ข่าว

รายงาน-ไฟสุม "กกต." !

รายงาน-ไฟสุม "กกต." !

29 มิ.ย. 2552

ไฮไลท์สัปดาห์นี้คงหนีไม่พ้นประเด็นร้อน กรณี "ส.ส.ถือหุ้น" ที่สายตาทุกคู่ต้องจับจ้องไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการชี้ชะตาอนาคต 28 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์

 ตามคำร้องของ ศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขณะที่เป็นรองโฆษกพรรคพลังประชาชน โดยได้ยื่นเรื่องขอให้ กกต.ตรวจสอบ การถือครองหุ้นในกิจการสื่อและบริษัทที่เป็นคู่สัญญาหรือสัมปทานกับรัฐในลักษณะผูกขาดตัดตอน

 บัดนี้ อนุกรรมการ กกต.ตรวจสอบเสร็จเรียบร้อย เตรียมชงเข้า กกต.ชุดใหญ่พิจารณาชี้ขาดในสัปดาห์นี้

 ส่วนจะเป็นวันไหนต้องคอยลุ้นกันด้วยหัวใจระทึก เพราะ กกต.ประชุมสัปดาห์ละ 3 วันเท่านั้น คือ อังคาร พฤหัสบดี และวันศุกร์

 จึงต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่างานนี้จะมี "เฮ" หรือมี "ฮวบ"

 หรือ กกต.จะกลัวถูกวิพากษ์ว่า "สองมาตรฐาน" ด้วยการซื้อเวลาออกไปอีก 15 วัน !!!

 เช่นเดียวกับ 44 ส.ส.และรัฐมนตรี ตามคำร้องของ เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา จอมแฉ และ สมคิด หอมเนตร นักวิชาการอิสระ ที่ได้ยื่นให้ กกต.ตรวจสอบการสิ้นสมาชิกภาพความเป็น ส.ส.

 ด้วยข้ออ้างในการหาข้อมูลเพิ่มเติม จากการรายงานบัญชีทรัพย์สินหนี้สินของผู้ถูกร้องกับ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

 และตรวจสอบวัตถุประสงค์การก่อตั้งของบริษัทที่ผู้ถูกร้อง เข้าไปถือหุ้นจากกรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ และขอข้อมูลจากบริษัทที่ถูกระบุว่าผู้ถูกร้องเข้าไปถือหุ้นอีก 72 บริษัทที่อนุกรรมการฯ ยังไม่ได้รับคำตอบ

 แน่นอนว่างานนี้ "กกต." จะต้องมีคำตอบให้แก่สังคมเพื่อปราศจากข้อกังขา

 นั่นเป็นเพราะ 28 ส.ส.ส่วนใหญ่ล้วนเป็น "ตัวเป้ง" ในพรรคประชาธิปัตย์และรัฐบาล

 โดยเฉพาะกรณีของ สุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะผู้จัดการรัฐบาล ที่ถือหุ้น บริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด (มหาชน) บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

 รวมไปถึง "สามสี" ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ส.ส.สัดส่วน ที่ถูกผลักดันให้ขึ้นมาเป็นกาวใจพรรคร่วมรัฐบาล ถือหุ้น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

 ซึ่งหุ้นบริษัทที่ว่าเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นหุ้นที่ กกต.ขึ้นบัญชีดำ เป็นหุ้นสัมปทานที่มีลักษณะผูกขาดตัดตอน และมีบรรทัดฐานในการเพิกถอนสมาชิกภาพ 16 ส.ว. ไปเรียบร้อยแล้ว

 ที่สำคัญ "กกต." ยืนยันจะใช้มาตรฐานเดียวกันนี้ในการชี้ขาด !!!

 เรื่องนี้จึงต้องจับตาประเด็นการงัดข้อกันเองระหว่าง 5 เสือ กกต.

 เพราะก่อนที่จะถึงวันเชือด 28 ส.ส.ปชป.มีกระแสข่าวว่าอนุกรรมการ กกต. มีมติเห็นควร "ยกคำร้อง" ว่าไม่เข้าข่ายต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกับมติอนุกรรมการฯ ยกคำร้อง กรณี 16 ส.ว.

 ส่วนจะออกหัวหรือก้อยคนที่จะชี้ขาดอยู่ที่ 5 อรหันต์ กกต.เท่านั้น !!!

