
ตั้ง100ทีมระดมตรวจข้าวปลายมิ.ย.นี้ทั่วไทย
'ปนัดดา'ถกตรวจสอบปริมาณ-คุณภาพข้าว ตั้ง100ทีมระดมตรวจข้าวปลายเดือนนี้ทั่วประเทศ 1,800โกดัง 2 วันเสร็จ ป.ป.ช.สังเกตการณ์
เมื่อเวลา 13.10 น.วันที่ 13 มิ.ย.2557 ที่ทำเนียบรัฐบาล หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดการประชุมคณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐ ครั้งที่ 1/2557 ว่า ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ให้จัดตั้งคณะทำงานตรวจสอบปริมาณและคุณภาพ ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานหลัก 4 หน่วยงาน คือ สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งส่วนราชการของกองทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติจำนวน 100 ชุด โดยจะขอให้ส่วนราชการของกองทัพบกช่วยจัดเจ้าหน้าที่กำลังพลในการปฏิบัติของคณะทำงาน ในแต่ละพื้นที่ของประเทศ ซึ่งต้องตรวจสอบโกดังทั้งหมดกว่า 1,800 โกดัง โดยลงพื้นที่ภายในเดือนหน้า จึงขอกำชับหน่วยงานในพื้นที่ป้องกันการเคลื่อนย้ายข้าว ส่วนเรื่องปริมาณข้าวและจำนวนจังหวัดจะให้หัวหน้าหน่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรีจะนำเสนอรายละเอียดต่อที่ประชุมต่อไป
ม.ล.ปนัดดา กล่าวต่อว่า คสช.อยากเห็นการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความรู้ความเข้าใจแก่ทุกคนในสังคมว่าข้าวมีปริมาณและคุณภาพอย่างไร ทั้งนี้ที่คณะอนุกรรมการฯ จะได้ดำเนินภารกิจต่อไปด้วยความโปร่งใส ทั้งในเรื่องการตั้งคณะทำงานที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวและจะไม่มีการประชุมซ้อน ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ เช่น การจัดเทรนนิ่งคอร์สสำหรับการสุ่มสำรวจ นั้นจะได้นัดประชุมอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้
ตั้ง100ทีมระดมตรวจข้าวปลายเดือนนี้ทั่วประเทศ
เมื่อเวลา 14.30 น. ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐ ครั้งที่ 1/2557 ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติให้จัดตั้งเจ้าหน้าที่ 100 ชุดออกตรวจสอบข้าวทั้ง 4 ภาคในทันทีที่ได้รับรายงานจำนวนข้าวจากกระทรวงพาณิชย์ปลายเดือนนี้ โดยจะไม่มีการแจ้งล่วงหน้าให้โกดังทราบ และจะมีมาตรการควบคุมไม่ให้มีการโยกย้ายข้าวระหว่างโกดังหรือระหว่างจังหวัดเพื่อป้องกันการทุจริต
ทั้งนี้ อนุกรรมการฯ จะเร่งจัดอบรมวิธีตรวจสอบข้าวเป็นเวลา 2 วันให้แก่เจ้าหน้าที่ซึ่งประกอบด้วยคนของกองทัพ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และสำนักนายกรัฐมนตรี ส่วนหัวหน้าคณะตรวจสอบจะเป็นหัวหน้าผู้ตรวจราชการของทุกกระทรวง โดยจะใช้งบประมาณของกระทรวงพาณิชย์และสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นหลัก และมีสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้าร่วมสังเกตการณ์การด้วย
ป.ป.ช. เตรียมถกกรณีทนายปูขอเพิ่มพยานข้าว8ปาก
นายประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นเพิ่มพยานในไต่สวนคดีอาญาโครงการจำนำข้าว จำนวน 8 ปาก ว่า เรื่องที่ทนายความของน.ส.ยิ่งลักษณ์มาขอเพิ่มพยาน 8 ปากนั้น ยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่ คงต้องรอดูวาระภายในสัปดาห์หน้า ว่าจะมีกรณีดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมหรือไม่
เตรียมแบ่งงานให้“อรรถพล -สุวิจักขณ์ -สุรชัย”
ม.ล.ปนัดดากล่าวถึงคำสั่งคสช.ให้ นายอรรถพล ใหญ่สว่าง อัยการสูงสุด นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และ นายสุรชัย ศรีสารคาม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เข้าปฏิบัติราชการ ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า ตนทราบว่าทั้ง 3 ท่านได้เข้ามาในทำเนียบรัฐบาลแล้ว แต่ส่วนตัวยังไม่ได้พบกัน สำหรับการแบ่งงานนั้น ก็คงจะต้องมีการมาแชร์กัน เพราะก็ทราบว่าท่านไม่อยากอยู่เฉยๆ คาดว่าจะมีการเชิญมาหารือกันต่อไป
คสช.ห่วงไฟดับภาคใต้ช่วง13มิ.ย.-19ก.ค.
นางสาวปถมาภรณ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ทีมโฆษกคสช. กล่าวถึงกรณีกระทรวงพลังงานปิดซ่อมบำรุงแท่นผลิตก๊าซธรรมชาติพื้นที่พัฒนาไทย-มาเลเซีย(JDA-A18) ระหว่างวันที่13มิถุนายน-10กรกฏาคมนี้ ซึ่งคสช.มีความเป็นห่วงการใช้ไฟฟ้าของประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ และได้กำชับไปยังกระทรวงพลังงานแล้วว่าในช่วงของการปิดซ่อมดังกล่าว ขอให้มีผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด ซึ่งกระทรวงพลังงานโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)ได้เพิ่มกำลังจากผลิตทั้งในประเทศและที่นำเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย คาดว่าจะเพียงพอและทดแทนความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของภาคใต้ในช่วงดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือประชาชนผู้ใช้ไฟในพื้นที่ภาคใต้ลดใช้พลังงานไฟฟ้า หรือใช้เท่าที่จำเป็น โดยเฉพาะช่วงเวลา 18.30-22.30 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุด
"มจร"ขอเชิญร่วมส่งบทความงานวิจัยสร้างสมานฉันท์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) ขอเชิญร่วมส่งบทความงานวิจัย ในการประชุมวิชาการระดับชาติ มจร ครั้ง ที่ 1 เรื่อง " พุทธบูรณาการเพื่อการพัฒนาจิตใจและสังคม " ประจำปีการศึกษา 2557 ในวันที่ 23 - 24 กรกฏาคมนี้ ประเด็นเนื้อหา ใน การนำเสนอผลงาน มีกลุ่มย่อยตามประเด็น ดังนี้ กลุ่มย่อยที่ 1 พุทธบูรณาการเพื่อการพัฒนาจิตใจ และการทรัพยากรมนุษย์ กลุ่มย่อยที่ 2 พุทธบูรณาการเพื่อการพัฒนาการบริหาร การเมือง และธรรมาภิบาล อย่างเช่น การส่งเสริมการเมืองในวิถีธรรมาธิปไตย หรือการมุ่งใช้หลักธรรมเพื่อการป้องกันและแก้ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น กลุ่มย่อยที่ 3 พุทธบูรณาการเพื่อเสริมสร้างความสมานฉันท์ และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ใน 2 ประเด็นคือเศรษฐศาสตร์วิถีพุทธเพื่อการลดความเหลื่อมล้ำในสังคมและพุทธสันติวิธีและหนทางแห่งความปรองดองของประเทศ จึงขอเชิญร่วมลงทะเบียนและติดตามความคืบหน้าได้ทาง www.mcucongress.net



