
ทหารสั่งบล็อกทันควันขนข้าวล็อตใหญ่
ทหารสั่งบล็อกทันควันขนข้าวล็อตใหญ่เมืองคอนหลังพบขนย้ายโดยไม่ได้แจ้ง ดินเหนียวหุ้มทับกุญแจล็อกโกดังหลังนับ
เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2557 ที่โกดังข้าว บริษัทมหาชัยพาราวู้ด ต.นาทราย อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นโกดังข้าวในโครงการรับจำนำข้าวของอดีตรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบหลังจากพบว่า มีรถบรรทุกเข้าเปิดโกดังขนย้ายข้าวสารอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้แจ้งให้ฝ่ายตำรวจทราบ ขณะเดียวกัน พ.อ. ภาสกร ทวีตา เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 41 เข้าตรวจสอบการขนย้ายทันทีเนื่องจากเสี่ยงต่อการขัดคำสั่งในการปิดล๊อคโกดัง เพื่อทำการตรวจสต๊อกทั้งหมด
ทั้งนี้ การตรวจสอบเอกสารพบว่า นางจุฑาภรณ์ สถิตกุลทอง ได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้นางสาวสิริภัต จุลทอง ชาวอำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นผู้ขนย้ายข้าวสารจำนวน 50 แสนกิโลกรัม ชนิดข้าวสาร 10 เปอร์เซ็นปีการผลิต 2555 จากโกดังข้าวแห่งนี้ ตามใบส่งสินค้าที่ออกโดย อคส.ที่มีรายละเอียดสั่งซื้อโดยร้านจุฑาภรณ์การค้า มีที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสงขลา โดยจำนวนน้ำหนักข้าว 6 แสนกิโลกรัม ที่ลูกค้ารายนี้ได้ซื้อจาก อคส.ในราคากิโลกรัมละ 9 บาท 30 สตางค์ รวมเป็นเงิน 5,580,000 บาท แต่ได้แจ้งยอดการขนส่งกับเจ้าหน้าที่ว่าข้างที่ต้องขนส่งทั้งหมดนั้นมีจำนวน 66,212 กระสอบ
เป็นที่น่าสังเกตว่า การขนย้ายข้าวสารนั้นได้ขนออกไปเกือบหมดโกดังแล้ว เหลือเพียงปริมาณไม่กี่พันกระสอบเท่านั้น ส่วนรถที่ขนส่งนั้นเป็นรถที่มีป้ายทะเบียนจากจังหวัดสุพรรณบุรีทั้งสิ้น ส่วนผู้รับมอบอำนาจนั้นอ้างว่าข้าวทั้งหมดจะถูกขนย้ายไปเก็บยังโกดังในอำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อนที่กระจายไปสู่ตลาด ซึ่งจำเป็นต้องขนย้ายให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 24 มิถุนายนนี้ที่เป็นวันหมดสัญญา และการทำสัญญาซื้อขายกับ อคส.นั้นได้เกิดขึ้นก่อนที่จะมีการยึดอำนาจ
พ.อ. ภาสกร ยังได้ประสานไปยังคณะทำงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่รับผิดชอบงานด้านนี้เพื่อตรวจสอบข้อมูลและพิจารณาว่า จะต้องระงับการขนย้ายไว้ก่อน หรือมีการตรวจสอบหรือไม่อย่างไร ขณะเดียวกันทหารได้นำกุญแจเข้าล๊อคประตูโกดังข้าวที่เหลือที่ยังไม่มีการขนย้ายไว้ก่อน เพื่อตรวจสอบทั้งระบบต่อไป
ขอนแก่นล็อคกุญแจดอกที่4ปิดตายโกดังหวั่นย้ายข้าวก่อนตรวจ
พ.อ.ประกิจ ทับทอง รองผู้บัญชาการ มณฑลทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร์ ได้เดินทางไปที่ คลังสินค้ากลาง จักรเพชรการเกษตร เลขที่ 176 ม.9 ต.บ้านทุ่ม อ.เมืองขอนแก่น เป็นสถานที่เก็บข้าวโครงการรับจำนำข้าว ปีการผลิต 2555/56 และปีการผลิต 2556/57 พร้อมกับเจ้าหน้าที่ของฝ่ายการค้าภายใน ปลัดอำเภอเมือง ตัวแทนองค์การคลังสินค้า เพื่อนำแม่กุญแจไปล็อคประตูโกดังข้าว โครงการรับจำนำข้าวเปลือก ซึ่งเป็นคลังสินค้าในความรับผิดชอบของ อคส. ซึ่งเป็นการเข้าไปปิดล็อคกุญแจแบบค่อนข้างกระทัน ทำให้เจ้าของโกดัง เตรียมตัวแทบไม่ทัน เนื่องจากโกดังแห่งนี้เป็นลานรับซื้อมันสำปะหลัง มีกองมันกองปิดประตูโกดัง จนต้องเร่งให้คนงานช่วยกันเปิดทางอย่างเร่งด่วน
