
เข้ม'แท็กซี่-รถตู้'ห้ามแช่รอบอนุสาวรีย์ชัยฯ
คสช.จัดระเบียบจราจรรอบอนุสาวรีย์ชัยฯ แท็กซี่ห้ามจอดแช่รับคน รื้อคิวรถตู้ให้ไปจอดมักกะสันใต้แอร์พอร์ตลิงค์แทน วางกรอบเวลา 3 ระยะเริ่มทดลอง 23 มิ.ย.นี้
เมื่อเวลา10.00 น.วันที่ 17 มิ.ย.2557 ที่สน.พญาไท พ.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2รอ.) เป็นประธานในการประชุม ร่วมกับ พ.ต.ท. จุมพล คณานุรักษ์ รองผู้กำกับฝ่ายจราจร สน.พญาไท เพื่อชี้แจ้งทำความเข้าใจและหาแนวทางร่วมกัน ในการจัดระเบียบวินรถตู้ และการปฏิบัติตามกฏหมาย ตามคำสั่ง ของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ต่อผู้ประกอบการวินรถตู้รับจ้าง พื้นที่ เกาะราชวิถี บริเวณรอบวงเวียนอนุสาวรีชัยสมรภูมิ โดยมีผู้แทนผู้ประกอบการกว่า 20 คน เข้าร่วมประชุมหารือห้องประชุมชั้น 3 สน.พญาไท
การประชุมดังกล่าวใช้เวลาประมาณ 2 ชม.ซึ่งได้หารือกันอย่างกว้างขวาง โดยพ.อ.เฉลิมพลได้สรุปผลการประชุมออกเป็น 3 ระยะ คือระยะที่ 1 เริ่มทดลองปฏิบัติในวันจันทร์ที่ 23 มิ.ย.นี้ ระยะเวลา 5 วันก่อนปฏิบัติจริงซึ่งเน้นหนักที่การจัดหาที่จอดรถใต้แอร์พอร์ตลิงค์ และพื้นที่สาธารณะ การปรับอัตราค่าโดยสารให้เป็นธรรม จัดที่จำหน่ายตั๋วที่ไม่กีดขวางทางจราจรและไม่ให้จอดรถแช่เพื่อรอผู้โดยสารเด็ดขาด
ระยะที่ 2 ซึ่งไม่มีกรอบกำหนดระยะเวลาให้หาสถานที่แห่งใหม่ให้เป็นจุดจอดรถที่ถาวรให้บูรณาการร่วมกับขสมก.ห้ามรถยนต์สาธารณะวิ่งทับซ้อนช่องทางและจัดทำทะเบียนรถตู้ให้ถูกต้องตามกฎหมายหากรถที่ไม่มีทะเบียนสาธารณะให้มาจัดทำเบียนให้ถูกต้อง และระยะที่ 3 ให้แก้ไขพ.ร.บ. และกฎหมายให้สะดวกต่อการเดินรถ ปรับปรุงกฎระเบียบต่าง ๆ และพิจารณาออกทะเบียนรถยนต์สาธารณะและรถตู้ส่วนบุคคลให้มีความแตกต่างกันเพื่อจะได้ตรวจสอบได้
จัดระเบียบจุดจอดวินจยย.ทั่วกรุ ล้างบางมาเฟียข่มขู่รีดไถ
เมื่อเวลา 10.00 น.พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รอง ผบช.น.รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง พร้อมด้วยพล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น.หัวหน้าคณะทำงานด้านการจราจร พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบก.จร. ได้ร่วมประชุมร่วมกับ พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ และตัวแทนฝ่ายทหารตามที่ได้รับมอบหมายจาก พล.ท.ธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (ผบ.กกล.รส.) ให้เป็นหัวหน้าคณะทำงานดูแลวินจักรยานยนต์รับจ้างในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล และตัวแทนจาก กทม.สำนักงานเขต กำหนดมาตรการปฏิบัติร่วมกันในการแก้ไขปัญหาวินจักรยานยนต์รับจ้างขูดรีดราคาค่าโดยสาร จอดรถกีดขวางบนทางเท้า ถูกกลุ่มมาเฟียผู้มีอิทธิพลเรียกเก็บค่าคุ้มครอง รวมถึงปัญหาต่างๆ ที่ได้รับร้องเรียน ซึ่งการประชุมหารือครั้งนี้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของแม่ทัพภาคที่ 1 ที่ต้องการให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรม ไม่ถูกเอารับเอาเปรียบในสังคม
