
พิมพ์เขียวปั้นเอสเอ็มอีไทย แกร่ง
18 มิ.ย. 2557
เล่าสู่กันฟัง : พิมพ์เขียวปั้นเอสเอ็มอีไทย แกร่ง : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์
ผมมักเล่าสู่กันฟังถึงบทบาทเอสเอ็มอีฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เฉพาะในประเทศไทย มีเอสเอ็มอีไม่น้อยกว่า 2.78 ล้านราย ในอีกไม่นานการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จะเป็นทั้งโอกาสทองทางธุรกิจขยายตลาดผู้บริโภคให้เสรี และในขณะเดียวกันก็เป็นการเปิดโอกาสให้คู่แข่งทางการค้าได้เข้ามาแข่งขันกับผู้ประกอบการในไทยอย่างเต็มตัวด้วยเช่นกัน
เอสเอ็มอีไทย จึงต้องมีกลยุทธ์เชิงรุกและเชิงรับ เร่งพัฒนาศักยภาพตัวเอง และดึงประโยชน์ของการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งมีตัวแปรฐานผลิตเดียว สามารถเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ เงินทุน และแรงงาน ได้อย่างเสรีมาใช้ให้ได้สูงสุด
“BlueOcean” กลยุทธ์น่านน้ำสีคราม โดยศาสตราจารย์ชาน คิม และ เรเน โมบอร์ค อาจารย์จากสถาบันอินเซียด (INSEAD) สถาบันการศึกษาด้านบริหารธุรกิจชั้นนำของโลก เป็นอีกหนึ่งวิธีที่แนะนำให้ผู้ประกอบการต้องผลิตสินค้าที่มีความแตกต่าง พยายามเสาะแสวงหากลุ่มลูกค้าใหม่ๆ และตลาดใหม่ๆ เน้นสร้างความต้องการใหม่ๆ บนพื้นฐานความต้องการของลูกค้าว่า ลูกค้าซื้อผลิตภัณฑ์ด้วยความต้องการสินค้า “ราคาไม่แพง” หรือ “ผลิตภัณฑ์ที่ โดดเด่น แตกต่าง”
การสร้างฐานลูกค้า ด้วยตราสินค้า ที่กล่าวไปข้างต้นนั้น จะช่วยให้ผู้ประกอบการมีตลาดสินค้าใหม่ๆ เกิดขึ้นโดยไม่ต้องแข่งขันกับผู้ประกอบการอื่น ที่มีธุรกิจคล้ายๆ กัน นอกจากนี้ ยังมีกลยุทธ์ที่ได้จากงานสัมมนาพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม “SMEs พบห้างค้าปลีกและค้าส่ง : ผลิตอย่างไร! ให้ตรงใจจัดซื้อ” ที่ผมพอจะสรุปกลยุทธ์ เชิงรุก-เชิงรับ เพื่อให้ผู้ประกอบการได้นำไปประยุกต์ใช้ก่อนก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ดังนี้
เชิงรุก 1.แสวงหาแหล่งวัตถุดิบนำเข้าในอาเซียน เพื่อความได้เปรียบด้านราคาสินค้า และคุณภาพ 2.ศึกษารสนิยมของตลาดที่แตกต่างและพร้อมจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเพื่อผู้บริโภค แต่ก็ต้องมีเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์หรือบริการ 3.ศึกษาเรื่องฐานการผลิตที่เหมาะสม 4.มองการลงทุนส่งออกไปที่กลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี คือ กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม 5.พัฒนาระบบโลจิสติกส์ให้เกิดความสะดวก และลดต้นทุน 6.ศึกษาตลาดแรงงานจากอาเซียน รองรับกรณีขาดแคลนแรงงานในประเทศ 7.เปิดตลาดใหม่สร้างความได้เปรียบทางภาษี
เชิงรับ 1.เรียนรู้คู่แข่ง วิเคราะห์จุดอ่อน-จุดแข็ง วางตำแหน่งการตลาดระหว่างเรากับคู่แข่งกำหนดเป้าหมายให้ได้ 2.เสริมศักยภาพด้านการผลิต บริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมผลิตสินค้าใหม่เพิ่มมูลค่า เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันด้านราคา 3.เตรียมพร้อมรับมือกับคู่แข่งทุกเมื่อ 4.มัดใจลูกค้าทุกรูปแบบ ด้วยการศึกษาพฤติกรรมตลาดเสมอ จนเกิดความชำนาญ 5.ดึงดูดพนักงานให้อยู่กับธุรกิจมากที่สุด ป้องกันการถูกแย่งแรงงานฝีมือ 6.กระจายคำสั่งซื้อ เพื่อป้องกันปัญหากรณีผู้ว่าจ้างเบี้ยวสิ่งของ แล้วพอถึงเวลาไม่ซื้อจริง
เรื่องที่ผมได้นำมาเล่าสู่กันฟัง เป็นอีกหนึ่งเทคนิคพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอี และหากมีหน่วยงานภาครัฐมาเป็นกองหนุนเรื่อง “สภาพคล่องทางการเงิน”ก็จะช่วยให้ธุรกิจเอสเอ็มอีไทย เติบโตบนถนนอาเซียน ได้อย่างราบรื่น แข็งแกร่ง และสามารถขยายธุรกิจไปได้อย่างไม่ชะงัก
--------------------------
(เล่าสู่กันฟัง : พิมพ์เขียวปั้นเอสเอ็มอีไทย แกร่ง : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์)