 และนี่จึงเป็นตัวชี้วัด "มาตรฐาน" ของ กกต.ที่พรรคเพื่อไทยและกลุ่มคนเสื้อแดงออกมาตั้งข้อสังเกตว่า กกต.เข้าด้วยช่วยเหลือรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ ???

 แต่ปัญหาเรื่องหุ้นยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะหลังจากที่ 16 ส.ว.ถูกเพิกถอนสิทธิ์ สมาชิกสภาสูงโดยเฉพาะซีก 40 ส.ว ก็เตรียมเคลื่อนไหวในการปกป้องและตรวจสอบถ่วงดุล "กกต." อีกทางหนึ่ง

 โดยภายในสัปดาห์นี้ กลุ่ม 40 ส.ว.จะยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมไปยังศาลปกครองสูงสุด กรณี กกต.วินิจฉัยว่า 16 ส.ว.ขาดคุณสมบัติการเป็นสมาชิก

 เนื่องจากเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการวินิจฉัยของ กกต. เพราะก่อนหน้าที่ กกต.จะประชุมมีมติ คณะอนุกรรมการที่พิจารณาเรื่องดังกล่าวมีมติ 3 ต่อ 2 ว่าไม่ผิด แต่ กกต.กลับพิจารณาโดยรวดเร็วและตรงข้ามกับความเห็นของคณะอนุกรรมการ โดยไม่ได้หาข้อมูลเพิ่มเติม

 ดังนั้น กลุ่ม 40 ส.ว.จึงต้องดำเนินการ เพื่อให้เกิดบรรทัดฐาน และความเป็นธรรมต่อไป นอกจากแวดวงท่านผู้ทรงเกียรติแล้ว ประเด็นฮอตในรอบสัปดาห์นี้ ยังมีหลายเรื่องที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะปัญหาฉาวๆ ในกระทรวงคมนาคม ภายใต้การดูแลของ โสภณ ซารัมย์ ที่ยังมีงานให้สะสางต่อไป

 เริ่มจากวันจันทร์นี้ กระทรวงคมนาคมจัดเสวนาเรื่องการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ในหัวข้อทิศทางรอดของ "ขสมก."

 ขณะเดียวกัน "ปมร้อนๆ" เรื่องการตั้งบริษัทลูกขึ้นมาบริหารกิจการของ ร.ฟ.ท.ก็ต้องเร่งสะสาง

 โดย "โสภณ" เรียกประชุมผู้บริหาร ร.ฟ.ท. กับกลุ่มสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.ร.ฟ.ท.) ในวันที่ 29 มิถุนายนนี้เพื่อให้ปัญหาจบสิ้น นอกจากนั้นยังต้องจับตาการประชุม ครม.ในวันอังคารนี้ ว่า บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย จะชงวาระการขึ้นค่าครองชีพชั่วคราวให้แก่พนักงาน กฟน. เดือนละ 2,000 บาท สำหรับพนักงานที่มีเงินเดือนต่ำกว่า 5 หมื่นบาท เป็นเวลา 1 ปี กลับเข้ามาขออนุมัติอีกครั้งหรือไม่

 งานนี้ หาก ครม.อนุมัติ สหภาพรัฐวิสาหกิจอีกกว่า 23 แห่ง จาก 55 แห่ง เตรียมจ้องขอขึ้นค่าครองชีพตามด้วยแน่ๆ
 และปมการเมืองที่ร้อนยิ่งกว่า คือวาระ "พาแม้วกลับบ้าน" ที่ชาวเสื้อแดงจุดประเด็นเตรียมทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา พร้อมกับล่าชื่อ "สาวก" นับล้านรายชื่อเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

 ตลอดสัปดาห์นี้ เชื่อไว่า รายการ "ย้ำหัวตะปู" จากฝ่ายของเสื้อแดงผนึกกำลังกับพรรคเพื่อไทยจะเกิดขึ้นแน่นอน

 โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากความฮึกเหิมที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า หลังจากผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สกลนครและศรีสะเกษ ได้รับชัยชนะทั้งสองสนาม

 เพราะฉะนั้นในรอบสัปดาห์นี้ สถานการณ์การเมืองที่ออีนุงตุงนังจะดำเนินต่อไป และเชื่อได้เลยว่าฝ่าย "เสื้อแดง" ย่อมถือเป็นวาระเร่งด่วนในอันจะกอบกู้ศักดิ์ศรีของ "นายใหญ่" กลับคืนมาให้เร็วที่สุด   

 บัญชา แข็งขัน