สำหรับการประชุมวันนี้(17มิ.ย.) เป็นการวางกรอบแนวทางจัดระเบียบวินจักรยานยนต์ในครั้งที่ 2 โดยก่อนหน้านี้มีการหารือร่วมกันในหน่วยงานทหาร ซึ่งดำเนินการ 3 แนวทาง กล่าวคือ 1.ต้องให้วินแต่ละวินติดป้ายกำหนดราคาให้ชัดเจนตามกฎหมายว่า ระยะทางแต่ละจุดราคาเท่าใด 2.ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่เทศกิจ จะลงพื้นที่สำรวจวินฯ ทั้ง 50 เขต ใน กทม. เพื่อดูว่าแต่ละวินนั้นได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งหรือไม่
พล.ต.อภิรัชต์ เปิดเผยว่า คณะทำงานจะลงพื้นที่สำรวจวินแต่ละพื้นที่มีการตั้งจุดไว้ห่างจากทางเดินเท้าระยะเท่าไหร่ มีวินใดบ้างอยู่ตามใต้สะพานลอย และตามตรอกซอกซอยเพื่อจัดระเบียบใหม่เพราะที่ผ่านมามีการตั้งบนพื้นผิวถนน หลังจากสำรวจแล้วจะนำข้อมูลมาพิจารณาเป็นข้อสรุปว่าจะสามารถจอดได้ช่วงเวลาใดบ้าง จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการระยะ 3 คือ วินทุกแห่งในกทม.จะเป็นวินที่ถูกต้องตามกฎหมาย ได้รับการจดทะเบียนตามกระบวนการของกรมการขนส่ง ซึ่งผลสรุปทั้งหมดของ 3 กระบวนการจะเห็นผลในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นไปตามแนวทางการทำงานของ ผบ.กกล.รส.ที่ได้มอบหมายไว้ โดยยึดถือผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก และต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม
รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ประชุมวันนี้หน่วยงานทหารจะหยิกยกข้อมูลการร้องเรียนจากผู้ขับขี่วินจักรยานยนต์รับจ้าง รถแท็กซี่ และรถตู้ที่ถูกมาเฟียข่มขู่รีดไถเงินค่าจุดจอดรถมาร่วมถกแนวทางแก้ปัญหาด้วยเป็นข้อมูลข้อเท็จจริงที่คณะทำงานฝ่ายทหารลงพื้นที่พูดคุยสอบถามสุ่มตรวจวินบางส่วนในพื้นที่ต่างๆ แบ่งเป็นความเดือดร้อนใน 2 ส่วน คือ ประชาชนผู้ใช้บริการที่เดือดร้อนจากราคาค่าโดยสารที่สูงไม่เป็นธรรม และผู้ที่เป็นวินจักรยานยนต์ถูกผู้มีอิทธิพลในพื้นที่เรียกเก็บส่วยอีกต่อหนึ่ง ทำให้ต้องคิดค่าโดยสารราคาสูงขึ้น เพราะต้องทำมาหากินเลี้ยงชีพ โดยทหารได้หารือเบื้องต้นกับตำรวจ และกรมการขนส่งทางบกว่า ต้องโปร่งใส กำจัดทุจริตผลประโยชน์ เพราะนอกจากจะซื้อเสื้อวินราคาสูงแล้วยังต้องจ่าย อีก 200-300 บาทให้ตำรวจท้องที่ ทำให้ต้องขึ้นราคาค่าโดยสาร แต่เมื่อตรวจสอบกับตำรวจแล้วได้รับการยืนยันว่า ไม่ได้เรียกเก็บใดๆ อาจมีคนในวินที่ตั้งตัวเป็นผู้มีอิทธิพลเรียกเก็บ วันนี้ทหารจึงมาขอความร่วมมือขอให้ตำรวจเข้าไปเคลียร์ ทำให้ถูกต้อง โดยร่วมมือกันทั้งประชาชน และวินจักรยานยนต์
จากการตรวจสอบข้อมูลวินจักรยานยนต์ทั่ว กทม.พบว่า วินขออนุญาตจดทะเบียนถูกต้อง 5,000 แห่ง อยู่ระหว่างการขออนุญาตอีก 700 แห่ง และพบการวิ่งรถจักรยานยนต์วินเถื่อนอีกจำนวนมาก ขณะที่แต่ละวินก็พยายามตรวจสอบกันเอง ตำรวจและทหารจึงขอให้กรมการขนส่งทางบกที่ดูแลออกเอกสาร ใบอนุญาตให้ถูกต้องชัดเจน นำไปติดที่วินว่า มีจำนวนกี่คัน ลงทะเบียนใหม่ให้ถูกต้อง นอกจากนี้ ยังขอให้กรมการขนส่งทางบก อำนวยความสะดวกให้วินที่จะมาลงทะเบียนใหม่อีกราว 700 วิน ให้เป็น one stop service เพราะคนประกอบอาชีพ ก็อยากทำให้ถูกตัอง ซึ่งเราจะเน้นเรื่องการไม่กีดขวางการจราจรก่อน และปราบผูัมีอิทธิพล ที่มีข้อมูลหมด ไม่ว่าใคร เพื่อให้หยุด ให้จัดระเบียบใหม่ ประชาชนไม่เดือดร้อน และวินก็อยู่ได้ด้วย โดยจากนี้จะลงพื้นที่ในการพบปะวินกลุ่มย่อย เพื่อทำความเข้าใจ สร้างความอุ่นใจ ที่ทหารเข้ามาดูแล