เป็นการปิดล็อคกุญแจโกดังเก็บข้าวที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ตามนโยบายของ คสช. ซึ่งเป็นแม่กุญแจตัวที่ 4 จากเดิมมี 3 ตัว ที่มีผู้ถือดอกกุญแจ 3 ฝ่ายคือจังหวัด คลังฯ หรือ อตก. และเซอร์เวเยอร์ และได้ตระเวนปิดล็อกกุญแจทั้งหมด จำนวน 39 ตัว มีโกดังที่ร่วมโครงการรับฝากข้าวทั้งหมด 20 แห่ง ในพื้นที่ 5 อำเภอ อ.เมือง,น้ำพอง,หนองเรือ,บ้านไผ่ และ พล เป็นการปิดเพื่อไม่ให้การเคลื่อนย้ายข้าวที่อยู่ในโกดังทั้งหมดและเป็นความรับผิดชอบของ อตก.7 แห่ง ของ อคส.13 แห่ง
พ.อ.ประกิจ เปิดเผยว่า ยังไม่มีการตรวจนับจำนวนข้าวเพียงแต่ยึดเอาตัวเลขหรือข้อมูลจากทั้งการค้าภายใน อคส.และอตก. ที่รับผิดชอบโดยตรง ซึ่งข้อมูลเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ที่ผ่านมา ข้าวทั้งหมดที่อยู่ในโกดัง ทั้ง 20 แห่ง มีจำนวน 122,630 ตันหรือ 1,226,300 กระสอบ จนกว่าจะมีการอบรมและสร้างความเข้าใจขั้นตอนวิธีการ การตรวจนับข้าว ให้แก่เจ้าหน้าที่ทหารชุดปฏิบัติร่วม เสียก่อน ซึ่งจะมีการอบรมในวันที่ 19 มิ.ย. นี้ โดยจะมีเจ้าหน้าที่ทหารชุดปฏิบัติการจาก 13 อำเภอ ในภาคอีสานเข้าร่วม
สำหรับโกดัง จักรเพชรการเกษตร เป็นสถานที่เก็บข้าวโครงการรับจำนำข้าว ปีการผลิต 2555/56 และปีการผลิต 2556/57 จำนวน 3 โกดัง ที่ ต.บ้านทุ่ม อ.เมืองขอนแก่น 2 โกดัง จำนวน 118,786 กระสอบ และที่ อ.หนองเรือ อีก 1 โกดัง จำนวน 70,663 กระสอบ
ทภ.2เตรียมทหาร800นายตรวจโกดังข้าว20จังหวัด
ที่ห้องประชุมสโมสรร่วมเริงไชย กองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา พ.อ.ชินกาจ รัตนจิตติ โฆษกกองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยถึงความคืบหน้าทหารเข้าไปล็อกกุญแจดอกที่ 4 โกดังข้าวในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายรอการตรวจสอบความทุจริตโปร่งใส ตามนโยบายของ คสช. ว่า ขณะนี้ทางกองทัพภาคที่ 2 ได้ส่งกองกำลังหน่วยทหารในพื้นที่เร่งล็อกกุญแจโกดังข้าวให้ครบทุกแห่งภายใน 3 วันนี้แล้ว
โดยจากการตรวจสอบในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด มีโกดังข้าวอยู่ประมาณ 315 โกดัง ซึ่งตั้งอยู่ใน 14 จังหวัดเท่านั้น ส่วนอีก 6 จังหวัดที่ไม่มีโกดัง ได้แก่ หนองบัวลำภู, หนองคาย, บึงกาฬ, มุกดาหาร, เลย และมหาสารคาม ขณะที่จังหวัดสุรินทร์ มีโกดังข้าวมากที่สุดคือ 102 โกดัง ทั้งนี้ในส่วนของการเข้าไปตรวจสอบคุณภาพ และปริมาณข้าวในโกดัง ก็ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของคณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐจะมีคำสั่งมาอีกครั้ง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ทหารยังไม่มีความรู้เรื่องด้านนี้ จึงต้องมีการอบรมกันก่อน โดยทางกองทัพภาคที่ 2 ได้จัดกองกำลังทหารร่วมตรวจสอบไว้ 100 ชุดๆ ละ 800 นาย ซึ่งจะมีการอบรม 2 ครั้ง
"สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างจะอบรมที่ จ.นครราชสีมา ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนที่ จ.ขอนแก่น แต่ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดวันที่ชัดเจน โดยจะมีเจ้าหน้าที่จากสำนักนายกรัฐมนตรี, กระทรวงพาณิชย์ และกรมการค้าภายใน มาเป็นวิทยากรอบรมให้ ส่วนหลังจากอบรมเสร็จแล้วจะมีการร่วมกันตรวจโกดังพร้อมกันหรือทยอยตรวจแต่ละพื้นที่ ก็ต้องรอคำสั่งจากคณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐอีกครั้ง"พ.อ.ชินกาจ กล่าว.
