ข่าว

ทหารลงพื้นที่แจงจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว

ทหารลงพื้นที่แจงจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว

17 มิ.ย. 2557

ทหารลงพื้นที่แจงจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว วอนเขมรอย่าตื่นข่าวลือยันไม่ได้กวาดล้าง 'ประจิน'ชี้สื่อสารผิดพลาดมั่นใจจะทยอยกลับไทย

               17มิ.ย.2557 พ.อ.พิชิต มีคุณสุต ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 12 กองกำลังบูรพา( ผบ.ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา) ได้สั่งการให้ ร.อ.อภินันท์ สงครามชัย  ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 1206 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 12 กองกำลังบูรพา ร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง   จัดกำลังร่วมกันนำรถยนต์ติดตั้งเครื่องขยายเสียงติดแผ่นป้ายไวนิล เขียนข้อความเป็นภาษากัมพูชา และให้เจ้าหน้าที่ซึ่งสามารถสื่อสารภาษากัมพูชาได้ ออกประชาสัมพันธ์และชี้แจงให้ชาวกัมพูชาที่เข้ามาค้าขายและหาซื้อสินค้าอยู่ในตลาดโรงเกลือ ซึ่งเป็นตลาดการค้าชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว  และบริเวณหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว   ให้ได้รับทราบว่า

               ตามที่มีข่าวลือในหมู่แรงงานชาวกัมพูชาที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยว่า ทหารไทยจะทำการกวาดล้างและจับกุมแรงงานต่างด้าวที่ทำงานอยู่ในประเทศไทย อีกทั้งมีการใช้ความรุนแรงในการจับกุม ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง อีกทั้งนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสช.) ไม่ได้มีการสั่งการให้ทำการกวาดล้างหรือปราบปรามแรงงานต่างด้าวในประเทศไทยแต่อย่างใด ซึ่งแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยยังคงสามารถทำงานในสถานประกอบการในไทยได้ตามปกติ โดยเจ้าหน้าที่  จะเข้าไปจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว เพื่อให้แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานโดยผิดกฏหมาย สามารถทำงานในประเทศไทยได้อย่างถูกกฏหมาย จึงขอให้แรงงานชาวกัมพูชาอย่าได้ตื่นตระหนกและหลงเชื่อข่าวลือดังกล่าวด้วย

               วันเดียวกันได้มีแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา กว่า 100 คน   ได้เดินทางข้ามด่านพรมแดนอรัญประเทศ จากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา เข้ามาในประเทศไทย โดยมีตัวแทนของบริษัทGMTP จ.สมุทรปราการ และตัวแทนบริษัทไทยรับเบอร์ลาเท็กซ์ กรุป จำกัด จ.สงขลา ได้เดินทางมารับแรงงานชาวเขมรตามข้อตกลง  ที่บริเวณหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อยทหารพรานที่ 1206 ได้เข้าดูแลและอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบเอกสาร
 
               ร.อ.อภินันท์ สงครามชัย บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 1206 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 12 กองกำลังบูรพา   กล่าวว่า  วันนี้ถือว่าเป็นวันแรกที่เริ่มมีแรงงานชาวกัมพูชาเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทยซึ่งถือว่าเป็นแรงงานถูกกฏหมายชุดแรก หลังจากเกิดข่าวลือทำให้มีการอพยพแรงงานกลับประเทศครั้งใหญ่  คาดว่าหลังจากที่คสช. ได้ทำการชี้แจงและประชาสัมพันธ์ให้แรงงานต่างด้าวในประเทศไทยทราบถึงมาตรการของ คสช.เพื่อให้แรงงานต่างด้าวในประเทศไทย สามารถทำงานในประเทศไทยได้อย่างถูกกฏหมายไปแล้ว จะทำให้บรรยากาศการอพยพของแรงงานชาวกัมพูชาลดลง

               ส่วนบรรยากาศการอพยพกลับประเทศของแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาตั้งแต่คืนวันที่ 16 มิ.ย.  เวลา 20.00 น.ยังคงมีแรงงานกัมพูชาเดินทางโดยรถไฟสาย กทม.-อรัญประเทศ มาลงที่สถานีรถไฟอรัญประเทศ จำนวน 12 โบกี้ โดยมีแรงงานชาวกัมพูชา โดยสารรถไฟมาจาก กทม.เพื่อจะเดินทางกลับประเทศ กว่า 1,000 คน  โดยเจ้าหน้าที่  ได้นำมาพักที่อาคารสยามมินทร์ หน้าเทศบาลเมืองอรัญประเทศ จ.สระแก้ว

