ข่าว

ไล่ยิงรถบรรทุกแรงงานเขมรกลับบ้านดับ2

ไล่ยิงรถบรรทุกแรงงานเขมรกลับบ้านดับ2

15 มิ.ย. 2557

ชายฉกรรจ์ไล่ยิงรถกระบะบรรทุกแรงงานเขมรดับ2 เด็กข้างทางถูกลูกหลง ตร.รถไฟจับกัมพูชาไม่มีพาสปอร์ต 40 รายขณะเดินทางกลับ ตม.เบรกแก้ปัญหาต่างด้าว3สัญชาติหวั่นกระทบศก.


                15มิ.ย.2557 ร.ต.ท.วินัย ปลื้มพันธ์ ร้อยเวรฯ สภ.บ่อทอง  จังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายขับรถไล่ยิงกันที่บริเวณถนนปรกฟ้า-บ่อทอง และมีเด็กถูกกระสุนปืนที่บริเวณร้านขายของชำเลขที่ 18/1หมู่7 ตำบลธาตุทอง อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี จึงรุดไปดู ที่เกิดเหตุพบเด็กหญิงมินตรา  สร้อยเพชร อายุ 11 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.เข้าที่บริเวณข้อศอกซ้าย เลือดไหลไม่หยุด  จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลบ่อทองให้แพทย์ช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
    
                ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณร้านขายของชำ เลขที่ 18/1หมู่7 ตำบลธาตุทอง อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี โดยกล้องวงจรปิดของทางร้านบันทึกภาพเหตุไว้ได้อย่างชัดเจน พบว่าขณะที่เด็กหญิงมินตรากำลังเดินอยู่ริมถนนกับเพื่อนอีก 2 คน ได้มีรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน บท 3410 สระแก้ว ที่มีคนนั่งมาเต็มท้ายกระบะ ขับรถมาด้วยความเร็ว กับรถกระบะและรถเก๋ง สีขาว อีก 2 คัน ซึ่งภายในรถมีชายฉกรรจ์แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ขับรถประกบข้าง พร้อมกันนั้นได้มีเสียงปืนดังขึ้น  3 นัด จนทำให้เด็กหญิงมินตราและเพื่อนรวม 3 คน ที่เดินอยู่ริมถนนต้องวิ่งหลบหนี แต่กระสุนถูกเด็กหญิงมินตราได้รับบาดเจ็บ ญาติรีบนำส่งโรงพยาบาลบ่อทอง ล่าสุดอาการปลอดภัย
    
                จากนั้นชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าวได้ไล่ยิงรถกระบะขนแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชามาเต็มคันขณะมุ่งหน้าไปจังหวัดสระแก้ว ทำให้ยางระเบิดพลิกคว่ำตกลงข้างทาง บริเวณถนนปรกฟ้า ปลวกแดง หมู่ 4 ตำบลหนองใหญ่ อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี มีผู้เสียชีวิตเป็นชาวกัมพูชา 2 คน  ได้รับบาดเจ็บอีก 11 คน
    
                ด้าน พ.ต.ท.ณัฐวรรธฏ์ ศรีทองเพ็ชร พนักงานสอบสวน สภ.หนองใหญ่ สอบสวนผู้ได้รับบาดเจ็บให้การว่า พวกตนเป็นชาวกัมพูชาเดินทางมาจากจังหวัดระยองด้วยกันทั้งหมด 18 คน มุ่งหน้าจังหวัดสระแก้วเพื่อกลับบ้านเกิดประเทศกัมพูชา  ระหว่างทางได้มีรถกระบะและรถยนต์เก๋ง ขับมาประกบพยายามจะให้รถขนแรงงานจอดแต่คนขับกลับขับรถหลบหนี หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นจำนวนหลายนัด ต่อจากนั้นรถของคนงานเกิดเสียหลักพลิกคว่ำตกข้างทาง จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บอีก 11 คน ส่วนอีก 5 คนที่เหลือ คาดว่าไม่ได้รับบาดเจ็บ และหนีไปได้หลังจากเกิดเหตุ
    
                ขณะที่ตลอดวันนี้ที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา จุดผ่านแดนถาวร บ้านคลองลึก ปรากฏว่าตั้งแต่เช้าหลังเปิดด่าน ทั้งรถบัสและรถสิบล้อยังบรรทุกแรงงานชาวกัมพูชาจากทั่วสารทิศเพื่อมุ่งหน้าเข้าไปส่งยังฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา ทำให้บริเวณหน้าด่านบ้านคลองลึก รถติดขัดยาวเหยียด พบว่าวันนี้มีรถบัส และรถสิบล้อที่ใช้ผ้าเต็นท์คลุมบรรทุกแรงงานชาวกัมพูชามาจากจังหวัดสกลนคร นครพนม และอีกหลายจังหวัดทางภาคเหนือ เดินทางกลับอย่างต่อเนื่องจนถึงขณะนี้มียอดแรงงานชาวกัมพูชาทะลักกลับที่จุดผ่านแดนบ้านคลองลึกนับแสนคนแล้ว