ทหารใช้ดินเหนียวหุ้มทับกุญแจล็อกโกดังข้าวหลังตรวจนับ
นายมนต์ชัย รุ่งชาญชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดกำแพงเพชร เจ้าของคลังสินค้ากลางเก็บรักษาข้าวสารของ อคส. บริษัท สิงห์โตทองไรซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เลขที่ 99/1 หมู่ที่ 1 ต.ธำมรงค์ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ได้ให้การต้อนรับคณะตรวจสอบข้าว โดยมี พลตรีคู่ชีพ เลิศหงิม ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 ค่ายนเรศวร พิษณุโลก กองทัพภาค 3 พ.อ. โสภณ นันทสุวรรณ ผู้บังคับกรมทหารราบที่ 14 ค่ายวชิรปราการ จ.ตาก ผบ.ร.14 จ.ตาก พ.อ. พฤติ พันธะสา ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 35 นายสุรพล วิณิชเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร พล.ต.ต.ประเสริฐ กาฬรัตน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชร เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร ข้าราชการฝ่ายปกครอง
เข้าตรวจคลังสินค้ากลางเก็บรักษาข้าวสาร 5 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 4 ล้านกระสอบ ของ อคส. ในโกดังของบริษัท สิงห์โตทองไรซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ทั้ง 15 หลัง เมื่อเสร็จแล้วก็ปิดล็อกประตูด้วยแม่กุญแจ ทั้ง 4 ชุด มีฝ่ายปกครอง ฝ่าย อคส. ฝ่ายผู้ตรวจสอบคุณภาพข้าว และของฝ่ายทหาร เสร็จแล้วใช้ดินเหนียว แทนคลั่ง หุ้มโซ่กับเชือกที่ใช้คล้องบานประตู ก่อนที่จะตีตราของกรมทหารพรานที่ 35 และดอกกุญแจกดพิมพ์ดินเหนียว ที่บานประตูคลังสินค้าทั้ง 15 แห่ง สร้างความมั่นใจ และความปลอดภัยข้าวของรัฐบาลทั้งหมด
พลตรีคู่ชีพ เลิศหงิม ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 ค่ายนเรศวร พิษณุโลก กองทัพภาค 3 เปิดเผยว่า การปิดล็อคกุญแจ คลังสินค้ากลางเก็บรักษาข้าวสารของ อคส. ทั้งหมด 20 คลัง ที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าว เพื่อป้องกันการโยกย้ายถ่ายเทข้าวสารที่อยู่ภายในคลังสินค้า และเป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับประชาชน มีการควบคุมการเปิด-ปิด โดยมีกำลังทหารร่วมตรวจสอบด้วย เพื่อความโปร่งใส เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนการตรวจคลังสินค้า จะมีเจ้าหน้าที่ทหารลาดตระเวนตรวจเป็นระยะ ส่วนข้าวสารที่อยู่ระหว่างการแปรสี ส่งคลังสินค้า ให้แปรสีส่งมอบให้ครบตามจำนวนก่อน จากนั้น จะมีฝ่ายทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ฝ่ายผู้ตรวจสอบคุณภาพข้าว ฝ่าย อคส. ทำการตรวจนับ เมื่อครบตามจำนวน จะทำการปิดล็อคประตูคลังสินค้ากลางเก็บรักษาข้าวสารอย่างที่เห็นอยู่ขณะนี้
ล็อคกุญแจโกดังอีก6แห่งเมืองบุรีรัมย์พร้อมตรวจกล้องวงจรปิดป้องกันข้าวหาย
