ข่าว

ธุรกิจ 'ดาวเทียม' อ่วม ผู้ประกอบการระส่ำ-ขาดทุนยับ

ธุรกิจ 'ดาวเทียม' อ่วม ผู้ประกอบการระส่ำ-ขาดทุนยับ

15 มิ.ย. 2557

ธุรกิจ 'ดาวเทียม' อ่วม ผู้ประกอบการระส่ำ-ขาดทุนยับ

 
                         หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีคำสั่งให้ระงับการถ่ายทอดการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม เคเบิล โทรทัศน์ระบบดิจิทัล และสถานีวิทยุชุมชน ในคำสั่งฉบับที่ 15 จากนั้นตามมาด้วย การระงับการออกอากาศโทรทัศน์ดาวเทียม และมีการกำหนดประเภทโทรทัศน์คือ ฟรีทีวีอนาล็อก ทีวีดิจิทัล และทีวีบอกรับสมาชิก ซึ่งต้องออกอากาศผ่านโครงข่ายบอกรับสมาชิกเท่านั้น ในฉบับที่ 27 เพื่อให้การเผยแพร่ข่าวสารไปสู่ประชาชน ปราศจากการบิดเบือนอันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง
 
                         แน่นอนว่าธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ "สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม" เนื่องจาก คสช.ได้มีการขอความร่วมมือระงับการออกอากาศเป็นการชั่วคราว และจากคำสั่งให้ "เคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมแบบบอกรับสมาชิก (เพย์ทีวี)" กลับมาออกอากาศได้ปกติ ก็ทำให้ช่องที่ไม่อยู่ในเกณฑ์ อยากจะกลับมาออกอากาศอีกครั้ง ต้องยื่นเรื่องเพื่อขอใบอนุญาตแบบบอกรับสมาชิก (เพย์ทีวี) และหนึ่งในข้อกำหนดของการเป็น "เพย์ทีวี" คือ โฆษณาได้ชั่วโมงละไม่เกิน 6 นาที จึงทำให้แต่ละช่องปรับเปลี่ยนรูปแบบเพื่อให้ได้ออกอากาศ
 
                         คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) หน่วยงานกำกับดูแลและให้ใบอนุญาตกิจการวิทยุโทรทัศน์ ได้มีการกำหนดแนวทางให้ผู้ประกอบการกิจการไม่ใช้คลื่นความถี่ ประเภทโครงข่ายดาวเทียม ให้ยืนยันสถานะเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายบอกรับสมาชิก ส่วนช่องทีวีดาวเทียม ซึ่งได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. ให้ยื่นเอกสารเปลี่ยนรูปแบบบริการเป็นแบบบอกรับสมาชิก เพื่อได้รับสิทธิกลับมาออกอากาศอีกครั้ง
 
                         โดยปัจจุบันมีทีวีดาวเทียมทั้งหมด 539 ช่อง ออกอากาศได้แล้ว 360 ช่อง รอตรวจสอบเนื้อหา 124 ช่อง และยังไม่แจ้งเป็นแบบบอกรับสมาชิกอีก 84 ช่อง ซึ่งรวมแล้วยังออกอากาศไม่ได้อีก 208 ช่อง อยู่ระหว่างการพิจารณาเนื้อหารายการ เนื่องจากมีปัญหาการแจ้งเตือนและกระทำผิดกฎหมายของสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)
 
                         หลังจากการประกาศคำสั่งมีบางกลุ่มที่ยอมปรับเปลี่ยนเนื้อหารายการ และยื่นเป็นระบบบอกรับสมาชิก ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งที่ยังคงรอยังยืนยันที่จะออกอากาศตามเดิม โดยกลุ่มที่ยอมเปลี่ยนเป็นระบบบอกรับสมาชิกนั้น หลายรายยังไม่มีแนวโน้มที่จะกลับมาออกอากาศได้อีกครั้งเมื่อไหร่ ?!!          
 
                         ขณะที่ผู้ประกอบธุรกิจทีวีดาวเทียมอย่าง "บดินทร์ พญาพรหม" กรรมการผู้จัดการ ช่องจิวเวลรี่แชนแนล ที่อยู่ในกลุ่มรอตรวจสอบหลัง ที่ยื่นเปลี่ยนเป็นแบบบอกรับสมาชิก สะท้อนถึงปัญหาของสถานีหลังจากมีการระงับการออกอากาศ ว่า ตอนแรกก็ยังไม่เข้าใจว่าต้องทำอะไร หลังจากมีคำสั่งออกมา ก่อนจะได้รับคำแนะนำจาก กสทช.ว่า ให้เปลี่ยนเป็นแบบบอกรับสมาชิก เราก็ยื่นเรื่องไปตั้งแต่หลังวันที่มีคำสั่งประกาศออกมาและเราก็รอ ตอนนี้ก็เข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 แล้ว ก็ยังไม่ได้รับคำตอบใดๆ โดยรูปแบบของช่องเราจะเป็นรายการแนะนำสินค้า รายได้นั้นจะมาจากการขายสินค้าผ่านช่องจิวเวลรี่แชนแนล ของบริษัทในเครือซึ่งเป็นโรงงานผู้ผลิตจิวเวลรี่ จำหน่ายในช่องทางโทรทัศน์ดาวเทียมเสียหายต่อวันอาจจะถึงสองถึงสามแสนบาท
 