               ต่อมา พ.อ.สันติพงษ์ ธรรมปิยะ รองผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ได้เดินทางมาเยี่ยมแรงงานเหล่านี้   พร้อมทั้งได้ชี้แจงให้ทราบว่า คสช.ไม่ได้มีคำสั่งให้กวาดล้างหรือจับกุมแรงงานต่างด้าวแต่อย่างใด ดังนั้นข่าวลือต่างๆไม่เป็นความจริง แรงงานต่างด้าวยังสามารถทำงานอยู่ในสถานประกอบการได้ตามปกติ เพียงแต่เจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจสอบและจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาโดยผิดกฎหมาย โดยจะจัดทำให้เป็นแรงงานถูกกฎหมายสามารถทำงานในประเทศไทยได้โดยไม่ต้องหลบซ่อน อีกทั้งเพื่อไม่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบแรงงานต่างด้าว ป้องกันการค้ามนุษย์ และเพื่อดูแลเรื่องหลักประกันสุขภาพของแรงงานต่างด้าวด้วย โดยขอให้แรงงานทั้งหลายช่วยกันแจ้งเตือนแรงงานด้วยกันว่าอย่าหลงเชื่อข่าวลือต่างๆโดยเด็ดขาด ซึ่งการชี้แจงของ ทำให้แรงงานชาวกัมพูชา  ต่างโห่ร้องยินดี

 

 "ประจิน"เผยตัวเลขต่างด้าวหนีกลับประเทศทะลุแสน



              เมื่อเวลา 16.00 น.ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ พล.อ.อ ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผอ.ทอ.) ในฐานะรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่แรงงานต่างด้าวทยอยเดินทางออกประเทศภายหลังจากที่ คสช.มีมาตรการจัดระเบียบว่า เกิดจาก 2 กรณี คือ 1.เรื่องแรงงานต่างด้าวหน่วยงานด้านความมั่นคงมีความเป็นห่วงกรณีที่มีแรงงานต่างด้าวเข้ามาในประเทศโดยไม่ถูกกฎหมายและระเบียบ จึงมีความพยายามที่จัดระเบียบเพื่อให้เกิดความถูกต้อง 2.เรื่องความต้องการแรงงานทางด้านอุตสาหกรรมและภาคเกษตรมีความต้องการแรงงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งมองว่าหากมีความเข้าใจสถานการณ์แล้วแรงงานต่างด้าวเหล่านั้นจะทยอยเดินทางกลับเข้ามาเหมือนเดิม ทั้งนี้การดำเนินการในโครงการต่าง ๆ มีความต้องการแรงงานทุกระดับ ตั้งแต่ระดับแรงงานทั่วไป แรงงานฝีมือ รวมถึงผู้ควบคุมงาน และเชื่อว่าแรงงานต่างด้าวจะเข้าใจว่า คสช.ต้องการจัดระเบียบ และต้องการให้แรงงานกลับเข้ามาทำงานในระบบเช่นเดิม ทั้งนี้แรงงานที่ทยอยกลับมีจำนวนตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสน แต่ตัวเลขก็มีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา และเรากำลังติดตามสถานการณ์อยู่ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนของผู้ประกอบการทำให้แรงงานต่างด้าวตกใจและเดินทางกลับออกนอกประเทศ

              พล.อ.อ.ประจิน กล่าวต่อว่า ส่วนจะมีการขยายอาชีพให้กับแรงงานต่างด้าวจากเดิมที่มีอยู่ไม่กี่อาชีพนั้นทาง พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะรองหัวหน้า คสช. ที่รับผิดชอบดูแลงานเรื่องแรงงานต่างด้าว เตรียมประชุมเพื่อหาข้อมูลมาเสนอหัวหน้า คสช. ซึ่งจะมี 3 ช่วงเวลาที่จะได้นำเสนอต่อไป

 