จังหวัดทหารบกบุรีรัมย์ ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระจายลงพื้นที่ 3 อำเภอ มี อ.ประโคนชัย นางรอง และ อ.พุทไธสง เพื่อเข้าทำการล็อคกุญแจโกดังกลางจัดเก็บข้าวสารในโครงการรับจำนำปี 2555 - 2557 ที่เหลืออีกจำนวน 6 โกดัง จากเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.57 ได้เข้าล็อคกุญแจไปแล้ว 1 โกดัง ในเขต อ.เมือง ซึ่งการที่หน่วยทหารเข้าดำเนินการล็อคกุญแจโกดังกลางในครั้งนี้ เป็นนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อเพิ่มมาตรการเข้มในการดูแลข้าวสารที่จัดเก็บไว้ในโกดังเพิ่มอีก 1 ฝ่าย จากที่ก่อนหน้านี้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลกุญแจโกดังกลางเพียง 3 ฝ่าย คือ ผู้แทนจังหวัด เจ้าหน้าที่องค์การคลังสินค้า และบริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าวหรือ เซอร์เวเยอร์
พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ทหารยังจะมีการตรวจเช็คกล้องวงจรปิด ที่ติดตั้งไว้รอบบริเวณโกดังกลางด้วย ว่าอยู่ในสภาพที่ใช้การได้หรือไม่ เพื่อเป็นการป้องกันการกระทุจริตหรือลักลอบขนย้ายข้าวสารในโครงการรับจำนำออกจากโกดังกลางดังกล่าว เนื่องจากบุรีรัมย์ก็เป็นอีก 1 พื้นที่จังหวัดที่มีการกระทำทุจริตลักลอบขนย้ายข้าวออกจากโกดัง จนมีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาแล้ว และขณะนี้เรื่องยังอยู่ในกระบวนศาล
หลังจากที่ทางทหารเข้าดำเนินการล็อคกุญแจโกดังกลางครบทั้ง 7 แห่งแล้ว ก็จะได้ร่วมกับหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบ เข้าทำการตรวจสอบคุณภาพและปริมาณข้าวสารในโกดัง ตามคำสั่งของ คสช. และจะมีการทำบันทึกรายงานให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบด้วย ทั้งนี้จากข้อมูลของสำนักงานการค้าภายในจังหวัด พบว่าจ.บุรีรัมย์ มีโกดังกลางจัดเก็บข้าวสารอยู่ทั้งหมด 7 แห่ง ขณะนี้มีข้าวสารที่จัดเก็บไว้ในโกดังกลางตามบัญชีที่ระบุไว้ รวมทั้งสิ้น 224,791 กระสอบ หรือกว่า 22,470 ตัน
ประธานเครือข่ายชาวนาไทยเห็นด้วยเลิกจำนำข้าว
นายระวี รุ่งเรือง ประธานเครือข่ายชาวนาไทย และประธานศูนย์ข้าวชุมชนภาคตะวันตก ประธานศูนย์ข้าวชุมชนจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่าตนเห็นด้วยที่คณะรักษาความสงบเรียบร้อยยกเลิกโครงการจำนำข้าว เพราะที่ผ่านมาตนค้านโครงการนี้ตลอด เพราะไม่ได้เป็นโครงการที่สะท้อนความเป็นจริง และไม่ใช่การจำนำ เพราะการจำนำข้าว ต้องเหมือนกับการจำนำทรัพย์สิน เจ้าของทรัพย์สินต้องไถ่ถอนคืน แต่โครงการจำนำข้าวของพรรคเพื่อไทย ไม่ได้ไถ่ถอนคืน จึงไม่ใช่จำนำ แต่เป็นการเล่นคำ สำหรับการช่วยเหลือชาวนาตนได้ขอเสนอ คสช.ไปแล้ว โดยในเบื้องต้นให้ช่วยเหลือชาวนาเรื่องปัจจัยการผลิตที่ชาวนาได้ลงทุนไปแล้วในฤดูนาปรังระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ - กันยายน 2557 เนื่องจากได้ลงไทยไปแล้ว ตนทุนเท่าเดิม แต่ราคาข้าวตกต่ำเหลือเกวียนละไม่เกิน 6,000 บาท โดยให้ช่วยเหลือเป็นไร่ ๆ ละ 2,500 บาท และหาช่วยเหลือเป็นตัน ๆ ละ 3,000 บาท