                         ผู้ประกอบการรายนี้เล่าต่อว่า ตอนนี้กำลังจะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจในไตรมาสที่ 2 และ 3 ซึ่งกระทบต่อพนักงานทั้งในส่วนของ คอลเซ็นเตอร์ คอลเซ็นเตอร์ที่บางคนเป็นผู้พิการ บางคนเป็นกำลังหลักของครอบครัว พนักงานทั่วไป รวมถึงโรงงานที่ผลิตจิวเวลรี่เครื่องประดับ ที่มีช่างและพนักงานฝ่ายผลิตจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทกำลังมีการร่วมมือกับผู้ประกอบการในกลุ่มประเทศในอาเซียน และออสเตรเลีย เพื่อนำจิวเวลรี่แบรนด์ไทย ออกสู่สายตาต่างชาติผ่านช่องทางการตลาดทางโทรทัศน์แบบเดียวกันนี้ แต่ตอนนี้ก็ต้องหยุดชะงักเพราะไม่รู้ว่าจะสามารถกลับมาออกอากาศได้อีกเมื่อไหร่ ที่ผ่านมาได้มีการสอบถามจาก กสทช.ก็ได้รับคำตอบว่าอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ
 
                         "ตอนนี้ก็ใช้วิธีขายผ่านเว็บไซต์ไปก่อน เพื่อประทังยอดขาย เพราะเรามีพนักงานที่ต้องดูแลทั้งธุรกิจทีวีดาวเทียม และพนักงานในโรงงาน อีกเกือบ 300 ชีวิต สำหรับเราเรื่องเวลาที่เนิ่นนานมันค่อยๆ จะฆ่าเราเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่กระทบแค่ทีวีดาวเทียม แต่มันกระทบเป็นลูกโซ่ การปิดดำเนินกิจการยาวนาน ส่งผลให้บริษัทขาดความเชื่อมั่น จากคู่ค้าด้วย" บดินทร์ บอกถึงความเดือดร้อน 
 
                         ไม่ต่างจากผู้ประกอบการอีกรายหนึ่ง ที่อยู่ในกลุ่มยื่นรอตรวจสอบข้อมูล เพื่อรอได้กลับมาออกอากาศอีกครั้ง ให้ข้อมูลว่า สถานการณ์ตอนนี้ต้องยอมรับว่าเราก็มีความผิดตรงที่ต้องขออนุญาตในการโฆษณาด้วย ซึ่งที่ผ่านมาช่องของเรารวมถึงทีวีดาวเทียมอีกกว่า 100 ช่องก็ไม่ทราบในระเบียบข้อนี้ เพราะเราก็คิดว่าช่องอื่นยังออกได้เลย เราก็คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร สำหรับตอนนี้ตั้งแต่ปิดไป ก็ต้องยอมรับว่ามีผลกระทบมาก เพราะจากปกติทำอยู่ 3 ช่องก็ไม่ได้ออกอากาศเลย ตอนนี้ก็ยังไม่มีวี่แววที่จะได้ออกอากาศ หลังจากยื่นขอเปลี่ยนเป็นแบบบอกรับสมาชิก หลังจากประกาศ คสช. ฉบับที่ 27 เราก็ทำตามที่เขาบอก
 
                         "ตอนนี้ผ่านมาเกือบเดือนได้ยินว่าหลายช่องไม่ไหว ปิดไปแล้วบ้างก็มี รายได้หายไป ถ้ารายได้ลดลงมันก็ยังมี แต่นี่หายไปหมด และรายจ่ายมีเท่าเดิม เราก็ยังไม่อยากลดพนักงาน ตอนนี้มีไม่ต่ำกว่า 30 ชีวิต ก็ยังทำงานตามปกติ ก็ต้องหางานที่พอจะถ่ายได้ รับงานต่ำกว่าต้นทุนบ้าง เพื่อที่จะได้นำเงินมาใช้จ่ายและให้พนักงาน ซึ่งในฐานะผู้ประกอบการนั้นเราก็ไม่ได้อยากที่จะปลดพนักงานออกเราก็รอหวังปาฏิหาริย์ให้เกิดขึ้น เพราะเราก็ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขให้อยู่ในสิ่งที่ กสทช.วางไว้แล้ว" ผู้ประกอบการรายหนึ่งสะท้อนถึงปัญหา