
แก้เกมได้เห็นผลผู้นำอาเซียนจ่อพบ'ประยุทธ์'
แก้เกม'โลกล้อมไทย'เริ่มเห็นผล ผู้นำอาเซียนจ่อเข้าพบ'ประยุทธ์' : ทีมข่าวความมั่นคง
กระแสต่อต้านการรัฐประหารจากต่างประเทศ โดยเฉพาะชาติมหาอำนาจของโลกอย่างสหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย ที่แสดงความเป็นห่วงต่อระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย ส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องขับเคลื่อนกลไกที่มีอยู่ โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ และผู้ช่วยทูตทหารทั่วโลกเร่งชี้แจงข้อเท็จจริงบนเวทีโลก
โดยเมื่อเร็วๆ นี้ พล.อ.ประยุทธ์ ก็เชิญเอกอัครราชทูต อุปทูต และกงสุลใหญ่ใน 23 ประเทศทั่วโลกมาหารือ เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ในการชี้แจงต่อนานาชาติ เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินงาน (โรดแม็พ) ของ คสช.ในการบริหารประเทศ เพราะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศส่งผลโดยตรงถึงการค้าการลงทุนที่มีผลประโยชน์แห่งชาติมูลค่ามหาศาลเข้ามาเกี่ยวข้อง
พ.อ.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะทีมโฆษก คสช. กล่าวถึงแนวทางในการทำความ?เข้าใจกับต่างชาติว่า เราได้ดำเนินการนโยบายในเชิงรุก โดยอะไรเคยที่ทำมาในอดีตก็ยังคงมีนโยบายที่ชัดเจนแบบนั้นอยู่ โดยคสช.มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง และต้องกำหนดว่าประเทศไหนที่มีท่าทีที่เป็นลบ คสช.ก็จะต้องจัดคนไปชี้แจง
"กระทรวงการต่างประเทศต้องดำเนินการเชิงรุก ด้วยการเข้าไปทำความเข้าใจกับประเทศนั้นๆ และต้องระบุให้ชัดเจนว่าประเทศใดที่จะเข้าไปดำเนินการ รวมทั้งจะให้ชุมชนไทยที่อยู่ในประเทศนั้นๆ ช่วยไปทำความเข้าใจด้วย เพราะถ้ามีคนไทยในต่างประเทศช่วยกันอีกแรงก็จะทำให้คนต่างชาติ หรือคนไทยในต่างประเทศเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น"
พ.อ.วีรชน กล่าวย้ำว่า ในการดำเนินการคงต้องให้ทุกภาคส่วนเข้าไปร่วมกันทำความเข้าใจ รวมถึงนักธุรกิจต่างๆ ที่มีคู่ค้าเจรจากันเพื่อให้เข้าใจถึงสถานการณ์ของไทยที่แท้จริง กล่าวโดยสรุปในประเด็นแรกก็คือการทำความเข้าใจ
ประเด็นที่สองคือ อะไรที่เป็น "พันธสัญญา" ที่ผูกพันกับต่างประเทศ คสช.ยืนยันว่ายังยึดถือตามนั้นอยู่ ทั้งนี้ มีหลายประเทศที่เข้าใจบทบาท คสช. แต่โดยหลักการเขาคงบอกว่าเราทำถูกไม่ได้ ด้วยกฎหมายของเขา หรือค่านิยม หรือระบบการเมืองภายในของเขา ซึ่งหากประเทศไหนไปยอมรับว่า การยึดอำนาจการปกครองเป็นสิ่งที่ถูกต้องก็คงจะถูกฝ่ายค้านในประเทศเขาโจมตีอย่างแน่นอน
พ.อ.วีรชน ระบุว่า ประเด็นนี้ คสช.เข้าใจดีถึงปฏิบัติการบางอย่าง เช่น ความร่วมมือทางด้านการทหาร แต่ความร่วมมือทางด้านอื่นยังคงเหมือนเดิม ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนา ซึ่งเป็นหน้าที่ของคสช.ที่จะต้องไปชี้แจงทำความเข้าใจ
"ส่วนประเทศสหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย ผมได้บอกไปแล้วว่า ด้านการเมืองยังไม่ได้ตอบรับอะไรแบบชัดเจน แต่ทางด้านทหารก็มีการพูดคุยกันถึงโครงการความช่วยเหลือ หรือโครงการความร่วมมือที่มีระหว่างกัน ทั้งเรื่องการฝึก หรือการศึกษาก็ยังคงดำเนินการอยู่"