"ประยุทธ์"สั่งทุกหน่วยชี้แจงข้อสงสัยด้วยภาษาเข้าใจง่าย



             พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะทีมโฆษก คสช. กล่าวว่า ในที่ประชุม คสช.เพื่อบริหารราชการแผ่นดิน เมื่อช่วงเช้าวันที่ 17 มิ.ย. ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม พ.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยกันทำงาน และเน้นย้ำว่าเรื่องอะไรที่จำเป็นต้องอธิบายให้ประชาชนทราบก็ขอให้ใช้ถ้อยคำที่ง่ายฟังชัด ข้อมูลอะไรที่ยังสงสัยก็ขอให้รีบชี้แจง จะได้ไม่สร้างความกังวล อย่างเรื่องแรงงานต่างด้าว ขณะนี้ก็ได้ออกเป็นคำสั่งออกมาอย่างชัดเจนในรายละเอียด ซึ่งเชื่อว่าทุกอย่างจะจบในเร็วๆ นี้ เพราะทุกอย่างเป็นข่าวลือ ข่าวปล่อยไม่เป็นเรื่องจริง เมื่อมีความชัดเจนแรงงานจะทยอยกลับมาทุกอย่างจะกลับเข้าสู่ระบบเช่นเดิม

             รองโฆษกทบ. กล่าวด้วยว่า หัวหน้าคสช.ได้แสดงความห่วงใย ระหว่างผู้ประกอบการ และสิทธิของแรงงาน รวมทั้งเสรีภาพและสวัสดิการต่างๆที่ต้องได้รับการดูแลหากดำเนินการอย่างถูกต้อง ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็ต้องขึ้นบัญชีให้กับแรงงาน ในส่วนของฝ่ายความมั่นคงก็พยายามทำให้ดีที่สุดถ้าทุกฝ่ายช่วยกันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็จะดีขึ้น

    เมื่อถามว่าพล.อ.ประยุทธ์แสดงความเป็นห่วงและวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่แท้จริงเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวหรือไม่ พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าขอให้ดำเนินการชี้แจงตามข้อเท็จจริง ซึ่งข้อเท็จจริงการเดินทางกลับของแรงงานกัมพูชามีหลายสาเหตุ โดยฉพาะความหวาดกลัวเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทย ถือเป็นความวิตกของแรงงาน ซึ่งหน่วยราชการก็ได้พยายามสร้างความมั่นใจทั้งในส่วนของแรงงาน ผู้ประกอบการและประเทศเพื่อนบ้าน และไม่คิดว่าเป็นการเคลื่อนไหวใต้ดินหรือเป็นความร่วมมือของกลุ่มคนในประเทศ และประเทศพื่อนบ้านที่มีความสัมพันธ์กันอยู่ ไม่มีอะไรแอบแฝง

             พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก และทีมโฆษกคสช. กล่าวว่า ถึงการประกาศคำสั่งจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว หลังจากที่มีปัญหาแรงงานกัมพูชากลับประเทศจำนวนมาก ว่า หัวหน้าคสช.ระบุว่าการดำเนินการเรื่องนี้เพื่อปรับปรุงให้กฎหมายและระเบียบต่างๆให้ทันสมัย ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาในระยะยาวไม่ให้มีผลกระทบเหมือนในอดีต และดูแลแรงงานทุกชาติที่อยู่ในประเทศไทยให้เหมาะสมและเป็นธรรม และฝากไปถึงนายจ้างทำความเข้าใจแรงงานในกรณีที่คสช.ขอความร่วมมือก็ขอให้ความร่วมมือด้วย และฝากให้ระมัดระวังกลุ่มที่ออกมาแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่

             ส่วนที่มีข่าวว่าทางการพม่าเรียกกลับแรงงานที่เข้ามาทำประมงในไทยนั้น พ.อ.วินธัย กล่าวว่า จากการตรวจสอบไม่มีการไปเร่งรัดหรือกวาดล้างทางคสช.แต่เป็นการจัดระบบแรงงานทุกชาติไม่ได้เฉพาะเจาะจง จึงต้องออกประกาศเพื่อป้องกันความเข้าใจผิดซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการประกอบการธุรกิจได้ และจากข้อมูลที่ได้รับทราบอาจเกิดจากมีคนไม่หวังดีไปปล่อยข่าวจนเกินจริง ว่าเจ้าหน่าที่ไปใช่วิธีการรุนแรง ซึ่งไม่ใช่การให้ ข่าวปกติ แต่ต้องการสร้างความสับสนในสังคมและลดความน่าเชื่อถือของคสช. นอกจากนั้นยังมีประเด็นอื่นที่ทำให้เข้าใจผิด เช่น คสช.มีผลประโยชน์เรื่องสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือโครงการขนาดใหญ่ ที่คสช.จะนำมาดำเนินการเอง เป็นต้น

