
ตะลึง!โลกมีหัวรบนิวเคลียร์1.63หมื่นลูก
เผยประเทศที่มีคลังแสงนิวเคลียร์ยังไม่ละเลิกพัฒนาอาวุธมหาประลัย แม้จำนวนหัวรบลดลงตลอด 5 ปี
16มิ.ย.2557 เมื่อวันอาทิตย์(15 มิ.ย.) สถาบันวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศ (เอสไอพีอาร์ไอ) มีสำนักงานในกรุงสต็อกโฮล์ม ออกรายงานระบุว่า จำนวนหัวรบนิวเคลียร์ทั่วโลก ลดลงต่อเนื่องในช่งว 5 ปีที่ผ่านมา โดยล่าสุดลดลง 970 ลูกจากปี 2556 มาอยู่ที่ 16,300 ลูกในปีนี้ โดยหลักมาจากการลดกำลังรบนิวเคลียร์ของสหรัฐฯและรัสเซีย ซึ่งครอบครองหัวรบนิวเคลียร์กว่า 93 % ของโลก
โดยสหรัฐฯมีหัวรบนิวเคลียร์ประมาณ 7,300 ลูก รัสเซียมีประมาณ 8,000 ลูก ส่วนอีก 9 ประเทศที่เชื่อว่ามีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง ได้แก่อังกฤษ ฝรั่งเศส จีน อินเดีย ปากีสถาน อิสราเอลและเกาหลีเหนือ
รายงานระบุว่าการลดลงไม่ได้หมายถึงการมุ่งมั่นที่จะทำลายคลังอาวุธชนิดนี้ เพราะในปีที่ผ่านมา ชาติอำนาจนิวเคลียร์ยังคงเดินหน้าปรับปรุงกำลังรบนิวเคลียร์และระบบยิง สะท้อนว่าประเทศเหล่านั้นยังถือว่าอาวุธนิวเคลียร์เป็นส่วนหนึ่งของการคิดคำนวณเชิงยุทธศาสตร์
สหรัฐฯจัดสรรงบประมาณ 3.5 แสนล้านดอลลาร์เพื่อพัฒนาและบำรุงรักษาคลังแสงนิวเคลียร์ในระยะ 10 ปี รวมทั้งการลงทุนสร้างเรือดำน้ำลำใหม่ อาวุธปล่อย และเครื่องบินทิ้งระเบิดพิสัยไกล ส่วนรัสเซียนอกจากการยกระดับขีปนาวุธแล้ว ยังพัฒนาเรือดำน้ำรุ่นใหม่ เพื่อให้มีศักยภาพในการยิงอาวุธนิวเคลียร์ในทะเล
จีน อินเดียและปากีสถาน เป็นกลุ่มเดียวที่ขยายคลังแสงนิวเคลียร์ ขณะอิสราเอลดูเหมือนกำลังรอดูว่าสถานการณ์ในอิหร่านจะเปลี่ยนแปลงไปในทางใด
รายงานระบุว่า อินเดียและปากีสถานยังคงพัฒนาอาวุธปล่อยทั้งขีปนาวุธและครูซ มิสไซล์ และเดินหน้าผลิตวัสดุฟิสไซล์ หรือวัสดุที่สามารถทำให้เกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ต่อเนื่องได้เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร
อินเดียยังมีหัวรบนิวเคลียร์ 90-110 ลูก ปากีสถานมีระหว่าง 100-120 ลูก ขณะอิสราเอลยังมีหัวรบนิวเคลียร์ประมาณ 80 ลูก
สำหรับจีน เอสไอพีอาร์ไอประเมินว่ามีหัวรบนิวเคลียร์ 250 ลูก ในจำนวนนี้ 190 ลูกเป็นอาวุธที่ออกแบบมาสำหรับขีปนาวุธยิงจากพื้นและเครื่องบินส่วนเกาหลีเหนือ ซึ่งทดลองนิวเคลียร์ครั้งแรกในปี 2549 เชื่อว่ามีอาวุธนิวเคลียร์ 6-8 ลูก
............
(หมายเหตุ : ขอบคุณภาพจาก www.chaoprayanews.com)



