ข่าว

"เนวินไม่ใช่จุดอ่อนทำให้พรรคแพ้"

"เนวินไม่ใช่จุดอ่อนทำให้พรรคแพ้"

29 มิ.ย. 2552

การเลือกตั้งที่ จ.สกลนคร เขต 3 ที่ "พรรคภูมิใจไทย" พ่ายให้กับ "พรรคเพื่อไทย" ส่งผลให้ ส.ส.ในอีสานที่ยังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องย้ายพรรคนาทีนี้คงตัดสินใจได้แล้ว เพราะถ้าย้ายพรรคคงต้องเหนื่อยหนัก หรือโชคร้ายอาจถึงขั้นสอบตก

 "บุญจง วงศ์ไตรรัตน์" รมช.มหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้วิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ทำให้พรรคแพ้การเลือกตั้งครั้งนี้มาจาก 3 สาเหตุ คือ 1.ระยะเวลาหาเสียงของพรรคสั้นเกินไปทำให้ไม่สามารถพบปะกับประชาชนได้ครบทุกหมู่บ้าน 2.กระแสความนิยม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังมีอยู่สูงมาก และ 3.โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ โทรศัพท์ไปหากำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน และผู้บริหารองค์กรส่วนท้องถิ่นลักษณะขอให้ช่วยเหลือ และมีจดหมายลงนามโดย พ.ต.ท.ทักษิณ ส่งถึงประชาชนทุกครัวเรือนในลักษณะขอความเห็นใจ ทำให้ประชาชนรู้สึกสงสารและเทคะแนนให้ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย

 "สัปดาห์สุดท้ายของการเลือกตั้งก่อนที่จะมีการส่งจดหมายของอดีตนายกฯ ก่อนโทรศัพท์หากำนัน-ผู้ใหญ่บ้านและผู้นำองค์กรท้องถิ่น ได้มีการปล่อยข่าวโจมตีคุณเนวิน ชิดชอบ โดยตรง มีทั้งใบปลิวและการปราศรัยกล่าวหาว่าเป็นคนเนรคุณ มีซีดีการชุมนุมประท้วงของคนเสื้อแดงในเหตุการณ์วันสงกรานต์แจกไปทั่วพื้นที่กล่าวหาว่าเป็นการกระทำของคุณเนวิน และให้ประชาชนเลือกเบอร์ 1 เลือกคุณเนวิน เลือกเบอร์ 2 เอาทักษิณกลับเมืองไทย เป็นการต่อสู้ระหว่างคุณทักษิณกับคุณเนวิน จึงเป็นสาเหตุที่ให้พรรคแพ้เลือกตั้ง"

 "บุญจง" ยอมรับว่า ในพื้นที่เลือกตั้งกระแสของอดีตนายกฯ ทักษิณยังได้รับความยอมรับจากประชาชน ประกอบกับสกลนครเป็นพื้นที่ติดต่อกับอุดรธานีซึ่งถือเป็นพื้นที่ของคนเสื้อแดงได้นำคนอุดรฯ นครพนม และหนองคาย มาช่วยหาเสียงด้วยในพื้นที่จึงถูกกระตุ้นโดยคนเสื้อแดงจำนวนมาก ทั้งนี้ มองว่าการที่ชาวบ้านเลือกผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย เพราะความสงสาร พ.ต.ท.ทักษิณล้วนๆ ไม่มีเรื่องผลงานมาเกี่ยวข้อง ทั้งที่คนที่น่าสงสารกว่าควรจะเป็นชาวบ้าน เพราะคิดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไปลำบากทรมาน แต่ความจริงชีวิตและความสุขต่างกันมาก

 "เชื่อว่าต่อไปประชาชนก็จะรู้ว่าผลการโฟนอินกับชีวิตของเขาต่างกันตรงไหนร้อยวันพันปีผู้นำชุมนุมเคยรับโทรศัพท์มาหาหรือไม่ ผลคะแนนออกมาแบบนี้แล้วสุดท้ายประชาชนได้อะไร ถ้าเลือก ส.ส.รัฐบาลก็สามารถผลักดันอะไรลงพื้นที่ได้ แต่โทษประชาชนไม่ได้ พอได้รับโทรศัพท์อาจน้ำตาไหล แต่ในระยะยาวมันต่างกัน เพราะชีวิตประชาชนกับชีวิตอดีตนายกฯ ทักษิณความสุขต่างกันราวฟ้ากับดิน ถ้ารัฐบาลนี้อยู่ถึง 2 ปี คุณทักษิณจะกลับหรือไม่ ชาวบ้านก็ลำบากเหมือนเดิม วันนี้ชาวบ้านได้ ส.ส.ฝ่ายค้านอีก 1 คน ลองดูคุณทักษิณกลับหรือไม่ ถ้า 1-2 ปี คุณทักษิณไม่มาชาวบ้านก็จะถามหาเมื่อถึงเวลานั้นชาวบ้านก็จะรู้" 

