ข่าว

'อิตาลี'โขกเฉือน'อังกฤษ' 2-1

'อิตาลี'โขกเฉือน'อังกฤษ' 2-1

15 มิ.ย. 2557

ศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบสุดท้าย ที่ประเทศบราซิล เมื่อคืนที่ผ่านมา อังกฤษแพ้อิตาลี 1-2, โคลอมเบียถล่มกรีซ 3-0 ส่วนคู่ อุรุกวัยแพ้คอสตาริก้าชนะ1-3

 
 
 
          วันที่ 15 มิ.ย.57 การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ที่สนามอารีน่า อมาโซเนีย มาเนาส์ ประเทศบราซิล  กลุ่มดี "สิงโตคำราม" อังกฤษ ลงสนามนัดแรกพบกับ "อัสซูรี่" อิตาลี ดีกรีแชมป์โลก ปี 2006 เกมนี้ อิตาลี ขึ้นนำก่อน 1-0 จากการซัดของ เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ นาทีที่ 35 แต่อีก 2 นาทีต่อมา อังกฤษ ตามตีเสมอทันควัน 1-1 จากจังหวะสวนกลับที่ เวย์น รูนี่ย์ ศูนย์หน้าแมนฯยูไนเต็ด จ่ายบอลให้ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ก่อนดาวเตะลิเวอร์พูลจะยิงเข้าไปไม่เหลือซาก จบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
 
          ครึ่งหลังเล่นได้แค่ 5 นาที อิตาลี ออกนำ อังกฤษ อีกครั้ง จากจังหวะที่ อันโตนิโอ อันเดรวา โยนจากฝั่งขวา ไปให้ "เกรียนโอ้" มาริโอ บาโลเตลลี่ ก่อนอดีตกองหน้าแมนฯซิตี้ ขึ้นโขกตูมเดียวหาย อิตาลี ขึ้นนำ อังกฤษ 2-1 
 
          จากนั้นนาทีที่ 76 อังกฤษ ได้โอกาสตีเสมอจากลูกฟรีคิกระยะหวังผลของ เลห์ตัน เบนส์ แต่แบ็กซ้ายเอฟเวอร์ตัน ยิงไปไม่ผ่านมือของ ซัลวาตอเร่ ซิริกู นายทวารมือ 2 ที่ลงมาเล่นแทน จายลุยจิ บุฟฟ่อน ที่มีอาการบาดเจ็บ บินปัดออกหลังไปได้ ช่วงท้ายเกม อิตาลี เกือบได้ประตูตอกฝาโลง อันเดรีย ปีร์โล่ ยิงฟรีคิกไปชนคาน จบเกม อิตาลี เฉือนชนะ อังกฤษ 2-1
 
 


โคลอมเบียเปิดโหดไล่ถล่มกรีซยับเยิน3-0
 
          นัดแรก กลุ่ม ซี ที่สนาม เอสตาดิอู มิไนเรา โคลอมเบีย ลงสนามเจอกับ กรีซ เกมนี้ ฝั่งโคลอมเบีย ไม่มี ราดาเมล ฟัลเกา เนื่องเจ็บไม่ได้มาร่วมศึกนี้ โดยมี มาริโอ เยเปส กับ เจมส์ โรดริเกซเป็นแกนหลัก ส่วนกรีซ ใช้ จอร์จอส ซามาราส, ธีโอฟานิส เกคาส เป็นคู่หัวหอกทะลวงตาข่าย
 
          ครึ่งแรกเพียงนาทีที่ 5 โคลอมเบีย ได้ประตูออกนำ 1-0 พาโบล อาร์เมโร ได้ยิงในเขตโทษ บอลแฉลบเปลี่ยนทางเล็กน้อย คาร์เนซีส พยายามพุ่งปัดแต่บอลก็เข้าประตูไปได้นาที 37 วิคเตอร์ อิบาร์โบ โยนจากซ้ายมาเสาสอง เจมส์ โรดริเกวซ วอลเลย์โล่งๆ ข้ามคาน นาทีสุดท้าย แชมป์ยูโร 2004 พลาดโอกาสทอง พานาจิโอติส โคเน เก็บตกบอลแถวสอง บรรจงปั่นไซด์แบบเน้นๆ บริเวณหัวกะโหลก เอสปิโนซา บินปัดออกหลัง ครบ 45 นาที โคลัมเบีย นำ 1-0
 
