ข่าว

'ประยุทธ์'กางปฏิทินภารกิจคืนความสุขคนไทย

'ประยุทธ์'กางปฏิทินภารกิจคืนความสุขคนไทย

14 มิ.ย. 2557

'ประยุทธ์'กางปฏิทินภารกิจคืนความสุขคนไทย

                พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในระหว่างเป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาหัวหน้าส่วนราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม และมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2558 ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต เมื่อเช้าวันที่ 13 มิถุนายน 2557 โดยเน้นย้ำเรื่องความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์

                วันนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์ที่พวกเรามีส่วนร่วมในการทำงาน โดยเฉพาะการขับเคลื่อนงบประมาณปี 2558 เพื่อให้เป็นไปตามปฏิทินงานงบประมาณ ทั้งนี้ทุกคนทราบดีถึงเหตุผลและความจำเป็นในการทำงานของ คสช. ซึ่งปัญหาหลักคือการบริหารงานของข้าราชการประจำที่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผนงานของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งถ้าหากไปทบทวนตั้งแต่แผนที่ 1-11 ก็จะรู้ว่าเรามีผลสัมฤทธิ์เพียงใด สิ่งไหนขาดสิ่งไหนเกิน เราก็จะมาแก้ไขกัน อยากให้ทุกคนร่วมมือกัน และจะไม่มีสิ่งใดเป็นผลประโยชน์ในอันที่จะทำให้ท่านทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เราจะใช้อำนาจของ คสช.เท่าที่จำเป็น สิ่งที่เกิดขึ้นอย่าคิดว่าพวกเราไปรังแกพวกท่าน เพราะจะทำให้เสียขวัญกำลังใจ ซึ่งเราจำเป็นจะต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เกิดความเหมาะสม จุดใดมีความขัดแย้งมาก คนที่อยู่ในความขัดแย้งและเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจรัฐ จำเป็นจะต้องขยับขยายชั่วคราว เพื่อให้งานใหม่เดินได้
 
                ส่วนมาตรการของ คสช.ที่จะทยอยออกมานั้นไม่อยากให้มองว่าเป็นมาตรการประชานิยม เช่น การชะลอเรื่องภาษี ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการปรับโครงสร้างใหม่อยู่เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ในส่วนของเรื่องพลังงาน น้ำมันต่างๆ เป็นการขอความร่วมมือจึงตรึงราคาไว้ก่อน ถือเป็นมาตรการชั่วคราวทั้งนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนทั้งสิ้น ผมไม่อยากให้มองว่า คสช.คืนความสุข จนสำลัก ถือเป็นเรื่องยากที่จะสั่งหรืออนุมัติเรื่องใดลงไป เพราะมีผลต่อระบบทั้งสิ้น วันนี้อยากให้ทุกคนเข้าใจไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพลังงาน ภาษี คุณภาพชีวิตด้านอื่นๆ ที่ประชาชนเดือดร้อน ต้องมองทุกมิติว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร ซึ่งผมมองว่าสิ่งเหล่านี้เราทำกันอยู่แล้วเพียงแต่ขาดความชัดเจน ขาดการทำความเข้าใจกับประชาชน อาจพูดภาษาราชการมากไป ไม่เอาคำถามของประชาชนมาเป็นโจทย์ และไม่ตอบคำถามเขา

                "ผมไม่อยากให้ประชาชนแบ่งเป็นสองสามฝ่าย ดังนั้น ทุกคนจะต้องเสียสละและใช้สติปัญญา เราจะต้องสร้างประชาธิปไตยของประเทศไทยขึ้นมาใหม่ โดยการใช้สติปัญญาของคนไทยทุกคน คนไทยเก่ง และมีความสามารถกันทุกคน มันยิ่งกว่าใครที่ไหนทั้งนั้น เพราะเรารู้ว่าคนไทยคืออะไร เป็นอย่างไร ภายใต้หลักการโปร่งใส มีประสิทธิภาพ รู้ผลสัมฤทธิ์อย่างยั่งยืน ขอยืนยันว่าโครงการต่างๆ หากไม่ได้มีการอนุมัติ หรือมีลายเซ็นของผม ก็ยังไม่ใช่ทั้งสิ้น แต่เป็นเพียงการหารือของคณะกรรมการในทุกฝ่าย อย่างเช่นโครงการ 3 ล้านล้านบาท ผมก็ยังไม่ได้อนุมัติเลย  ต้องไปถามสำนักงบประมาณว่ามีเงินอยู่เท่าไหร่  คิดว่ามีบางคนปล่อยข่าวเพื่อให้ประชาชนเรียกร้อง และทำให้งานเราสะดุด ดังนั้นอยากให้ช่วยกันอธิบายต่อสังคม เพราะจะเป็นการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นจะทำให้เกิดความเสียหาย"