             “หัวหน้าคสช.เป็นห่วงเรื่องผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ และให้เร่งทำความเข้าใจ เพราะต่างประเทศอาจมีทัศนคติเรื่องนี้อีกมุมหนึ่ง เราต้องทำความเข้าใจว่าในระยะสั้นเราต้องการให้อยู่ก่อน และจะค่อยๆจัดระบบเพื่อรักษาสิทธิให้แรงงานตามที่ควรจะได้รับ จะได้ไม่มีมุมมองต่อประเทศไทยในเชิงลบต่อปัญหาแรงงาน ขณะเดียวกันหน่วยงานมั่นคงก็จะดูแลปัญหาด้านมั่นคงได้เช่นกัน ”พ.อ.วินธัย กล่าวว่า

             เมื่อถามว่าจะแก้ปัญหาเรื่องแรงงานได้อย่างไร พ.อ. วินธัย กล่าวว่า ตอนนี้เร่งทำความเข้าใจจากทางออกประกาศ ให้ผู้ประกอบการไปทำความเข้าใจกับแรงงานให้เข้าใจต่อไป ว่าการดำเนินการของคสช.เป็นการป้องกันการทำผิดกฎหมายในระยะยาวทั้งเรื่องอาชญากรรและเรื่องยาเสพติด และการจ้างงานไม่เป็นธรรม เพื่อให้แรงานมีสิทธิตามหลักมนุษยธรรมและต่างประเทศให้การยอมรับ

    พ.อ.วินธัย กล่าวว่า อย่างไรก็ตามการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวนั้นไม่ได้มาจากการที่เคยมีกระแสข่าวการเคลื่อนไหวของแรงงานกัมพูชา ในการเข้ามาชุมนุมทางการเมือง และการเมืองของกัมพูชาแต่อย่างไร แต่มีการสร้างข่าวลือและปล่อยข่าวต่างๆไปเองจากบางกลุ่มที่ต่อต้านการทำงานของคสช. ที่มีการพูดคุยทางโซเชียลมีเดียร์และเรานำมาขยายความเพื่อหาข้อเท็จจริง


ชาวเขมรยันจะเดินทางกลับไทยอย่างแน่นอน
 
             นายโจ โลว์รี โฆษกภาคพื้นเอเชีย ขององค์กรระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (ไอโอเอ็ม) บอกกับวิทยุเสียงอเมริกา ภาคภาษาเขมรว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายที่เมืองและหมู่บ้านยากจนทั้งหลายในกัมพูชาจะรับมือกับการหลั่งไหลกลับไปอย่างกะทันหันของคนจำนวนมากได้ และอาจสร้างปัญหาหลายอย่าง ไล่ตั้งแต่การว่างงาน ที่พักอาศัย อาหาร จนถึงระบบสาธารณสุข และบริการทางสังคมอื่นๆ  แต่นายจัน โสพัล นักเศรษฐศาสตร์ กลับมองต่างมุมว่า แรงงานที่กลับไป อาจเป็นโอกาสการพัฒนาทางเศรษฐกิจ  หากจัดการอย่างเหมาะสม

             นายจัน กล่าวว่า รัฐบาลควรเร่งปฏิรูปปรับปรุงบรรยากาศการลงทุนให้กับชาวต่างชาติหรือชาวกัมพูชา ให้พวกเขามีความมั่นใจ เนื่องจากขณะนี้ กัมพูชามีแรงงานที่กำลังกลับมาพร้อมกับทักษะและประสบการณ์ติดตัวมาด้วย ซึ่งจะสามารถช่วยส่งเสริมการพัฒนาท้องถิ่นได้

             ด้านนาย เฮง ซอร์ โฆษกกระทรวงแรงงานกัมพูชา กล่าวว่า รัฐบาลได้ตัดสินใจเปิดโครงการฝึกอาชีพเกือบ 40 แห่ง เพื่อพยายามดึงดูดแรงงานที่เดินทางกลับ อยู่ในบ้านเกิดต่อไป

