
ทหารเข้าล็อกกุญแจโกดังข้าว
17 มิ.ย. 2557
ทหารทำการล็อกโกดังข้าว ดอกที่ 4 ที่รับจำนำข้าวกับชาวนาเพื่อรอการตรวจสอบ เป็นการห้ามเคลื่อนย้าย หลังจากหวัดพิจิตรพบคดีโกงข้าว บ่อยมากที่สุด
วันที่ 17 มิ.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ท.โชติพัฒน์ แสนทวีสุข กองกำลังรักษาความสงบจังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์ ประจำพื้นที่จังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากพานิชย์จังหวัด เกษตรอำเภอ ฝ่ายปกครอง และองค์การตลาดเพื่อการเกษตรไปทำการล็อกกุญแจโกดังข้าว ดอกที่ 4 ทั่วจังหวัดพิจิตร ทั้ง 85 แห่ง ซึ่งเป็นโกดังที่ได้รับจำนำข้าวจากชาวนาไว้ อันเป็นการตรวจสอบจำนวนข้าวอีกครั้ง หลังจากจังหวัดพิจิตร เป็น 1 ในหลายเป้าหมายที่ต้องมีการตรวจสอบปริมาณข้าว เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีการทุจริตข้าวบ่อยที่สุด
โดยการล็อกกุญแจได้ใช้กระดาษหนังช้าง ปิดทับดอกกุญแจ แล้ว เซ็นชื่อผู้รับผิดชอบกำกับจำนวน 4 คนคือ ทหารกองกำลังรักษาความสงบจังหวัดทหารบกเพชรบูรณ์ ประจำพื้นที่จังหวัดพิจิตร ปลัดอำเภอ เกษตรจังหวัด สำนักงานพานิชย์จังหวัด ไว้บนกระดาษดังกล่าว
สกลนคร - ลุยคล้องกุญแจคลังข้าว
สกลนคร - ลุยคล้องกุญแจคลังข้าว
พล.ต.ธนกร จงอุตส่าห์ ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกสกลนคร พร้อมด้วยนางกลมพิสุทธิ์ ศิลปชัย การค้าภายในจังหวัดสกลนคร และกำลัง ทหารตำรวจ ออกตรวจสอบโรงสี ศรีสกลเพียวไรซ์ ตำบลขมิ้น อ.เมืองสกลนคร จ.สกลนคร เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยในการเก็บรักษาข้าว ตามโครงการรับจำนำข้าว ที่เกษตรกรนำมาร่วมโครงการ และนำกุญแจลูกที่ 4 ไป คล้องและล็อกโรงเก็บข้าวทั้ง 5 โรง ของโรงสี ศรีสกลเพียวไรซ์ ซึ่งเดิมมี 3 ฝ่าย ดูแล คือ ผู้แทนจังหวัด เจ้าหน้าที่องค์การคลังสินค้า (อคส.) และบริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าว (เซอร์เวเยอร์) โดยหากจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือดำเนินการใดๆ เจ้าหน้าที่ทหารจะต้องทราบและอนุญาติ พร้อมกัน จึงจะสามารถเปิดได้ ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันการลักลอบเคลื่อนย้ายหรือทำการเปลี่ยนแปลงข้าวในโรงเก็บข้าว สำหรับจังหวัดสกลนคร โรงสีที่เข้าร่วมโครการทั้งหมด 11 แห่ง มีข้าวตั้งแต่ปีการผลิต 2554-2557 รวมทั้งสิ้น 31,455 ตัน
พลตรีธนกร จงอุตส่าห์ ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกสกลนคร ระบุว่า วันนี้กำลังทหารออกไปทำการตรวจสอบโรงสีและล็อกกุญแจเพิ่มอีกลูก ที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 11 แห่ง เบื้องต้นในการตรวจสอบ ยังไม่มีรายงานความผิดปกติ แต่จะมีการขอข้อมูลมาตรวจสอบอีกครั้ง แล้วพบพิรุธ ก็จะขอสั่งการให้ตรวจสอบในโรงสีนั้นๆ ทันที เมื่อพบการทุจริตก็จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่เกี่ยวข้องโดย ไม่ละเว้นเพราะถือเป็นการเอาเปรียบความทุกข์บนความยากลำบากของเกษตรกรชาวนา