                สำหรับนโยบายเรื่องการจัดทำงบประมาณปี 2558 ต้องตั้งเป้าให้ใช้จ่ายได้ตั้งแต่ต้นปี และจะเร่งรัดกระบวนการต่างๆ ให้มีความโปร่งใสทุกขั้นตอน ซึ่งขณะนี้เราได้มีการตั้งคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) เพื่อตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของแผ่นดิน ส่วนงบประมาณปี 2557 ที่ค้างอยู่ โครงการที่มีปัญหาอยู่ก็จะเข้าไปดูให้ หากทำได้ ก็จะเข้าไปอยู่ในแผนงานไตรมาส 4 ส่วนโครงการใหม่ที่เกิน 1,000 ล้านบาท ก็จะต้องไปดูในเรื่องรายละเอียด ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา มีคนบอกปัญหาเข้ามามากจนเต็มลิ้นชักไปหมดแล้ว ทั้งโทรศัพท์ คลิป จนไม่ได้หลับไม่ได้นอน ตลอดเวลามีแต่เรื่องปัญหาที่จะต้องแก้ บางอย่างน่าชื่นชมยินดี บางอย่างก็หงุดหงิด บางอย่างก็ทรมาน 9 ปีแล้ว ฉะนั้นจากวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เราจะต้องมีความสุข"

                นอกจากนี้เรื่องของการเรียกความเชื่อมั่นจากนานาชาติกลับคืนมานั้น ต้องไปหาแนวทางว่าจะทำอย่างไรเขาถึงจะเข้าใจว่าทำไมเราถึงมีวันนี้ ซึ่งผมมุ่งหวังให้ใช้จ่ายงบไม่ให้สิ้นเปลือง และต้องไม่เกินกรอบวินัยการเงินการคลังของประเทศ รวมถึงการบริหารหนี้สาธารณะเกินเกณฑ์ความปลอดภัยที่เรามีอยู่ วันนี้มีข่าวว่าหนี้สาธารณะเพิ่มทำให้ประชาชนอกสั่นขวัญแขวน อยากให้ไปชี้แจงจากเดิมหนี้สาธารณะอยู่ที่ 49-53 เปอร์เซ็นต์ และถ้าไม่ใช่มันไปหมกอยู่แถวไหน อยากให้นำตัวเลขมาให้ชัดเจน

                การใช้จ่ายต่างๆ จะต้องสร้างความเชื่อมั่นทั้งในและนอกประเทศ งบประมาณปี 2558 จำนวน 2.575 ล้านล้านบาท เราพยายามควบคุมตลอดการทำรายจ่ายงบประมาณ ถ้าทำไว้มากเกินไปก็จะทำให้เกิดปัญหา ซึ่งงบประมาณดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากปี 2557 ประมาณ 5 หมื่นล้านบาท หรือ 2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ดังนั้น การทำงบประมาณครั้งนี้ต้องเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณหรือวงเงินลดการรั่วไหล การใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็น และจัดทำงบให้ตรงตามแผนงานที่ได้วางเอาไว้ ให้ผ่านชั้นคณะกรรมาธิการแปรญัตติ ถ้าไม่เช่นนั้นจะถูกลดงบประมาณ อาจจะ 5% หรือ 10% ก็จะทำให้ทุกอย่างรวนไปหมด ต้องมาปรับแก้กันใหม่ 

                ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง การแบ่งพวก แบ่งพรรค ในพื้นที่ต่างๆ ส่งผลกระทบให้การจัดทำงบประมาณในช่วงที่ผ่านมาไม่ทั่วถึง บางครั้งการเมืองในระบอบประชาธิปไตยไปบังคับพวกท่านมากไป ซึ่งทุกท่านต้องสร้างความเข้มแข็งของตัวเอง ให้เขาสั่งท่านไม่ได้ แต่ก็ติดคำว่า ต้องมีวินัยข้าราชการ และทุกคนก็รู้ว่าอะไรดีไม่ดี อยากให้ทุกท่านได้เตรียมตัวเมื่อ คสช. ก้าวสู่ระยะที่ 2 ให้ทุกท่านไปปฏิรูปส่วนราชการของตัวเอง กำหนดระบบป้องกันไม่ให้ฝ่ายการเมืองมาก้าวล่วง มากดทับ 