 ส่วนการปรับกลยุทธ์การเลือกตั้งในพื้นที่สีแดงในอนาคต "รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย" กล่าวว่า จะให้ ส.ส.ลงไปหาประชาชนมากขึ้น ไปรับฟังปัญหา เพื่อนำมากำหนดเป็นนโยบายทำให้ประชาชนมั่นใจ ยิ่งถ้าได้เป็นรัฐบาลจะทำให้นโยบายต่างๆ เป็นจริงได้

 "ในวันนี้ที่เราเป็นรัฐบาลต้องผลักดันโครงการต่างๆ ให้เป็นจริง เช่น โครงการถนนปลอดฝุ่น เริ่มทำแล้วแต่โครงการไหนใช้งบประมาณมากก็ต้องรอไปก่อน ถ้าอยากได้สิ่งที่เราคิดเป็นจริงกับชีวิตของเขาต้องเลือกเรา ถ้าเราได้เสียงข้างมากก็จะได้เป็นรัฐบาลและจะได้ทำโครงการต่อ"

 อย่างไรก็ตาม "บุญจง" กล่าวว่า ไม่คิดว่าการแพ้เลือกตั้งครั้งนี้เกิดจากการเล่นใต้ดินของพรรคอื่นมาช่วยผู้สมัครพรรคเพื่อไทย เพราะไม่มีหลักฐาน พร้อมยืนยันว่าการแพ้เลือกตั้งครั้งนี้เนวินไม่ใช่จุดอ่อน แต่เป็นจุดแข็งของพรรคจึงเป็นเป้าให้ถูกโจมตี

 สำหรับข่าวหลังรู้ว่าแพ้เลือกตั้ง "เนวิน" เก็บอาการไม่อยู่ "บุญจง" ปฏิเสธว่าไม่จริง เพราะคนอย่างนายเนวินผ่านสนามเลือกตั้งมามาก เรื่องแค่นี้เล็กน้อย เพราะรู้อยู่แล้วว่าถ้าไม่ชนะก็แพ้ 

 ส่วนที่มองว่า "พรรคภูมิใจไทย" โตแบบก้าวกระโดดนั้น "บุญจง" มองว่า ไม่ใช่ เพราะพรรคภูมิใจไทยมี ส.ส.ของตัวเองอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่พรรคใหม่ไม่ค่อยมี ส.ส.แต่พรรคนี้มี ส.ส.เริ่มต้นประมาณกว่า 20 คนแล้ว ทำให้การขับเคลื่อนในพื้นที่เกิดขึ้นง่าย 

 "บุญจง" ยอมรับว่า ทุกครั้งที่พรรคจะมีโครงการใหญ่ๆ ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงมักถูกมองในแง่ลบว่าโกง เพื่อพรรคการเมือง เพื่อนำเงินไปเลือกตั้ง ทั้งที่จริงๆ ไม่ใช่ เพราะปัจจุบันระบบตรวจสอบมีมากมาย ทั้งสื่อ องค์กรตรวจสอบ ทางการเมืองจึงต้องอธิบายให้ได้ แม้ว่าจะช้ำหรือสะบักสะบอมก็ต้องทำ เพราะถ้าไม่ทำยิ่งช้ำหนัก 

 ส่วนกระแสข่าวว่า "พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ" รมว.กลาโหม จะมาเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้า "บุญจง" ปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง เพราะนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย จะยังเป็นหัวหน้าพรรคไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น และ พล.อ.ประวิตร ก็ประกาศไม่เล่นการเมืองอยู่แล้ว ส่วนอนาคตพรรควางไว้เป็นพรรคขนาดกลาง แต่ถ้าเสียงมากเป็นอันดับหนึ่ง หัวหน้าพรรคก็พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี