
เปิดปูมไอเอสไอแอล นักรบสุดโต่งเขย่าอิรัก
15 มิ.ย. 2557
เปิดโลกวันอาทิตย์ : เปิดปูมไอเอสไอแอล นักรบสุดโต่งเขย่าอิรัก
11 ปีหลังจากสหรัฐอเมริกานำทัพพันธมิตรบุกอิรักโค่นประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน ด้วยข้อหาลวงโลกว่ามีอิรักครอบครองอาวุธทำลายล้างสูง จมปลักกับสงคราม 8 ปี (2546-2554 ) สูญเสียทหารเกือบ 4,500 นายและงบประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ก่อนถอนทัพออกทั้งหมดเมื่อสามปีที่แล้ว
ในวันนี้ ไฟสงครามในอิรักกลับลุกโชนอีกครั้งหนึ่ง หาใช่แสงสันติภาพเรืองรองดังที่อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช เคยประกาศไว้ไม่ เมื่อกองกำลังกลุ่มใหม่มาแรงแซงอัลไกดาที่มีชื่อว่า รัฐอิสลามแห่งอิรักและเลแวนต์ บุกยึดและปกครองเมืองใหญ่อย่างโมซุล เมืองใหญ่อันดับสอง ทางภาคเหนือเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยที่กองกำลังความมั่นคงอิรักที่สหรัฐฯได้ทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์ไปอาวุธและฝึกอบรม กลับถอดใจวางอาวุธ ถอดเครื่องแบบและหลบหนีง่ายดาย ทิ้งไว้เบื้องหลังคืออาวุธมากมายที่เวลานี้ตกอยู่ในมือกบฎเรียบร้อยแล้ว และประชาชนหลายแสนต้องหลบหนีออกไปจากเมือง
หลายคนที่ไม่ได้ตามข่าวอิรักมานานอาจไม่ทราบว่า ก่อนมาถึงโมซุล กองกำลังกลุ่มนี้ที่มีชื่อย่อภาษาอังกฤษ ISIL หรือ ISIS ( S ตัวหลัง มาจากคำภาษาอาหรับ al-Sham หรือ เลแวนต์ บริเวณกว้างใหญ่ในเอเชียตะวันตกทางฝั่งตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน รวมซีเรียในปัจจุบัน ) ได้ยึดเมืองฟัลลูจาห์ เมืองใหญ่อันดับเจ็ดทางตะวันตกของอิรัก ที่เคยเป็นสมรภูมิเดือดหลังโค่นระบอบซัดดัม ฮุสเซนมาตั้งแต่ต้นปีนี้ เรื่อยมายังเมืองน้อยใหญ่ทางเหนือและตะวันตก นอกจากนี้ยังควบคุมพื้นที่ไม่น้อยทางตอนเหนือของซีเรียอีกด้วย
แน่นอนว่าพวกเขาไม่หยุดเพียงแค่นี้ เพราะมีเป้าหมายใหญ่คือ การตั้งรัฐอิสลามในดินแดนคาบเกี่ยวระหว่างอิรักกับซีเรียตามชื่อของกลุ่ม โดยสบช่องจากสถานการณ์ความไม่พอใจของชาวมุสลิมสุหนี่ซึ่งเป็นชนส่วนน้อยของอิรัก ต่อวิธีปกครองและเลือกปฏิบัติจากรัฐบาลอิรักภายใต้นายกรัฐมนตรี นูรี อัล มาลิคี ซึ่งเป็นชีอะต์ กับสงครามกลางเมืองซีเรียที่เนื้อในยังเป็นความแตกแยกทางนิกายนอกจากความต้องการโค่นระบอบบาชาร์ อัล อัสซาด
ไอเอสไอแอล มีกำลังมากแค่ไหนไม่มีคำตอบแน่ชัด ส่วนใหญ่ประเมินจำนวนที่ 7-8 พัน แต่กลับประสบความสำเร็จในแง่การทหารอย่างน่าตกตะลึง นับจากยึดเมืองรัคกา ทางเหนือของซีเรียเมื่อมีนาคมปีที่แล้ว ก่อนขยายพื้นที่ยึดครองในอิรัก
กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาในนิวยอร์ค ซูฟาน กรุ๊ป ประเมินว่า มีนักรบจากต่างชาติถึง 1.2 หมื่นคนที่เดินทางไปร่วมรบซีเรีย และจำนวนนี้ 3,000 คนไปจากตะวันตก และราว 80 % เลือกรบกับไอเอสไอแอลที่มีแรงดึดดูดมากกว่ากบฎกลุ่มอื่น เพราะเป้าหมายไกลกว่าการโค่นระบอบอัสซาด คือการตั้งรัฐอิสลามอันยิ่งใหญ่