          ครึ่งหลังเปิดฉากมา นาที 58 เจมส์ โรดริเกวซ เปิดเตะมุมกราบขวา อเบล อากีลาร์ สะกิดบอลเสาแรก ล้นมาถึง เตโอฟิโล กูเตรียร์เรซชาร์จจ่อๆ ตุงตาข่าย กรีซ บุกหวังทวงประตูคืนแต่ก็ไม่คม กลายเป็น โคลอมเบีย สวนกลับน่ากลัวหลายครั้ง ก่อนตอกฝาโลงสนิทนาที 90+3 ฮวน ควาดราโด ไขว้หลังให้ เจมส์ โรดริเกวซ แปด้วยซ้ายกลางประตู เสียบมุมซ้ายมือ จบเกม โคลัมเบีย เอาชนะไป 3-0


อุรุกวัย แพ้ คอสตาริก้า 1-3
 
         กลุ่มดี  อุรุกวัย ลงสนามเจอกับ คอสตาริกา เกมนี้ "จอมโหด" ดร็อป หลุยส์ ซัวเรซ ที่เพิ่งฟื้นตัวจากการผ่าตัดเข่า เป็นเพียงตัวสำรอง ส่ง ดีเอโก ฟอร์ลัน ดาวยิงจอมเก๋าจาก เซเรโซ โอซากา กับ เอดินสัน คาวานี จับคู่ล่าตาข่าย   เสียงนกหวีดดังขึ้น คอสตาริกา ครองบอลบุกมากกว่าช่วงต้น แต่นาที 24 "จอมโหด" ขึ้นนำ เยลท์ซิน เทเจดา โอบเอว ดีเอโก ลูกาโน กองหลังกัปตันทีม ที่พยายามวิ่งเข้าโหม่งลูกฟรีคิก ผู้ตัดสินเป่าจุดโทษ เอดินสัน คาวานี แปเสียบมุมขวามือนาที 27 โจเอล แคมป์เบลล์ ตะบันระยะประมาณ 25 หลา บริเวณกลางประตู หลุดเสาขวามือนิดเดียว จบครึ่งแรก อุรุกวัย นำ 1-0
 
          ครึ่งหลัง ทีมจากโซนคอนคาเคฟ น่าตีเสมอแบบสุดๆ นาที 51 คริสเตียน โบลายอส เปิดฟรีคิกระยะประมาณ 35 หลา บริเวณกลางประตูมาทางเขตโทษด้านซ้าย ออสการ์ ดูอาร์เต เทคตัวโหม่งเผาขนติดซฟ  มุสเลรา นาที 54 คริสเตียน แกมบัว เร่งสปีดมาเปิดจากมุมธงด้านขวาล้นมาเสาสอง แคมป์เบลล์ ตะบันย้อนศรเต็มแรงตุงตาข่าย คอสตาริกา พลิกนำ นาที 57 คริสเตียน โบลายอส เปิดฟรีคิกมาทางสุดเส้นหลังของเขตโทษด้านซ้าย ออสการ์ ดูอาร์เต สลัดหนี ดีเอโก โกดิน ทิ้งตัวโหม่งมุมแคบเสียบโคนเสาไกล คอสตาริก้า นำห่าง 3-1  นาที 84 แคมป์เบลล์ จ่ายทะลุช่องเข้าเขตโทษด้านขวา มาร์คอส อูเรยา ตัวสำรอง ยิงตามน้ำมุมแคบสวน มุสเลรา เสียบมุมเสาไกล ท้ายเกม อุรุกวัย ต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน มักซี เปเรรา เจตนาเตะหน้าแข้ง  แคมป์เบลล์ ผู้ตัดสินชักใบแดงไล่ออกจากสนาม จบเกม คอสตาริกา พลิกล็อกเอาชนะไป 3-1