
'ทอม'ถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านเลนส์
19 มิ.ย. 2557
ขอเวลานอก : 'ทอม-ณัฐพงษ์' ถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านเลนส์ : เรื่อง วันวิสา โรจน์แสงรัตน์ /ภาพ สุกล เกิดในมงคล
"ถ้าต้องถ่ายคนจะชอบถ่ายแบบเบลอๆ แล้วโฟกัสไปที่ดวงตา เพราะมันเป็นจุดที่สื่ออารมณ์ได้ดีและชัดเจนที่สุด"
หากมีโอกาสเดินทางไปสถานที่ต่างๆ การจะเก็บความประทับใจเหล่านั้นให้อยู่ในความทรงจำตราบนานเท่านาน คงไม่มีอะไรดีไปกว่า "ถ่ายภาพ" เพื่อเป็นช่องทางเรียกช่วงเวลาดีๆ เหล่านั้นย้อนคืนกลับมาทุกครั้งที่ได้เปิดออกชื่นชม เช่นเดียวกับนักธุรกิจหนุ่มวัย 30 ต้นๆ "ทอม" ณัฐพงษ์ ว่องกุศลกิจ รั้งตำแหน่งกรรมการ บริษัท มิตรผล ไบโอ-เพาเวอร์ จำกัด ที่ยอมรับว่าชอบท่องเที่ยวเดินทางมาก และทุกครั้งที่ไปในสถานที่ประทับใจก็จะบันทึกไว้ในภาพถ่าย จนทำให้ "การลั่นชัตเตอร์ถ่ายภาพ" กลายเป็นงานอดิเรกที่ชื่นชอบและสนใจจนต้องค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมในเวลาต่อมา
ได้ยินอย่างนั้น ทีมงาน "คมชัดลึก" ไม่รอช้า รีบยกหูนัดแนะหนุ่มหล่อทายาทคนเล็กในจำนวน 6 คน ของ คุณพ่อวิฑูรย์ กับ คุณแม่จันทนา ว่องกุศลกิจ มาร่วมพูดคุย พร้อมหอบหิ้วผลงานมาโชว์ให้เห็นฝีมือกันแบบชัดๆ ที่โรงแรมแอดลิบ สุขุมวิทซอย 1 โดยหนุ่มทอมเล่าให้ฟังว่า เรียนจบด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยมหิดล ภาคอินเตอร์ แล้วต่อปริญญาโทเอ็มบีเอ ที่สถาบันศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นจึงเข้ามาช่วยกิจการของครอบครัว ส่วนเรื่องการถ่ายภาพนั้นเริ่มขึ้นหลังจากการทำงานได้พักใหญ่
"ผมเริ่มต้นถ่ายภาพเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว ตอนนั้นไปเที่ยวกับครอบครัว เลยซื้อกล้องแบบที่เปลี่ยนเลนส์ได้มาลองถ่ายเล่นๆ ก็สนุกดี เลยชอบตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ผมว่า ภาพถ่ายมันเป็นการถ่ายทอดเรื่องราว หรือประสบการณ์ที่เรามองเห็น ให้แก่คนอื่นๆ ได้เห็นในมุมมองของเรา เป็นการหยุดโมเม้นท์ต่างๆ เอาไว้ ณ เวลานั้น ซึ่งตรงนี้แหละที่เป็นสเน่ห์ของการถ่ายภาพ แต่ผมก็ไม่ได้ไปเรียนจริงจังนะครับ อาศัยหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต ทั้งยังมีเพื่อนๆ ช่วยแนะนำด้วย เริ่มต้นจากการจัดเฟรมให้ดีก่อน แล้วค่อยๆ เรียนรู้พื้นฐาน ต้องปรับอะไร ยังไง ดูชัตเตอร์ สปีด รูรับแสง คือทุกอย่างมันต้องสัมพันธ์กันทั้งหมด รูปถึงจะออกมาโอเค" ช่างภาพมือสมัครเล่น เล่าถึงที่มาของกิจกรรมสุดโปรด
พัฒนาความสามารถในการลั่นชัตเตอร์จนได้ภาพที่ถูกใจ กระทั่งตอนนี้ก้าวขึ้นสู่ทำเนียบช่างภาพมือโปรไปเรียบร้อยแล้ว ทอมเล่าต่อว่าทุกครั้งที่ไปเที่ยวกับครอบครัว หรือเพื่อนฝูงต้องรับหน้าที่ช่างภาพจำเป็นตลอด จึงไม่ค่อยมีรูปตัวเองในเฟรมเท่าไรนัก เพราะต้องถ่ายรูปสวยๆ ให้เพื่อนๆ หรือบางครั้งถ่ายภาพคนเสร็จแล้วก็หันไปเก็บภาพภูมิทัศน์สวยๆ ของสถานที่นั้น เรียกว่าเมื่อไปแล้วต้องคุ้ม เก็บทุกอย่างที่เห็น