ไอเอสไอแอลพยายามดึงมุสลิมที่มิใช่อาหรับ ผ่านการประชาสัมพันธ์เชิงรุก ทั้งจากการออกนิตยสารภาษาอังกฤษสองฉบับเมื่อเร็วๆนี้ และปล่อยวิดีโอเป็นภาษาอังกฤษ หรือทำซับไทเทิลภาษาอังกฤษ ดึงนักรบจากอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี สหรัฐอเมริกา และแคบคอเคซัสไปร่วมรบได้
พลังและเสน่ห์ของไอเอสไอแอลมาจากตัวผู้นำอย่างอาบู บาคร์ อัล บักห์ดาดี ผู้นำกลุ่มฯ ผู้บัญชาการและวางเชิงยุทธในสนามรบ โดนใจนักรบรุ่นใหม่มากกว่า นายไอย์มาน อัล ซาวาฮิรี ผู้นำอัลไกดาวัยชรา ที่ในช่วง 10 ปีมานี้ กบดานในชายแดนอัฟกานิสถาน-ปากีสถาน ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าออกแถลงการณ์ไม่กี่ฉบับกับวิดีโอไม่กี่คลิป ในขณะที่กองกำลังของบักห์ดาดี ยึดเมืองแล้วเมืองเล่าในซีเรีย
ปฏิบัตการกล้าบ้าบิ่นที่เดินคู่ไปกับพีอาร์อย่างฉลาด ทำให้ไอเอสไอแอลทรงอิทธิพลแท้จริงในประชาคมญีฮัดทั่วโลกในเวลานี้
ว่ากันว่านับจากอุสมา บิน ลาเด็น ผู้นำอัลไกดาผู้ล่วงลับแล้ว ยังไม่มีเคยมีใครได้รับการยอมรับนับถือในหมู่นักรบสุหนี่เท่ากับบักห์ดาดี
บินลาเด็นมาจากครอบครัวร่ำรวยมีสมบัติเก่าหนุนนำ แต่บักห์ดาดี เริ่มจากศูนย์ จากคนสามัญธรรมดาทางเหนืออิรัก จนมาเป็นผู้นำกลุ่มที่น่าเกรงขามของกองทัพในตะวันออกกลางมากที่สุดเวลานี้ก็ว่าได้
ชีวิตวัยเด็กของคนผู้นี้ไม่ปรากฎชัด แต่ข้อมูลตามเวบไซต์สนับสนุน ระบุว่า เกิดในครอบครัวเคร่งศาสนาในเมืองซามาร์รา ทางเหนือของแบกแดด เมื่อปี 2514 ศึกษาประวิตศาสตร์อิสลาม และจบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยแบกแดด ปลายคริสต์ทศวรรษที่ 1990
ในช่วงที่สหรัฐฯบุกอิรักในปี 2546 เชื่อกันว่า บักห์ดาดีมีตำแหน่งทางศาสนานิกายสุหนี่ในเวลานั้น
ความโกรธแค้นที่ถูกรุกราน ได้เข้าร่วมจับอาวุธต่อสู้ ร่วมรบในจังหวัดอันบาร์ของอิรัก ฐานที่มั่นของกองกำลังทอว์ฮิดและญีฮัด นำโดยนายอาบู มูซาบ อัล ซาร์คาวี ที่ต่อมา เปลี่ยนชื่อเป็นกลุ่มอัลไกดาในอิรัก
แต่สู้ได้ไม่นาน ก็ถูกกองกำลังสหรัฐฯจับตัวได้ในปี 2549 และกักขังในค่ายบุคคา เรือนจำหลักในอิรักที่สหรัฐฯดูแล หลังจากปิดคุกอาบูกราอิบ ที่มีเหตุฉาวโฉ่ทรมานนักโทษ และที่นี่เองที่นักวิเคราะห์โดยมากเชื่อว่า เป็นสถานที่ที่ส่งบักห์ดาดีเข้าไปเกี่ยวข้องกับนักรบอัลไกดาอย่างลึกซึ้งมากขึ้น
เป็นคำถามว่าเหตุใดนักการศาสนาจากเมืองซามาร์รา จึงกลายเป็นนักรบดุดันและสุดโต่งที่สุดในตะวันออกกลาง พร้อมตัดสัมพันธ์กับอำนาจเก่าอย่างอัลไกดา และประกาศตั้งตนเป็นกองกำลังใหม่
นอกจากร่วมสงครามซีเรียเมื่อ 2556 แล้ว ไม่มีหลักฐานว่าบักห์ดาดี เคยไปสู้รบในต่างแดนเหมือนกับพี่น้องของเขาในกองกำลัง อีกทั้งในเวลาที่ถูกกองกำลังสหรัฐฯจับตัวได้ ก็ไม่ถือเป็นการจับนักรบคนสำคัญ น่าจะเป็นหลายๆเหตุการณ์รวมกัน ที่ทำให้เขาเป็นบักห์ดาดีในปัจจุบัน
หลังได้รับการปล่อยตัว ได้เข้าร่วมและต่อสู้กับกองกำลังรัฐอิสลามแห่งอิรัก ที่รู้จักในชื่อว่า ไอเอสไอ ซึ่งเป็นกลุ่มที่สืบทอดต่อจากอัลไกดาในอิรัก และต่อมากลายเป็นกองกำลังหลักของอิรักสุหนี่ ที่มุ่งโจมตีทหารสหรัฐฯ และศัตรูต่างนิกายด้วยระเบิดพลีชีพ ลักพาตัวและฆาตกรรม
ระหว่างนั้น ไอเอสไอถูกอัลไกดาตำหนิเรื่องความโหดและการสังหารคนไม่เลือกไม่เว้นแม้แต่มุสลิมสุหนี่ ถือว่าทรยศศาสนา
บักห์ดาดีก้าวขึ้นตำแหน่งสูงๆอย่างรวดเร็ว ในคณะกรรมการบริหารขององค์กร ก่อนขึ้นเป็นผู้นำอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2553 หลังจากที่นายอาบู โอมาร์ อัล บักห์ดาดี ถูกกองกำลังอิรักและสหรัฐฯสังหาร
เมื่อสงครามซีเรียปะทุ บักห์ดาดีเห็นเป็นโอกาสที่จะทำความฝันให้เป็นจริง จึงส่งนายอาบู โมฮัมเหม็ด อัล จูลานี รองหัวหน้าไอเอสไอ ไปก่อตั้งกองกำลัง"อัล นูซรา ฟรอนต์" และสู้กับรัฐบาลประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด แต่ต่อมา บักห์ดาดีต้องการมีอิทธิพลเหนืออัล นูซรา ที่เริ่มมีแนวคิดต่างกัน จึงขยายปฏิบัติการของไอเอสไอ เข้าไปในซีเรียโดยตรง และเพิ่มคำว่า เลแวนต์ ลงไปในชื่อของกลุ่มด้วย โดยไม่นำพาคำเตือนของนายไอย์มาน อัล ซาวาฮิรี ผู้นำอัลไกดา ที่ต้องการให้ไอเอสไอรบอยู่ในอิรักเท่านั้น แต่บักห์ดาดีท้าทายและประณามผู้นำอัลไกดาอย่างเปิดเผยว่า อัลไกดาไม่ได้ยึดมั่นกับญีฮัดอีกต่อไป จึงต้องเดินคนละเส้นทาง
ไอเอสไอแอลแสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดและโหดเหี้ยมในพื้นที่ใต้การยึดครองในซีเรีย อย่างอเล็ปโปและเมืองรัคกา ทางตะวันออก โดยตีความศาสนาและบังคับใช้กฎหมายอิสลามเคร่งครัด จากวิดีโอเผยแพร่บนเวบไซต์ แสดงให้เห็นขโมยถูกลงโทษด้วยการตัดมือ ผู้ใดไม่ละหมาดจะถูกโบยในที่สาธารณะ สั่งตรึงกางเขนชายคนหนึ่งที่ถูกกล่าวหาฆาตกรรม และสั่งประหารด้วยการตัดศีรษะ
ความโหดและสุดโต่งของไอเอสไอแอล เกินกว่าที่กุล่มอัลนูซราจะรับได้ รวมถึงอัลไกดา ที่สุด ความขัดแย้งทางอุดมการณ์และยุทธศาสตร์นำไปสู่การต่อสู้กันเองในซีเรีย
นักวิเคราะห์ที่ติดตามการขยายตัวของไอเอสไอแอลส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่า การผงาดขึ้นมาของไอเอสไอแอลในหลายปี้มานี้ เพราะการก่อร่างวางแผนของบักห์ดาดี ที่นำเสนอตนเองเป็นผู้นำญีฮัดโดดเด่นกว่าใครในศตวรรษที่ 21 และแน่นอน คือการตั้งตนเป็นคู่แข่งของนายซาวาฮิรีด้วย
สำหรับสมาชิกไอเอสไอแอลสายยุโรป บักห์ดาดีคือตัวแทนในการสานต่ออุดมการณ์ที่บินลาเดนริเริ่มไว้ และซาวาฮิรีล้มเหลวในสานต่อ และการรุกคืบในอิรักยิ่งเสริมสถานภาพนี้แข็งแรงขึ้นอีกในสายตาของผู้ศรัทธา และในพื้นที่ ก็แข็งแกร่งขึ้นจริงในแง่เงินทุนที่มีรายงานข่าวว่าได้ ปล้นจากธนาคารหลายแห่งทางเหนืออิรัก 425 ล้านดอลลาร์ กับอาวุธอีกมากมายในฐานทัพ หลังทหารอิรักพากันหลบหนี ซึ่งนั่นก็อาจจะหมายถึงขีดความสามารถของไอเอสไอแอลในการทำศึกกับกองกำลังศัตรูในซีเรียต่อไปด้วย