                “การบูรณาการงานทุกกระทรวง โดยมีหัวหน้ากลุ่มงานของรัฐบาลไปตรวจสอบ ไม่ใช่ให้คนที่ไม่ได้อยู่ในรัฐบาลไปตรวจสอบ ไม่ว่าจะนักการเมืองหรือใคร ไม่ต้องเพราะไม่ใช่หน้าที่ มันจบไปแล้ว ไม่ต้องไปปรึกษาเขา ผมทราบมาว่ามีการไปปรึกษาคนเก่าๆ ขอให้มาปรึกษาผม ไม่ต้องไปปรึกษาคนนอก ถ้าไปปรึกษากับคนนอก ก็ไปอยู่กับเขาเลย เตือนกันแล้วนะ และผมก็เตือนคนที่ให้คำปรึกษาด้วย ซึ่งท่านก็บอกว่าท่านหยุดแล้ว แต่ไม่รู้จะห้ามคนที่เขามาหาอย่างไร ผมเลยต้องห้ามทั้งสองทาง” 
 
                ส่วนเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ก่อนที่จะทำอย่างอื่นให้นำงบประมาณเรื่องน้ำมาดูก่อน พร้อมทั้งหารือกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องว่า ใครจะทำงานหลัก งานรอง วันนี้ขุดบ่อกันทั่วประเทศ จนจะเดินตกบ่อตายกันอยู่แล้ว แต่ประชาชนก็ยังขาดน้ำ เพราะฉะนั้นต้องบริหารจัดการน้ำให้ได้ ให้ประชาชนใช้น้ำเพียงพอต่อการบริโภค รวมถึงการเกษตร และจะนำงบประมาณที่เหลือจากปี 57 มาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน ดีกว่าไปดูงานต่างประเทศ และรถยนต์ประจำตำแหน่งก็ไม่ต้องซื้อ เรื่องการแบ่งโซนนิ่งการเกษตรก็เหมือนกัน ต้องมีสัดส่วนของการปลูก ในวันนี้ราคาข้าวตั้งเอาไว้แบบนี้จะสามารถแบ่งพื้นที่โซนนิ่ง จะให้เขาปลูกอย่างอื่นแล้วทำได้หรือไม่ ให้กลับไปคิดกันว่าจะทำกันอย่างไร
 
                ประเทศไทยกลัวคนมียศ เพราะคนมียศบางคนต้องการใช้อำนาจ ซึ่งอำนาจไม่ได้มาง่ายๆ ต้องไขว่คว้ายังไงก็ไม่มา ถ้ามาแล้วใช้ไม่เป็นก็อยู่ไม่นาน ที่ต้องพูดเพราะผมยืนอยู่ตรงนี้ และก็รู้ว่าไม่นานหรอก ไม่รู้ว่าเป็นช่วงฮันนีมูนพีเรียดหรือเปล่าก็ไม่รู้  บ้านเมืองเราต้องแก้ไขด้วยการเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ไม่ใช่แค่เลือกตั้งอย่างเดียว แล้วมาฆ่ากันทั่วเมือง คงทำให้ไม่ได้ 

                “พูดไปก็หาว่าแก้ตัว ผมไม่อยากเลยจริงๆ เดิมก็ทรมานอยู่แล้ว ไม่มีความสุข ตอนนี้ยิ่งไม่มีกว่าเดิมอีก เพราะกดดันด้วยเวลา สถานการณ์ต่างประเทศ ในประเทศ ผมคิดทุกอย่าง เก็บทุกเม็ดมาแก้ทุกอย่างก็รุมเร้า อย่าโกรธกัน ทั้งนี้แผนการทำงานของ คสช. ที่มี 3 ขั้นตอน คือตั้งแต่เดือนมิถุนายน-สิงหาคม จะต้องทำทุกอย่างให้เรียบร้อยภายใน 3 เดือน ทั้งร่างธรรมนูญการปกครองชั่วคราว การตั้ง สนช. และก็ตั้งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และบริหารราชการ คิดว่าน่าจะตั้งรัฐบาลได้ปลายสิงหาคม หรือต้นกันยายน และต้องเผื่อเวลา 15 วันเพื่อทูลเกล้าฯ ถวาย และหลังจากมีรัฐบาลแล้วก็จะเดินหน้าในการทำงานและตั้งสภาปฏิรูป โดยจะนำทุกภาคส่วน โดยเฉพาะคู่ขัดแย้งไปรวมกันและคัดกันออกมาเป็นสภาปฏิรูป” 

                เราต้องสร้างระบบเศรษฐกิจให้มีความยั่งยืน ให้ความรู้เกษตรกร ลดต้นทุนการผลิต สนับสนุนปัจจัยขั้นพื้นฐาน พร้อมดูแลชาวนา ชาวไร่ ตั้งแต่วันนี้ขอให้กระทรวงเกษตรฯ รับไปดูแลทบทวนตรวจสอบสหกรณ์ทั้งระบบ เพราะมีข้อมูลบางกรณีไม่ดีนัก เป็นไปได้หรือไม่ว่าไม่มีการประกันราคาข้าว ไม่มีการจำนำข้าวอย่างแน่นอน  ถ้ามีแล้วโปร่งใส ประชาชนได้รับจริงๆ ร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็ขอให้พิสูจน์มาและวันหน้าค่อยว่ากันใหม่  แต่วันนี้ไม่มีแน่นอน ไม่ต้องมาพูดกับผมอีก