นครบาลเผย3มาตรการลดความเดือดร้อนประชาชน-วิน
พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รอง ผบช.น.รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมร่วมกับ พ.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ รองผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ และคณะทำงานที่เกี่ยวข้องในการจัดระบียบจุดจอดรถจักรยานยนต์รับจ้างในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล รวมถึงการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ถูกขูดรีดราคาค่าโดยสาร และการปราบปรามผู้มีอิทธิพลเรียกรับผลประโยชน์ค่าคุ้มครองจากผู้ขับขี่วินจักรยานยนต์รับจ้าง ตามนโยบายจัดระเบียบสร้างความเป็นธรรมในสังคมของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ว่ากำหนดแนวทางดำเนินการร่วมกันใน 3 ระยะโดยให้ได้ผลเป็นรูปธรรมภายในเดือนมิถุนายนนี้ โดยแผนการจัดระเบียบเบื้องต้นระยะแรก คือ การลดความเดือดร้อนของประชาชนกำหนดให้ดำเนินการเสร็จสิ้นภายใน 7 วัน ในเรื่องของการจัดทำป้ายจุดจอดรถจักรยานยนต์รับจ้างให้เป็นมาตรฐานเดียว กำหนดอัตราค่าโดยสารที่เป็นธรรมชัดเจน จุดจอดรถไม่กีดขวางการจราจรและทางเดินเท้า ขจัดผู้มีอิทธิพลแสวงหาผลประโยชน์จากผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง และกวดขันจับกุมวินเถื่อน
พล.ต.ต.จิตติ กล่าวต่อว่า ระยะที่ 2 เป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากระยะแรก โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ที่มีปัญหา เพิ่มจำนวนผู้ขับรถในวินตามความเหมาะสม ดำเนินการจดทะเบียนให้ถูกต้อง และระยะที่ 3 จะมีการจดทะเบียนวินจักรยานยนต์รับจ้างให้ถูกต้อง ทั้งสถานที่จอดรถ ผู้ขับขี่ และจดทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะ รวมถึงแก้ไขระเบียบที่มีปัญหาในแนวทางปฏิบัติอยู่แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบกลุ่มรายชื่อผู้มีอิทธิพล ทั้งนักการเมือง ทหาร และตำรวจ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเรียกรับผลประโยชน์ ซึ่งทางทหารมีรายชื่อบุคคลกลุ่มนี้ทั้งหมดแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะเรียกมาชี้แจงข้อเท็จจริง ส่วนการกำหนดอัตราค่าโดยสาร กรมการขนส่งทางบก จะเป็นผู้กำหนดอัตราที่เหมาะสม โดยคิดตามระยะทางที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงชัดเจน และจากการสำรวจวินจักรยานยนต์รับจ้างใน กทม.ขณะนี้ มีอยู่ 6,300 วินที่จดทะเบียนแล้ว และมีอีก 500 วิน ที่ยังไม่จดทะเบียนถูกต้อง ซึ่งทั้งหมดจะต้องมีการนำเข้าสู่ระบบ เพื่อง่ายต่อการตรวจสอบและป้องกัน และซื้อขายเสื้อวินโดยนัดหมายหารือกันอีกครั้งใน 2 สัปดาห์



