของทั้ง 2 หน่วยงานอยู่แล้ว รวมทั้งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ซึ่งภายใน 2 วันนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ (กพร.) และสำนักงานข้าราชการพลเรือน (กพ.) จะมีคุยกันนอกรอบที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะคุยกันเรื่องกฎระเบียบต่างๆ ที่จะปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น ทั้งนี้ยึดถือตามนโยบายของคสช.