                ในด้านสาธารณูปโภคต้องพิจารณาว่าสิ่งทำได้ก่อน เช่นรถไฟรางคู่  คือการสร้างรางรถไฟขนานกันเป็นเส้นทางไป-กลับ ต่อไปเราก็อาจจะแยกเอาเส้นทางรางรถไฟเก่าไว้ขนผัก ส่วนของใหม่ก็เอาไว้ขนคน ส่วนรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่ต้องใช้เงินกู้จำนวนมากต้องไปพิจารณาว่าคุ้มทุนหรือไม่ ต่างชาติมีข้อเสนอมากมายว่าจะให้ฟรี อยากถามว่าโลกนี้มีอะไรที่ได้มาฟรีบ้าง ก็ต้องไปดูข้อเสนอเช่น การให้สัมปทาน 50 ปี ต่อไปก็จะขอพื้นที่สองข้างทาง ข้างละ 2 กม. เพื่อทำธุรกิจของเขา อีกทั้งนำคนของเขาเข้ามาในพื้นที่ 2 แสนคน เพื่อมาทำงาน อยากถามว่าของฟรีแบบนี้ทุกคนรับได้หรือไม่

                เรื่องความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งราคาพลังงานตอนนี้ก็มีผลกระทบมาก บริษัทที่มีปัญหาในขณะนี้ทำอย่างไรให้มีความชัดเจนขึ้น อะไรที่เป็นรัฐวิสาหกิจล้วนๆ  ต้องปรับปรุงแก้ไขอย่างไร อยากให้ดูตัวอย่างอย่างเช่นรถไฟ เมื่อก่อนเป็นอย่างไร ตอนนี้ก็เป็นอย่างนั้น อะไรที่เป็นรัฐวิสาหกิจผสมบริษัทมหาชน เช่น ปตท. กำไรที่ออกมา ผมไม่รู้ว่ามันจะผิดหรือจะถูก ต้องดูเรื่องกติกา และผลประโยชน์ของประชาชนด้วย การจะปรับบอร์ด หรืออะไรก็ยากไปหมด เราก็ต้องขอความร่วมมือปรับปรุงในระยะนี้ไปก่อน ถ้าเราเคลียร์ตรงนี้ได้คนจะได้เลิกพูดว่าเละเทะไปหมด เงินแสนล้านหายไปไหนหมด เข้ากระเป๋านักการเมืองหรือเปล่า

                "พูดน้อยก็ไม่ได้ พูดยาวก็ไม่ได้ ไม่อธิบายก็ไม่ได้ พูดไปแล้วก็หาจุดผิดของผมมาตี คนไทยเป็นอะไร สมองเสียไปข้างหนึ่งหรืออย่างไร อันนี้โมโหจริง พยายามคิดและเหน็ดเหนื่อยกันทุกคน เพราะทำเพื่อบ้านเมือง จะผิดหรือถูก ผมรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวอยู่แล้ว และวันนี้ผมลาก ผบ.เหล่าทัพ มารับผิดชอบกับผมด้วยทั้งหมด แล้วถามว่าผมได้อะไร ในเมื่อเงินก็ไม่อยากได้ อำนาจก็อยากใช้น้อยๆ และอยู่ก็ไม่นาน แค่ 10 วัน ผมก็เบื่อแล้ว แต่ที่ต้องดีกว่านี้ เพราะเห็นว่าอนาคตมันไปไม่ได้ ใครจะเป็นประชาธิปไตย ผมไม่รู้ แต่ประชาธิปไตยที่เป็นแบบไทยๆ มีคนส่วนใหญ่และคนส่วนน้อยแบบนี้คงไม่ได้ มันต้องไม่เกิดขึ้น มีคนพูดว่าทหารมีสองฝ่าย มีสองสี ท้าให้อีกฝ่ายออกมาเลย ทหารดี มีมากกว่าทหารไม่ดี ไม่ต้องมาห่วงพวกผม ทหารมีฝ่ายเดียว ฝ่ายประเทศชาติ ประชาชน ถ้ามีหลายฝ่ายผมคงไม่มาอยู่ตรงนี้ ขอให้ทุกคนให้เวลาอีกนิดในการปฏิรูป แก้ไขปัญหาของประเทศ คสช.ไม่ได้สร้างปัญหาเพิ่ม แต่มาแก้ไข"