             พนมเปญ โพสต์ อ้างคำกล่าวของนายอิท สัม เฮง รัฐมนตรีแรงงาน ในท้ายรายงานข่าวแรงงานกัมพูชาว่า การหลั่งไหลกลับบ้านของแรงงานกัมพูชา ไม่ได้สะท้อนว่ารัฐบาลทหารในไทยเปลี่ยนนโยบายและจะไม่มีผลให้ความร่วมมือระหว่างกัมพูชากับไทยเปลี่ยนแปลงไป เพราะข้อเท็จจริงคือ นี่เป็นการส่งกลับแรงงานผิดกฎหมาย และให้ถือวิกฤติชายแดนครั้งนี้เป็นบทเรียน  

             "ผมขอวิงวอนให้แรงงานที่มีแผนจะเดินทางไปยังประเทศอื่น ขอให้ไปอย่างถูกกฎหมาย หาไม่แล้ว จะต้องถูกส่งกลับบ้าน" รัฐมนตรีแรงงานกล่าว

             ด้าน คัมโบเดีย เดลีย์ สัมภาษณ์ชาวกัมพูชาหลายคนที่ปอยเปต และพูดเหมือนกันว่า พวกเขามีแผนจะกลับไทยทันทีที่บรรยากาศสงบลง  ขณะที่สามีภรรยาคู่หนึ่งทิ้งงานก่อสร้างในไทย เพราะครอบครัวในกัมพูชาขอร้องเนื่องจากเป็นห่วงว่าแรงงานต่างด้าวอาจได้รับการปฏิบัติต่างออกไปภายใต้รัฐบาลทหาร เช่นเดียวแรงงานก่อสร้างอีกคน นายจัก เรือน ที่กล่าวว่า ไม่เคยได้ยินว่ามีการกวาดจับ แต่ญาติพี่น้องโทรศัพท์และขอให้กลับบ้านก่อน เนื่องจากประเทศไทยกำลังวุ่นวาย และลูกสาวสองคนของเขา วัย 21 ปี และ 17ปีและสามีของเธอจะเดินทางกลับไทยในสัปดาห์หน้า  

             ลูกสาวของเขากล่าวว่า ไม่รู้จะทำอะไร เธอไม่มีที่นา ที่ทำกิน ดังนั้น คงต้องกลับมาทำงานในประเทศไทย

             นายเซียน โอ ซึ่งเดินทางกลับกัมพูชาพร้อมกับภรรยาและลูกสาววัย 7 เดือน กล่าวว่า พวกเราต้องการจะกลับมาที่นี่ ให้ไทยจัดการอะไรให้เรียบร้อยแล้ว จากนั้นจะกลับมา แต่หากกลับมาทำงานอีกครั้ง จะต้องมีเอกสารถูกต้อง


บุรีรัมย์สร้างความเข้าใจนายจ้าง-แรงงานต่างด้าว

               นายอนันต์  กลั่นขยัน จัดหางานจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้ลงพื้นที่ชี้แจงทำความเข้าใจกับสถานประกอบการที่จ้างแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ลาว  พม่า และกัมพูชา  หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกประกาศฉบับที่ 67 เรื่องมาตรการชั่วคราวในการดำเนินการต่อแรงงานต่างด้าว  โดย คสช. ยังไม่มีนโยบายที่จะเร่งรัดจับกุมกวาดล้างแรงงานต่างด้าว ตามที่ปรากฏเป็นข่าว เพื่อให้นายจ้างและแรงงานต่างด้าวที่ขออนุญาตทำงานโดยถูกต้องตามกฎหมาย ได้รับทราบตามประกาศอย่างถูกต้อง และไม่ตื่นตระหนกกับกระแสข่าวลือดังกล่าว เพราะหลังจากมีผู้ไม่หวังดีปล่อยข่าวที่ไม่เป็นความจริง ก็ทำให้แรงงานต่างด้าวจากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เดินทางกลับประเทศภูมิลำเนาไปแล้วมากกว่า 1 แสนคน จนส่งผลกระทบทำให้สถานประกอบการหลายแห่ง  ต้องประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน

               อย่างไรก็ตามจากข้อมูลของสำนักงานจัดหางานจังหวัด พบว่ามีปัจจุบันมีแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ พม่า ลาว และกัมพูชา ที่ขออนุญาตทำงานโดยถูกกฎหมายอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดกว่า 750 คน และยังอยู่ระหว่างการรอพิสูจน์สัญชาติอีก 194 ราย 