“การช่วยเหลือระยะยาว อยากให้สำรวจศูนย์ข้าวชุมชนหรือโรงสีชุมชน ที่รัฐบาลผ่านๆ มาหลายรัฐบาลได้สนับสนุนงบประมาณก่อสร้างไว้ ปัจจุบันได้ถูกปล่อยให้รกร้าง เนื่องจากความไม่ต่อเนื่องของนโยบายรัฐบาล อยากให้หยิบขึ้นมาดำเนินการต่อเพราะเป็นงบประมาณรัฐบาลที่ได้ลงทุนไปหลายครั้ง หลายหน เพื่อเตรียมการพัฒนาพันธ์ข้าวอย่างยั้งยืนในอนาคต"
นายระวี กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ให้ออกระเบียบ หรือกฎหมายให้ชาวนาเป็นผู้เสนอความคิด รัฐบาลเป็นผู้ทำ เหมือนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งอาจมีระยะเวลา 5 ปี หรือ 8 ปี โดยรัฐบาลไหนมาต้องทำตามแผนที่ชาวนาเสนอไว้ แล้วจัดตั้งกองทุนหมุนเวียนในเรื่องเมล็ดพันธ์ข้าว ของศูนย์พัฒนาพันธ์ข้าวชุมชนที่รัฐบาลได้ตั้งมาตั้งแต่ปี 2543 ซึ่งทั่งประเทศมีกว่า 4,000 แห่ง และเป็นศูนย์ที่มีคณะกรรมการที่มีตัวตนจริง เอามาทำให้ชัดเพราะเป็นองค์กรที่มีอยู่แล้วไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ เมื่อพัฒนาศูนย์ข้าวชุมชนแล้ว เมล็ดพันธ์ข้าวที่ชาวนาต้องการปีละ 800,000 - 1,000,000 ตัน แต่ปัจจุบันศูนย์พัฒนาข้าวชุมชนได้จัดตั้งไว้ผลิตไม่ได้ เพราะไม่มีเงินซื้อเมล็ดพันธ์ข้าวคืนจากสมาชิก สุดท้ายศูนย์ศูนย์ข้าวชุมชน 4,000 กว่าแห่งผลิตได้ไม่เกิน 100,000 ตัน ต่อปี ทำให้เมล็ดพันธ์ข้าวอีกกว่า 700,000 ตัน อยู่ในมือพ่อค้าทำพันธ์ข้าวขาย นอกจากนี้ยังต้องตั้งกองทุนรวบรวมการผลิตเพื่อการแปรรูปการผลิตโรงสีชุมชน เพื่อให้ชุมชนเข้ม และต้องออกกฎหมายควบคุมการผลิตต่าง เพื่อการผลิตได้มาตรฐาน
มท.เร่งตรวจสอบงาบหัวคิวโกงข้าวกล่องอส.
นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สั่งให้มีการตรวจสอบเรื่องการทุจริตค่าอาหารกล่องของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ( อส.)ในจังหวัดใหญ่จังหวัดหนึ่งทางภาคเหนือนั้น ว่า ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะเรื่องที่มีการร้องเรียนหรือมีความไม่เข้าใจ เราต้องรีบดำเนินการให้เรื่องปรากฏข้อเท็จจริง ซึ่งในเรื่องดังกล่าวตนได้ให้หน่วยงานประสานผู้ว่าราชการจังหวัดได้ตรวจสอบ ซึ่งหน่วยงานของ อส.จังหวัดนั้นผู้ว่าราชการจะเป็นผู้รับผิดชอบ โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่ปรากฏว่า มีงบประมาณจากส่วนกลางในเรื่องนี้ จึงต้องตรวจสอบว่ามีงบพิเศษของจังหวัดหรือไม่ ซึ่งหน่วยงานของ อส.จังหวัดนั้นผู้ว่าราชการจะเป็นผู้รับผิดชอบ อย่างไรก็ตามจะมีการตรวจสอบเรื่องนี้โดยเร็ว และจะเรียน ม.ล.ปนัดดาต่อไป เมื่อถามว่า ม.ล.ปนัดดา ระบุว่ามีความพยายามทำหลักฐานเท็จในเรื่องดังกล่าว นายวิบูลย์ กล่าวว่า ยืนยันว่า การทำผิดกฎหมายไม่มีใครสามารถปกป้องได้ และคนที่ปกป้องก็จะมีความผิดไปด้วย ดังนั้นยืนยันว่า หากมีเรื่องไม่ถูกต้องปรากฏเราต้องดำเนินการตามระเบียบกฎหมาย ตามนโยบายของคสช.