ตำรวจรถไฟจับกัมพูชาไม่มีพาสปอร์ตเกือบ40รายขณะเดินทางกลับ


                ขณะเดียวกันเมื่อเวลา 19.00 น.พ.ต.ท.วุฒิเทพ เพ็ญแสง สารวัตรสถานีตำรวจรถไฟหัวหิน ได้สนธิกำลังร่วมกับ ตำรวจภูธรหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ ได้สนธิกำลังระดมกวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่รับชอบ โดยได้ทำการตรวจค้นบนขบวนรถไฟ และสถานีรถไฟต่างๆ ขณะทำการตรวจค้นที่สถานีรถไฟหัวหิน พบแรงงานต่างด้าวจำนวนหนึ่ง พร้อมกระเป๋าสัมภาระ ได้รวมกลุ่มกันอยู่บริเวณชานชาลา จึงขอเข้าทำการตรวจค้น พบว่ากลุ่มแรงงานต่างด้าวทั้งหมดเป็นชาวกัมพูชา ที่เข้ามาทำงานก่อสร้างที่หมู่บ้านเขาเต่า อำเภอหัวหิน  ทั้งหมดเข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมายไม่มีพาสปอร์ตหรือเอกสารใบอนุญาตทำงานใดๆ จึงไม่สามารถอนุญาตให้แรงงานกัมพูชาทั้งหมดขึ้นรถไฟได้ เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการควบคุมผู้ต้องหาทั้งหมด เพื่อดำเนินคดี จากการตรวจสอบแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาที่ไม่มีพาสปอร์ต ที่จับกุมได้ในครั้งนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 38 คน เป็นชาย 24 คน ,หญิง 12 คน และเด็กอีกจำนวน 2 คน
    
                จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ทราบว่า แรงงานต่างด้าวทั้งหมด ได้มาทำงานก่อสร้างที่เขาเต่า โดยทั้งหมดได้พร้อมใจกันเดินทางกลับประเทศกัมพูชา เนื่องจากกลัวว่าจะมีความผิดถูกจับกุม  ตามคำสั่งของ คสช.ที่ระบุชัดเจนเรื่องการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว และให้มีการผลักดันแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายออกนอกประเทศ ประกอบกับแรงงานเหล่านี้เข้ามาทำงานอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมายจึงอยากรีบเดินทางกลับประเทศกัมพูชา แต่ก็มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้เสียก่อน  ทั้งนี้จะมีการนำแรงงานต่างด้าวทั้งหมด ส่งดำเนินคดีที่ สถานีตำรวจภูธรหัวหิน จากนั้นจะส่งต่อไปยังตำรวจตรวจคนเข้าเมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อผลักดันกลับประเทศกัมพูชาต่อไป



ตม.เบรกแก้ปัญหาต่างด้าว3สัญชาติหวั่นกระทบเศรษฐกิจ


                ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) มีรายงานว่า พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี จเรตำรวจ ในฐานะรักษาราชการแทนผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้มีบันทึกข้อความ ที่0029. (ศปก.สตม.)/136 ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2557 เรื่องแนวทางแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว ถึงรองผบช.สตม. ผบก.ตม.1-6 ผบก.สส.สตม. ผบก.อก.สตม. ผบก.ประจำสตม. และรองผบก.ศทส.ตม. โดยมีใจความว่า ขณะนี้คณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว(กนร.) อยู่ระหว่างการกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ซึ่งเป็นแรงงานกลุ่มที่มีความสำคัญต่อโครงสร้างพื้นฐาน ทางอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งส่วนที่ผ่านการขึ้นทะเบียน แต่สถานะพำนักยังไม่สมบูรณ์ และทั้งส่วนที่ยังไม่รับการจดทะเบียน ซึ่งจะปรากฎแนวทางในการปฏิบัติเป็นรูปธรรมโดยเร็วนี้
 
                "เพื่อให้การปฏิบัติ ไม่เกิดผลกระทบต่อการประกอบกิจการในภาคอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจของประเทศ และสอดคล้องตามนโยบายคืนความสุขให้ประเทศของ คสช. จึงให้หน่วยงานในสังกัด สตม.รอฟังแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจน จากหน่วยเหนือไว้ก่อน โดยมิให้กระทำการใดๆ ที่สร้างเงื่อนไข อันเป็นผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ รวมทั้งสร้างเงื่อนไขเพื่อเรียกรับประโยชน์จากกลุ่มผู้ประกอบการและแรงงานต่างด้าว หากมีนโยบายแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนประการใด จะกำหนดเพื่อเป็นข้อสั่งการในการปราบปรามจับกุมต่อไป"รรท.ผบช.สตม.สั่งการ