               จัดหางานจังหวัด   กล่าวว่า  หลังจากมีกระแสข่าวลือว่าจะมีการกวาดล้างจับกุมแรงงานต่างด้าวโดยใช้วิธีการรุนแรง ก็ทำให้แรงงานต่างด้าวหลายคนเกิดความตื่นตระหนก และบางคนถึงกับหยุดทำงาน 1 วัน เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับประเทศ แต่หลังจากเจ้าหน้าที่มาชี้แจงทำความเข้าใจ แรงงานก็คลายความกังวลและทำงานตามปกติแล้ว พร้อมกันนี้ยังได้แนะนำให้ทางสถานประกอบการ จัดทำทะเบียนประวัติของแรงงานต่างด้าวที่จ้างทำงานในสถานการประกอบการของตนเองทุกราย   แล้วส่งให้ทางจัดหางานจังหวัด  เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ และป้องกันการจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายด้วย


อุดรธานีทหารแจงสื่อเรื่องแรงงานต่างด้าว-วิทยุชุมชน

                ที่ห้องประชุม กองบัญชาการ มณฑลทหารบก(มทบ.) ที่ 24 ค่ายประจักษ์ศิลปาคม พล.ต.สิทธิ จันทรสมบูรณ์ ผบ.มทบ.24 ในฐานะ ผบ.กองกำลัง รักษาความสงบ (กกล.รส.) อุดรธานี แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ จ.อุดรธานี โดยมีนายจักรพงษ์ แสนคำ คนใกล้ชิดนายขวัญชัย สาราคำ หรือ ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร , นายอานนท์ แสนน่าน ผู้ก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง และสถานีวิทยุ วอยซ์ พีเพิ่ล เรดิโอ มารับทราบการแถลงข่าวด้วย

               พล.ต.สิทธิ จันทรสสมบูรณ์ ผบ.กกล.รักษาความสงบ จ.อุดรธานี กล่าวว่า มีเรื่องที่ กกล.รักษาความสงบ จ.อุดรธานี จำเป็นต้องทำความเข้าใจประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนไม่เป็นผลดี ต่อบ้านเมืองที่กำลังไปด้วยดี โดย จ.อุดรธานี น่าจะนำหน้าจังหวัดอื่นๆไปบ้างแล้ว เพราะทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ ทำให้บรรยากาศเดินหน้าไปด้วยดี การเสวนาระดับหมู่บ้าน ตำบล และเมือง สิ่งไหนที่เราทำได้ก็จะดำเนินการทันที หากทำไม่ได้ก็จะส่งเรื่องให้ คสช.รับไปพิจารณา

               "เรื่องแรกเรื่องแรงงานต่างด้าว ตามประกาศของ คสช.ฉบับที่ 67 เป็นแนวนโยบายชั่วคราว ที่ยืนยันว่าทหารไม่ได้ผลักดันแรงงานกลับประเทศ หรือใช้อาวุธทำร้ายแรงงานต่างด้าว ตามที่มีกระแสข่าวและข่าวลือออกมา ขณะนี้เพียงมีคำสั่งให้ นายจ้างรวบรวมบัญชีรายชื่อ แรงงานที่อยู่ในปกครองรอรับการตรวจ และให้ จนท.ที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อม ปฏิบัติตามนโยบายและกฎหมาย สำหรับ จ.อุดรธานี ขณะนี้ไม่มีปัญหาแรงงานเขมร แต่เรากำลังจับตามองแรงงานเวียดนาม ที่ไม่มีข้อยกเว้นให้มาทำงาน แต่ได้ลักลอบเข้ามาทำงานจำนวนมาก " ผบ.กกล.รักษาความสงบ จ.อุดรธานี กล่าว 

               พล.ต.สิทธิ  กล่าวต่อว่า เรื่องที่สองวิทยุชุมชนในพื้นที่ ยังคงต้องขอความร่วมมือชาววิทยุชุมชน อดทนงดออกอากาศต่อไปอีกระยะหนึ่ง รอให้ กสทช.กำหนดกรอบการให้ออกอากาศ มาเพื่อให้ทุกสถานีได้ร่วมทำข้อตกลง โดยในวันพุธที่จะถึงนี้อาจะมีคำตอบ แล้วจะเชิญวิทยุชุมชนมารรับทราบ และทำข้อตกลงก่อนออกอากาศใหม่ เรื่องที่สาม เรื่องการตรวจสอบข้าวสารในโกดัง ซึ่งในพื้นที่ จ.อุดรธานี มีอยู่จำนวนไม่มากนัก ก็จะตรวจสอบจำนวนเท่านั้น เชื่อว่าจะไม่มีปัญหา การตรวจสอบส่วนอื่นจะเป็นหน้าที่หน่วยงานอื่น 

               พล.ต.สิทธิ  กล่าวต่ออีกว่า เรื่องสุดท้ายที่มีข่าวว่า ทหารอุดรธานีออกไปรื้อป้าย ของกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม เรื่องนี้ขอชี้แจงว่า เป็นการพูดคุยแบบพี่น้อง ในบรรยากาศที่ดี ไม่มีการการบังคับข่มขู่ หรือขืนใจใดๆทั้งสิ้น โดยป้ายแสดงสัญลักษณ์ การเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ที่ติดอยู่ในบริเวณใดบริเวณหนึ่ง เพื่อความเป็นระเบียบสวยงาม ในสภาพบ้านเมืองอยู่ในความสงบ ฝากให้พิจารณาเก็บลง เมื่อพูดคุยกันเข้าใจก็เก็บป้ายนั้นลง

               นายจักรพงษ์ แสนคำ คนใกล้ชิดนายขวัญชัย ได้ตอบคำถามว่า ป้ายข้อความ "อาณาจักรคนเสื้อแดง" ที่ติดไว้หน้าชมรมคนรักอุดร ได้สั่งให้ถอดออกทั้งหมดเอง หลังจากที่ พล.ต.สิทธิ  ได้พูดคุยด้วย ซึ่งนานมาแล้ว คุยวันนี้พรุ่งนี้ก็ดำเนินการทันที ซึ่งนายขวัญชัย  ก็ได้สั่งไว้ก่อนแล้วว่า ดำเนินการไปได้เลยหากทหารร้องขอ เพื่อให้บ้านเมืองกลับสู่สภาวะปกติ


หนองคายแรงงานต่างด้าวแห่กลับประเทศทำนา

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 อ.เมือง จ.หนองคาย  ได้มีแรงงานชาวลาว และชาวเวียดนาม จำนวนมากทยอยเดินทางออกจากด่านชายแดน เพื่อกลับประเทศอย่างต่อเนื่อง 

               พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ แสงเดือน รอง ผกก.ตม.จว.หนองคาย กล่าวว่า  ตลอด  2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีแรงงานชาวลาวที่เข้ามาหางานทำในประเทศไทยได้เดินทางออกกลับประเทศลาวจำนวนเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลทำนา หลังจากเสร็จสิ้นการทำนาคาดว่าจะกลับเข้ามาอีก และจากการสอบถามแรงงานชาวลาวทราบว่าส่วนหนึ่งไปรับจ้างกรีดยางทางภาคใต้ 

               นอกจากแรงงานชาวลาวแล้วยังมีแรงงานชาวเวียดนามที่เดินทางกลับประเทศเช่นกัน โดยส่วนใหญ่ถือหนังสือเดินทางที่ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตรา(แบบท่องเที่ยว) ซึ่งสามารถอยู่ในประเทศไทยได้ 30 วัน แล้วลักลอบหางานทำ โดยทาง ตม.จว.หนองคาย  ได้มีการประชาสัมพันธ์ไม่ให้เข้ามาลักลอบทำงานด้วยหนังสือเดินทางแบบนี้  หากจะกลับมาทำงานในประเทศไทยต่อไปต้องขอวีซ่าให้ถูกต้อง

               จากข้อมูลของ ตม.หนองคาย พบว่าในระหว่างวันที่ 8 - 16 มิถุนายน 2557 มีชาวลาวเดินทางออก 20,775 คน เข้า 21,415 คน ส่วนชาวเวียดนาม เดินทางออก 5,317 คน เข้า 3,122 คน.


