
ททท.เข็นแพ็กเกจตามรอยหาเนื้อคู่หวังดึงนักเที่ยวสาวญี่ปุ่นขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในไทย
ททท.พลิกกลยุทธ์ดึงนักท่องเที่ยวสาวชาวญี่ปุน เข็นแพ็กเกจตามรอยหาเนื้อคู่ เน้นท่องเที่ยวสถานที่ศักดิ์สิทธิ์-มีอิทธิพลด้านความเชื่อ ขอพรด้านความรัก เตรียมออกบูธตามสถานีรถไฟฟ้าญี่ปุ่น ส.ค.-ก.ย.ปีนี้ หวังพยุงยอดนักเที่ยวลดน้อยที่สุด
นายจรัญ อ้นมี ผู้อำนวยการสำนักงานโอซากา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า หลังจากเกิดผลกระทบปัจจัยลบทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และโรคระบาดจากไข้หวัดใหญ่ 2009 ทำให้ไตรมาสแรกนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่เดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยลดลงถึง 20-30% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว ทำให้ขณะนี้ ททท.เตรียมหากลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อสร้างสีสันและจูงให้กลุ่มนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย
ล่าสุด ได้จัดทำแพ็กเกจท่องเที่ยวสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวหญิงชาวญี่ปุ่น เพื่อจูงใจให้เดินทางมาตามรอยหาเนื้อคู่ตามวันเกิดในประเทศไทย โดยจะจัดกิจกรรมเน้นการท่องเที่ยวในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และมีอิทธิพลด้านความเชื่อ โดยเฉพาะด้านการขอความรักหรือเนื้อคู่ รวมทั้งให้ข้อมูลด้านความเชื่อของไทยเกี่ยวกับวันเกิด ราศี และการทำนายลักษณะเนื้อคู่ตามราศีตามความเชื่อไทยร่วมด้วย
"แม้ทัศนคติของผู้หญิงญี่ปุ่นในปัจจุบันจะเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่ยังมีคนกลุ่มหนึ่งมีความต้องการจะแต่งงาน เพื่อใช้ชีวิตเป็นแม่บ้าน มากกว่าการเป็นผู้หญิงทำงาน ซึ่งในส่วนนี้จากข้อมูลพบว่ามีสถิติเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ททท.จึงเชื่อว่าแพ็กเกจดังกล่าวจะสามารถดึงดูดใจกลุ่มผู้หญิงโสดโดยเฉพาะวัยรุ่นให้เข้ามาเที่ยวเมืองไทยได้มากขึ้น" นายจรัญกล่าวและว่า นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเดิมเป็นกลุ่มที่นิยมเข้ามาท่องเที่ยวเมืองไทยอยู่แล้ว โดยเฉพาะตามจังหวัดชายทะเล
ทั้งนี้ ททท.สำนักงานโอซากาจะเตรียมเข้าไปออกบูธที่สถานีรถไฟใหญ่ๆ ในประเทศญี่ปุ่น ช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน 2552 เพื่อนำร่องแจกข้อมูลคำทำนายตามวันเกิดของแต่ละคน และแนะนำสถานที่สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นิยมขอพรเรื่องความรักในประเทศไทย เช่น พระพรหม พระตรีมูรติ พระพิฆเนศ เพื่อเป็นการนำร่องอีกด้วย
นอกจากนี้ ยังได้จัดเตรียมนำตุ๊กตาน้องสุขใจ ที่ ททท.ใช้เป็นมาสคอตในการทำตลาดในประเทศ ไปใช้เป็นมาสคอต เชิญชวนนักท่องเที่ยวตลาดญี่ปุ่น โดยใช้ชื่อ “แฮปปี้จัง” เพื่อสร้างภาพลักษณ์ ก่อนต่อยอดสู่การออกแพ็กเกจท่องเที่ยวตามรอยแฮปปี้จังต่อไป โดยในปีนี้ ททท.คาดว่ายอดนักท่องเที่ยวตลาดญี่ปุ่น จะลดลง 23% เหลือ 8.5 แสนคน หลังจากที่ 4-5 เดือนแรกของปีนี้ มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเฉลี่ยเดือนละ 7 หมื่นคน ทั้งนี้ปัจจัยการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เป็นปัญหาหลักที่ทำให้นักท่องเที่ยวตลาดนี้ลดการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากการระบาดของไข้หวัดขยายวงกว้างทั้งทั่วโลกและประเทศในเอเชีย รวมทั้งประเทศไทยด้วย