ทั้งนี้ ยอมรับว่า มีโครงการบางอย่างถูกตัดไปบ้าง แต่สัดส่วนที่ถูกตัดไปอาจแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 70 เปอร์เซ็นต์ ก็ยังคงอยู่ ทั้งนี้ 20 กว่าวันที่ คสช.ได้ปฏิบัติภารกิจ โดยเฉพาะการทำความเข้าใจกับต่างชาติถือว่าเป็นที่น่าพอใจ เพราะช่วงวันแรกๆ มันเกิดขึ้นเร็วมาก ต่างชาติอาจจะตั้งตัวไม่ทัน และค่อนข้างที่จะตกใจ ประเทศที่อยู่ในระบอบประชาธิปไตยเกิดการยึดอำนาจทำให้ท่าทีออกมาในลักษณะอย่างที่เราเห็นอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ฝ่ายการเมือง และสื่อในประเทศของเขาต้องมีแอ็กชั่นให้สังคมภายในประเทศของเขาเห็น แต่บางประเทศก็ไม่ต้องการสื่อมาถึงไทยโดยตรง
"เราก็พยายามชี้แจงทำความเข้าใจ ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ และผู้ช่วยทูตทหารไทยในต่างประเทศ ซึ่งจะเห็นว่า สถานการณ์หลายส่วนดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบเหตุการณ์ก่อนวันที่ 22 พฤษภาคม ประชาชนมีความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยมากยิ่งขึ้น สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แม้ที่ผ่านมาจะมีข้อกำจัดเรื่องการประกาศเคอร์ฟิวที่ห้ามออกนอกเคหสถานในยามค่ำคืน แต่ก็เป็นสิ่งที่ประชาชนยอมรับได้ และมีเสียงสะท้อนกลับมาว่า ทุกคนโล่งใจกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ เพราะก่อนหน้านี้ทุกอย่างมันอึมครึมไปหมด"
ทีมโฆษก คสช.เปิดเผยด้วยว่า ขณะนี้มีทูตหลายประเทศทยอยเข้าพบหัวหน้า คสช. และมีหลายประเทศแจ้งความจำนงว่าผู้นำของเขาต้องการพบกับหัวหน้าคสช. เพื่อต้องการรับฟังท่าทีของไทยต่อสถานการณ์บ้านเมือง ซึ่งต่อไปจะต้องมีการบริหารประเทศไปตามระบบ
สำหรับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปตอนนี้มีเพียงการเปลี่ยนชุดผู้บริหารประเทศ แต่การก้าวไปข้างหน้าของเรายังต้องดำเนินต่อไป รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งหลายประเทศแยกออกว่า อันไหนการเมืองก็คือการเมือง เรื่องความมั่นคงก็ต้องความมั่นคง หรือเศรษฐกิจก็ต้องเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ ผลประโยชน์ของประเทศไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเมืองอย่างเดียว แต่มีหลายมิติที่ต้องดำเนินการ
"ขณะนี้มีสัญญาณที่มั่นใจว่า ต่างชาติเริ่มเข้าใจเรามากขึ้น ทั้งเรื่องค่าเงินบาท เศรษฐกิจก็ดีขึ้น หุ้นก็ดีขึ้น ไม่มีผลกระทบอะไร เพราะประเทศไทยไม่เคยโต้ตอบใคร แม้ว่าต่างประเทศจะตอบโต้เราอย่างรุนแรงก็ตาม เพราะเราไม่มีนโยบายอย่างนั้น"
ทีมโฆษก คสช.กล่าวถึงสถานการณ์ภายในประเทศด้วยว่า หัวหน้า คสช.เป็นห่วงว่าเราจะทำอย่างไรให้สิ่งที่สัญญาไว้กับประชาชนประสบความสำเร็จ เพราะมีหลายปัญหาที่จะต้องเร่งแก้ไข วันๆ หนึ่งมีปัญหาเป็นพันเป็นหมื่นปัญหาที่จะต้องแก้ไข
"เรามีความชัดเจนยิ่งขึ้นในเรื่องห้วงเวลา ซึ่งทำให้ต่างประเทศเริ่มเข้าใจการทำงานของ คสช. เพราะไม่ใครที่จะเข้ามาบริหารประเทศแล้วจะบอกว่าชัดเจนว่าจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ภายในกี่เดือน แต่คสช.มีความชัดเจนในเรื่องนี้ ทำให้ต่างชาติผ่อนคลายแรงกดดันลงไป" ทีมโฆษก คสช. กล่าวทิ้งท้าย
ขณะที่แหล่งข่าวในกระทรวงการต่างประเทศให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ทูตหลายชาติในอาเซียนแจ้งความจำนงผ่านเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยว่า ต้องการขอเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อรับฟังแนวทางการบริหารประเทศของไทย แต่ไม่ต้องการที่จะเปิดเผยรายละเอียดมาก เนื่องจากมีแรงกดดันบนเวทีโลกอยู่ แต่ก็เป็นสัญญาณว่า นโยบายต่างประเทศของ คสช.เริ่มเห็นผลบ้างแล้ว
.....................................
(หมายเหตุ : แก้เกม'โลกล้อมไทย'เริ่มเห็นผล ผู้นำอาเซียนจ่อเข้าพบ'ประยุทธ์' : ทีมข่าวความมั่นคง)