จันทบุรีชาวกัมพูชากลับประเทศกระทบตลาดค้าผลไม้

               นางสาว กุลณา บวรชนาพันธุ์  ผู้ประกอบกิจการล้งมังคุด ที่มีแรงงานจำนวนร้อยกว่าราย  บอกว่า  ช่วงที่แรงงานชาวกัมพูชาเดินทางกลับบ้าน แม้จะขอร้องอย่างไรก็ไม่เป็นผลสำเร็จ  ทำให้กินการณ์การรับซื้อผลไม้ ต้องหยุดรับซื้อ เนื่องจากเหลือแรงงานเพียง 20 คน แต่ๆได้ทำการแก้ปัญหาด้วยการ รับแรงงานในพื้นที่และจังหวัดทางภาคเหนือ แม้จะมีอัตราจ้างค่าแรงที่สูงกว่าก็ตาม เพื่อมิให้ต้องขาดทุน โดยเป็นการจ้างแรงงานชั่วคราวระยะสั้น เพราะเต็มตู้คอนเทรนเนอร์ที่เหลืออยู่ก็จะปิดล้งรับซื้อไม้


"ชัชวาลย์"ชี้ข่าวแรงงานแรงเพราะเอ็มโอยูเขมรหมดอายุ 


                พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้สัมภาษณ์ทางรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ทางสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 97.0 ถึงกระแสข่าวลือการกวาดล้างแรงงานต่างด้าวโดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานของกัมพูชาที่มีเดินทางกลับประเทศจำนวนมาก ว่า หลังจากคสช.มีการประกาศตั้งคณะกรรมการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวก็เริ่มมีข่าวลือจากฝั่งกัมพูชาแต่ไม่ทราบชัดว่าเกิดข่าวลือจากส่วนใด แต่เชื่อว่าการข่าวของคสช.และหน่วยงานด้านการข่าวจะมีข้อมูลและวิเคราะห์ในเชิงลึก แต่ทั้งนี้ข่าวลือดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อแรงงานของพม่า ลาวและเวียดนาม

               "แต่ข้อมูลจากผมทราบว่ามีการพูดกันที่ฝั่งกัมพูชาทั้งในสื่อสิ่งพิมพ์และทีวีและข่าวนี้ก็ลือมาถึงประเทศไทย และบางสื่อของไทยก็นำข่าวลือนี้มาเล่นต่อในลักษณะยืนยันว่ามีข่าวมาจากฝั่งกัมพูชาแต่คนฟังอาจฟังไม่ครบถ้วนจึงคิดว่ามีเรื่องทำนองนี้จริง"พล.ต.อ.ชัชวาล กล่าว

               เมื่อถามว่ากระแสข่าวดังกล่าวเกิดจากประกาศของคสช.จริงหรือข่าวลือถูกสร้างขึ้นมา รองผบ.ตร. กล่าวว่า ตนไม่มีข้อมูลลึก แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากมีคำสั่งคสช.แน่นอน เพราะก่อนหน้านั้นเรื่องแรงงานต่างด้าวก็ไม่ใช่ประเด็น แต่ทั้งนี้มีปัญหามานานรัฐพยายามปรับระบบตลอด ประกอบกับช่วงนี้ที่แรงงานกัมพูชาที่เข้ามาตามข้อตกลงระหว่างประเทศ(เอ็มโอยู)ที่ครบกำหนดเวลา 4 ปี ตามที่ระบุในเอ็มโอยู

               "ข่าวลือว่าคสช.ปราบปรามแรงงานต่างด้าวมาตรงกับช่วงที่ใกล้ครบ 4 ปีของเอ็มโอยู และเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในช่วงที่มีคสช.เข้ามา และมีการตั้งคณะกรรมการฯขึ้นมาจัดการปัญหา เพราะถ้าไม่มีคสช.ก็เป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะดำเนินการต่ออายุเอ็มโอยูอยู่แล้ว แต่ทว่าคสช.ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะต่อหรือไม่ต่อเอ็มโอยู จึงมีการยำ 3ข่าวเข้าด้วยกัน "พล.ต.อ.ชัชวาล กล่าว เมื่อถามว่าแรงงานกัมพูชาที่ครบ 4 ปีต้องออกจากประเทศไทยก่อนใช่หรือไม่ พล.ต.อ.ชัชวาล กล่าวว่า ตามปกติต้องออกไปก่อน หรือไม่ก็ต้องมีมติครม.เพื่อขยายเวลาได้เพราะแรงงานกลุ่มนี้ถือว่าถูกต้องตามกฎหมายที่มีจำนวนกว่า 2 แสนคน