
ทลายอู่ดัดแปลงรถยนต์ขายลาว
16 มิ.ย. 2557
ตม.หนองคาย ทลายอู่ดัดแปลงรถยนต์ พบรถใหม่-รถประกอบแล้ว-รถที่อยู่ระหว่างการประกอบและป้ายทะเบียน รับซื้อซากรถมาซ่อมและสวมทะเบียนส่งขายลาว ทำมาแล้ว 2 ปี
วันที่ 16 มิ.ย.57 เมื่อเวลา 10.30 น. พล.ต.ต.ชาติชาย เอี่ยมแสง ผบก.ตม.4 พล.ต.ต.ชัยญัติ สายถิ่น ผบก.ภ.จว.หนองคาย พ.ต.อ.พัลลภ สุริยะกุล ณ อยุธยา ผกก.ตม.จว.หนองคาย พ.ต.ต.บุญเลิศ วิเศษชาติ ผบ.ร้อย ตชด.245 หนองคาย พร้อมกำลังตำรวจ สภ.เมืองหนองคาย ตชด. และทหาร ได้ควบคุมตัว นางจงสวัสดิ์ แสบงบาล อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89/4 ม.11 ต.หาดคำ อ.เมืองหนองคาย และนายพันธุ์ศักดิ์ เรืองหงษ์ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 83/1 ม.5 ต.สระพังทอง อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ เข้าตรวจค้นอู่ซ่อมรถไม่มีชื่อ และไม่มีเลขที่ ซึ่งเป็นอู่ของนางจงสวัสดิ์ พบรถยนต์ตู้โตโยต้า และรถยนต์โตโยต้า วีโก้ 4 ประตูสภาพใหม่ รวมทั้งรถยนต์กระบะ 2 ประตู และ 4 ประตูที่ประกอบเสร็จแล้วรวม 6 คัน และรถยนต์กระบะโตโยต้า วีโก้ 2 ประตู และ 4 ประตู ที่อยู่ระหว่างการประกอบยังไม่แล้วเสร็จ 6 คัน นอกจากนี้ยังพบแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์กระบะแบบ 2 ประตู 4 ประตู และรถยนต์รับจ้างจากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศอีก 44 แผ่น เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ สงขลา สมุทรสาคร ตราด กระบี่ สกลนคร อุดรธานี ขอนแก่นฯ จึงทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน
สืบเนื่องมาจาก เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่าน พ.ต.อ.พัลลภ สุริยะกุล ณ อยุยา ผกก.ตม.จว.หนองคาย พร้อมกำลังได้ทำการจับกุมตัวนางจงสวัสดิ์ แสบงบาล และนายพันธุ์ศักดิ์ เรืองหงษ์ พร้อมรถยนต์กระบะโตโยต้า วีโก้ แคป สีเทา หมายเลขทะเบียน บม 6850 สกลนคร ของนายพันธุ์ศักดิ์ ซึ่งเป็นคนขับและเป็นเจ้าของรถ ขณะนำเอกสารประจำรถยื่นต่อเจ้าหน้าที่ ตม.เพื่อเดินทางไปยัง สปป.ลาว แต่จากการตรวจสอบพบพิรุธ จึงตรวจสอบโดยละเอียด จึงทราบว่าเป็นรถกระบะที่นำมาสวมทะเบียนของนายพันธุ์ศักดิ์ จึงทำการตรวจยึดและจับกุม
จากการสอบสวน นางจงสวัสดิ์ ให้การรับสารภาพว่า ตนเป็นภรรยาของนายศุภกร แสบงบาล ซึ่งเป็นเจ้าของอู่ซ่อมรถและอยู่ระหว่างการหลบหนี โดยจะตระเวนหาซื้อซากรถที่เกิดอุบัติเหตุจากทั่วประเทศ โดยเฉพาะรถยนต์โตโยต้า ตามออร์เดอร์ เพื่อนำมาซ่อม พร้อมสวมทะเบียนรถของคนอื่นเพื่อความถูกต้องให้สามารถยื่นเอกสารและขับข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ไปขายให้กับลูกค้าในนครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศ สปป.ลาว โดยทำมาแล้วเกือบ 2 ปี และนำรถไปขายแล้วประมาณ 20 คัน ในราคาคัน 350,000 - 400,000 บาท ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพและปีของรถ
ส่วนนายพันธุ์ศักดิ์ ให้การว่า ลูกชายตนมาฝึกทำงานช่างอยู่ในอู่ซ่อมแห่งนี้ และตนได้รับการประสานจากนายศุภกร แสบงบาล เจ้าของอู่ ให้นำคู่มือประจำตัวรถของตนมาให้ โดยไม่รู้ว่านำมาทำอะไร จากนั้นได้ว่าจ้างตน 10,000 บาท ให้ตนขับรถยนต์คันที่สวมทะเบียนเสร็จแล้วไปส่งยังนครหลวงเวียงจันทน์ กระทั่งถูกจับกุมตัวได้ขณะยื่นเอกสารดังกล่าว
พ.ต.อ.พัลลภ สุริยะกุล ณ อยุธยา ผกก.ตม.จว.หนองคาย เปิดเผยว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่าน ได้ทำการจับกุมรถยนต์ในลักษณะเดียวกันนี้แล้วรวม 3 ราย ซึ่งเป็นการสวมทะเบียน หรือเอกสารประจำตัวรถให้ถูกต้อง ตบตาเจ้าหน้าที่เพื่อนำรถไปขายใน สปป.ลาว เมื่อนำรถออกไปได้จะทำการแกะเพลท แผ่นป้ายทะเบียนกลับมาเพื่อมาสวมคันใหม่และนำไปขายอีก ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและสร้างความเสียหายให้กับประชาชนและประเทศชาติเป็นอย่างมาก จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนไว้ดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันพยายามลักลอบนำรถยนต์ออกนอกราชอาณาจักร โดยสำแดงข้อมูลรถยนต์อันเป็นเท็จ ตาม พรบ.ศุลกากร ม.27 และแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานในประการที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือ ประชาชนและปลอมและใช้เอกสารปลอม พร้อมตรวจยึดรถทั้งหมดและอุปกรณ์รถทั้งหมดไว้ตรวจสอบและจะได้ติดตามตัวนายศุภกร แสบงบาลเจ้ของอู่ซ่อมรถมาสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



