ข่าว

กต.เชิญทูตกัมพูชาเคลียร์แรงงานตื่นกลับ

กต.เชิญทูตกัมพูชาเคลียร์แรงงานตื่นกลับ

16 มิ.ย. 2557

ปลัด กต.เชิญทูตกัมพูชาหารือเคลียร์ข่าวลือไทยกวาดล้างแรงงานต่างด้าว ประธานอนุกก.ลงพื้นที่มหาชัยจัดทำโซนนิ่ง เล็งถกคณะกรรมการจัดระเบียบ

             เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2557  นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่แรงงานชาวกัมพูชาจำนวนมากยังคงเดินทางกลับไปยังประเทศกัมพูชา เนื่องจากเกิดกระแสข่าวที่ทางการไทยกวาดล้างว่า ประเทศไทยมีแรงงานต่างด้าวอยู่จำนวนมาก ซึ่งแรงงานเหล่านี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย ดังนั้นข่าวที่ออกไปว่ารัฐบาลมีการกวาดล้างหรือจับกุมแรงงานต่างด้าวเพื่อส่งกลับประเทศจึงไม่เป็นความจริงและเป็นข่าวลือ ทั้งนี้ทางการไทยต้องการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวในไทยเพื่อให้แรงงานที่ผิดกฎหมายได้เข้าสู่ระบบและได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆภายใต้กฎหมายของไทย รวมถึงไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบหรือตกเป็นเหยื่อของนายจ้างหรือขบวนการค้ามนุษย์ ซึ่งประเทศไทยให้ความสำคัญในการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวและการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์

             เมื่อถามว่าจะมีการทำความเข้าใจกับแรงงานต่างด้าวในไทยอย่างไร เพราะกระแสข่าวนี้ยังมีอยู่ต่อเนื่อง และล่าสุดเกิดเหตุคนร้ายกราดยิงรถของแรงงานชาวกัมพูชาที่กำลังจะเดินทางออกจากประเทศไทย นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องซึ่งรวมถึงคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ได้มีการแถลงข่าวในเรื่องนี้ออกไปตามช่องทางต่างๆ ขณะที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศได้ออกมาพูดเรื่องดังกล่าวหลายครั้ง เพื่อให้ต่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศเพื่อนบ้านของไทยเกิดความเข้าใจว่าประเทศไทยไม่มีนโยบายกวาดล้างหรือจับกุมแรงงานต่างด้าว แต่เราให้ความสำคัญกับแรงงานเหล่านี้

             ต่อข้อถามว่ากระทรวงการต่างประเทศจะประสานขอความร่วมมือจากสถานเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย ให้ช่วยชี้แจงทำความเข้าใจกับแรงงานชาวกัมพูชาในไทยด้วยหรือไม่ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ตนได้เชิญนางอีท โซฟี เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย มาร่วมหารือกันในวันที่ 17 มิ.ย.นี้ เพื่อพูดคุยให้เขาทราบว่านโยบายของประเทศไทยในเรื่องแรงงานต่างด้าวเป็นอย่างไร ส่วนข่าวที่ออกไปนั้นไม่มีมูลความจริง และเป็นเรื่องที่ทั้งไทยและกัมพูชาต้องร่วมมือกัน เพราะสิ่งที่รัฐบาลไทยกำลังดำเนินการอยู่ตอนนี้เป็นประโยชน์ต่อแรงงานต่างด้าว และทำให้แรงงานเหล่านี้สามารถทำงานด้วยความมั่นใจว่าจะไม่ถูกจับกุม และจะได้รับการดูแลอย่างดีจากนายจ้าง

 

หารือร่วมจังหวัดสมุทรสาครจัดทำโซนนิ่ง

 

             พล.อ.ศิริชัย ดิษฐ์กุล เสนาธิการทหาร ประธานคณะอนุกรรมการประสานงานการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว(อกนร.) พร้อมคณะอาทิ นายศิริพงษ์ ห่านตระกูล อธิบดีกรมการปกครอง นายประวิทย์ เคียงผล อธิบดีกรมการจัดหางาน  ได้มาร่วมประชุมรับทราบถึงการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร  โดยมีร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัติ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครและผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

             พล.อ. ศิริชัย    กล่าวว่า  ปัญหาการจัดการแรงงานต่างด้าวที่พาดพิงไปถึงการค้ามนุษย์  ทางจังหวัดต้องเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย   เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ส่วนการจัดพื้นที่เฉพาะ อยู่ในขั้นตอนการพิจารณา โดยเป้าหมายของการจัดโซนนิ่งก็เพื่อควบคุมแรงงานให้แรงงานต่างด้าวอยู่ในพื้นที่ เพื่อให้สะดวกแก่การดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ โดยในภาพรวมจะต้องดูวิเคราะห์กันในรายละเอียดอีกครั้ง เพราะจังหวัดสมุทรสาครถือเป็นจังหวัดต้นแบบ

             "จากการหารือร่วมกับหลายฝ่ายเห็นตรงกันว่า  จะต้องให้สมุทรสาครและระนองเป็นจังหวัดนำร่อง ซึ่งอยู่ในระหว่างการกำหนดพื้นที่และรวบรวมข้อมูลโดยจะนำเสนอคณะอนุกรรมการประสานงานการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวในต้นเดือนก.ค. เห็นตรงกันว่าต้องจัดทำโซนนิ่ง ถือเป็นการจัดระเบียบที่พักอาศัยและด้านการสาธารณสุขรวมทั้งการดูแลบุตรของแรงงานต่างด้าวให้เป็นไปตามหลักสากล ทั้งสภาอุตสาหกรรมและหอการค้าจังหวัดต้องทำข้อตกลงร่วม  ที่จะไม่จ้างแรงงานเด็ก " พล.อ.ศิริชัย   กล่าว


เตรียมประชุม"คณะกรรมการแรงงานต่างด้าว"จัดระเบียบ

             พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถงกรณีรายงานข่าวว่ามีการกวาดล้างแรงงานชาวกัมพูชาและผลักดันออกนอกประเทศว่า จากการตรวจสอบข้อมูล รายงานข่าวไม่เป็นความจริง ยืนยันว่า คสช. มีนโยบายที่ชัดเจนว่าต้องการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวตามที่ได้จัดตั้งคณะกรรมการแรงงานต่างด้าว ซึ่งตนเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ ซึ่งจะมีการประชุมพรุ่งนี้เพื่อจัดระเบียบและคุ้มครองแรงงานต่างด้าวในไทย    คสช. ไม่มีนโยบายใช้กำหมายบังคับแรงงานต่างด้าวออกนอกประเทศ และเรายังมีความจำเป็นที่ต้องใช้แรงงานต่างด้าวอยู่


"ไทย"มั่นใจผลแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ฯเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง

             นายทรงศัก สายเชื้อ อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการเปิดเผยรายงานประจำปีเรื่องสถานการณ์การค้ามนุษย์ (Tip Report) ที่ทางการสหรัฐได้จัดทำขึ้นประจำปี 2557 ว่าประเทศสหรัฐฯได้จัดอันดับสถานการณ์การค้ามนุษย์ของประเทศไทยอยู่ในระดับที่ 2.5  หรือ (Tier watch list)  เป็นระยะเวลา 4 ปี ซึ่งปีนี้มีความสำคัญที่จะต้องมีการพิจารณาปรับเพิ่มหรือลดอันดับ ซึ่งในวันที่ 20 มิ.ย.นี้ ทางการสหรัฐจะเปิดตัวรายงานสถานการณ์การค้ามนุษยของประเทศไทย ในส่วนการดำเนินงานของฝ่ายไทยที่ได้ทำงานแบบบูรณาการระหว่างคณะทำงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และองค์กรเอกชน รวมทั้งสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้ให้ข้อมูลกับรัฐสภาสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ทุกหน่วยงานของภาครัฐ ภาคเอกชน และเอ็นจีโอ มีความมั่นใจสิ่งที่ประเทศไทยดำเนินการด้านกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีความคืบหน้าและชัดเจน ทั้งนี้ ในส่วนท้ายของรายงานที่ไทยจัดทำส่งให้กับสหรัฐฯ เราก็ยอมรับว่าปัญหายังมีอยู่ และประเทศไทยก็มีแนวทางจัดการกับปัญหาอย่างไรบ้าง 

             ส่วนกรณีหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน ได้รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ในไทย นายทรงศัก กล่าวว่า เนื้อหาที่ระบุในรายงานของเดอะการ์เดียนเป็นข้อมูลเก่า และก็ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ซึ่งการรายงานของเดอะการ์เดียน ไม่มีผลต่อการเลือกซื้อสินค้าของคนสหรัฐฯ ทั้งนี้ ล่าสุด ทางคอสโก้ ซึ่งบริษัทผู้ค้ารายใหญ่ของสหรัฐฯ ได้แจ้งว่า กำลังจะเดินทางมาไทย ได้สะท้อนให้เห็นถึงผู้ประกอบการเอกชนของสหรัฐฯ ยังมีความมั่นใจต่อสินค้าไทย อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา สถานทูตไทยออกแถลงการณ์ และชี้แจงต่อกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เพื่อให้เกิดการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เชื่อว่า ไม่น่าจะมีผลกระทบต่อรัฐสภาสหรัฐฯ เนื่องจากเราได้ให้ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ยอมรับอาจมีผลต่อภาพลักษณ์สินค้าไทย เราได้มีความพยายามกับกลุ่มผู้ค้า และผู้บริโภคให้ข้อมูลมากที่สุด หวังให้เกิดความเชื่อมั่นกับผู้บริโภคโดยรวม

             นายทรงศัก กล่าวว่า ส่วนแนวโน้มการปรับลดระดับรายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์ในไทย เราไม่ได้คาดหวังว่า ประเทศไทยจะถูกปรับระดับให้สูงขึ้น แต่เรามีความมั่นใจว่า การดำเนินงานและจัดทำรายงานของเราเป็นที่ยอมรับในหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน อย่างไรก็ตาม หากถูกลดระดับเป็น Tier 3 ในทางปฏิบัติจะไม่ได้รับผลกระทบในทางอ้อม ซึ่งทราบว่า มีเกือบ 20 ประเทศที่อยู่ในระดับ Tier 3 ทางสหรัฐฯ ก็ไม่ได้มีมาตรการกดดันกีดกั้นไม่ให้ซื้อสินค้าไทย ถึงอย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีอำนาจในการยกเว้นดำเนินการกับประเทศที่อยู่ในอันดับดังกล่าว แต่ทางการไทยยืนยันยืนจะดำเนินการจัดการปัญหาการค้ามนุษย์ในไทย และให้มีผลต่อการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นขึ้น เพื่อจะได้ไม่มีผลต่อการขึ้นบัญชีของสหรัฐฯ ทั้ง 5 รายการสินค้า ได้แก่ อาหารแช่แข็ง กุ้ง ปลา สิ่งทอ อ้อย และสื่อลามก


กต.เผยมีรัฐมนตรี15ประเทศเยือนไทย

             นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมระดับรัฐมนตรีแห่งเอเชีย ว่าด้วยการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ (AMCDRR) ครั้งที่ 6 ซึ่งจะจัดขึ้นที่โรงแรมเซนทารา แกรนด์ กรุงเทพฯ ในระหว่างวันที่ 22 - 26 มิ.ย.2557 โดยการประชุมนี้ จะช่วยย้ำบทบาทไทยในการบริหารจัดการภัยพิบัติเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดภัยพิบัติในอนาคต อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ มีรัฐมนตรีจาก 15 ประเทศตอบรับเข้าร่วมประชุม อาทิ จีน เมียนมาร์ กัมพูชา ศรีลังกา อัฟกานิสถาน ฟิจิ และเนปาล เป็นต้น