"ผมเป็นคนไม่ค่อยชอบถ่ายรูปเท่าไหร่ ถ้าถูกถ่ายจะรู้สึกเขินๆ ชอบเป็นคนถ่ายมากกว่า แต่ไม่ได้เน้นถ่ายรูปคนอย่างเดียวนะครับ เจออะไรก็ถ่ายหมด แต่ถ้าต้องถ่ายคนจะชอบถ่ายแบบเบลอๆ แล้วโฟกัสไปที่ดวงตา เพราะมันเป็นจุดที่สื่ออารมณ์ได้ดีและชัดเจนที่สุด ส่วนรูปทิวทัศน์ธรรมชาติก็ชอบไม่แพ้กัน อย่างเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาไปที่ดอยหลวงเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งใจไปเก็บภาพวิวสวยๆ บนยอดเขา ปีนขึ้นไปนานมาก กว่าจะถึงจุดที่จะเก็บภาพก็เกือบสว่างพอดี เลยไม่ทันเก็บรูปดาวบนท้องฟ้า แต่ได้มุมอื่นที่สวยก็ถือว่าคุ้มนะครับได้ภาพตามที่ตั้งใจไว้เลย แถมคนที่เห็นภาพของผมยังชมว่าสวยด้วย" หนุ่มหล่อหลังเลนส์ เล่าอย่างออกรส
สำหรับมุมมองการถ่ายภาพในรูปแบบต่างๆ ช่างภาพมากฝีมือบอกอย่างชัดเจนว่า ในความคิดของเขาไม่ได้มีอะไรยากง่ายไปกว่ากันมากนัก ขึ้นอยู่กับว่าจะมีโอกาสได้ไปอยู่ ณ จุดจุดนั้น ตอนที่ภาพนั้นเกิดขึ้นหรือไม่ อย่างการรถ่ายภาพทิวทัศน์จะไม่สามารถควบคุมดินฟ้าอากาศได้ ขึ้นอยู่กับดวงและความอดทนที่จะรอให้ภาพที่ต้องการเกิดขึ้นซึ่งต่างจากการถ่ายในสตูดิโอ ที่สามารถควบคุมแสงได้ แต่ถ้าไปเที่ยวก็คล้ายๆ กับถ่ายวิวแล้วเพิ่มคนเข้าไป หรือถ้าจะถ่ายภาพคนแต่ไม่ต้องการให้รู้ตัวก็ต้องรอจังหวะ บางครั้งต้องมองเห็นภาพในอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้นก่อน เช่น มุมนี้กำลังจะมีคนเดินผ่านมาก็จะรอเพื่อให้เดินเข้ามาในเฟรมพอดี หรือถ้ายังไม่ถูกใจก็ต้องรอจังหวะต่อไป ส่วนการถ่ายอาหารจะยากหรือง่ายขึ้นอยู่กับแสงในร้าน และหน้าตาของอาหารก็มีส่วนสำคัญ แต่ที่สำคัญมากกว่า ก็คือส่วนประกอบรอบข้างที่จะช่วยให้ภาพดูมีอารมณ์ชวนกินมากกว่าตั้งอยู่จานเดียวโดดๆ
นอกจากฝีมือและเทคนิคพิเศษที่พกมาเต็มกระเป๋าแล้ว ช่างภาพหนุ่มยังยอมรับด้วยว่าคุณภาพของอุปกรณ์ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำคุณภาพของภาพถ่ายออกมาดีเช่นกัน เพราะกล้องที่ใช้ได้ถนัดมือก็จะสามารถถ่ายทอดสิ่งที่เราเห็นออกมาได้อย่างที่ต้องการ
"ผมมีกล้องอยู่หลายตัวครับ จะเลือกใช้ตัวไหนก็ขึ้นอยู่สถานที่ที่จะไป เช่น ถ้าไปเล่นสโนว์บอร์ดก็เจอเลือกเอาตัวเล็กๆ ที่พกสะดวกไม่เกะกะ เพราะอาจจะล้มทับกล้อง เป็นอันตรายทั้งต่อคน และกล้องอาจเสียหายได้ แต่ที่ใช้ถนัดมือและพกพาไปไหนด้วยบ่อยที่สุดคือ ไลก้า เอ็ม ตอนที่ซื้ออันดับแรกเลยคือชอบหน้าตาที่ดูเก่า เรโทร ส่วนการใช้ก็ยากกว่าปกติ เพราะมันเป็นกล้องระบบแมนนวล ก่อนถ่ายต้องปรับอุปกรณ์ให้พอดี ไม่ใช่ว่าหยิบขึ้นมาแล้วถ่ายได้เลยเหมือนกล้องอัตโนมัติที่หลายคนนิยมใช้กัน ตรงนี้ผมมองว่ามันทำให้เรามีสติตลอดเวลา พอถ่ายแล้วรูปออกมาไม่ดี เราจะรู้ทันทีว่าควรแก้ไขตรงไหน" ตากล้องอารมณ์ดี เผยขณะเปิดคลังภาพโชว์ผลงานที่ผ่านมา
และจากงานอดิเรกที่เขาตั้งใจในตอนแรกเพียงเพื่อเก็บภาพความประทับใจไว้ดูส่วนตัว ก็กลายมาเป็นผลพลอยได้ต่อหน้าที่การงาน เมื่อเขานำไปปรับใช้ในการทำหนังสือคู่มือทำอาหารจากผลิตภัณฑ์มิตรผลจนได้รับคำชื่นชมเพียบ
"งานนี้ผมไม่ได้เป็นคนถ่ายเองครับ ทางบริษัทจัดช่างภาพมืออาชีพมาถ่ายให้ แต่ด้วยความที่เรามีพื้นฐานการถ่ายภาพอยู่บ้าง เลยช่วยคอมเม้นท์ และช่วยดูรายละเอียดในการจัดวางตำแหน่งขององค์ประกอบต่างๆ ในภาพได้บ้าง อีกทั้งการถ่ายภาพยังช่วยให้ผมเป็นคนละเอียดและช่างสังเกตขึ้นด้วยครับ ซึ่งตรงนี้เอามาปรับใช้กับงานของผมได้ด้วย" หนุ่มนักบริหาร บอกประโยชน์อีกด้านของการถ่ายรูปเป็นการทิ้งท้าย ก่อนขอตัวเก็บภาพประทับใจต่อ...



