ข่าว

'ปปง.'ยึดทรัพย์'เสี่ยถัง'คดีค้าไม้พะยูง-สัตว์ป่า

'ปปง.'ยึดทรัพย์'เสี่ยถัง'คดีค้าไม้พะยูง-สัตว์ป่า

13 มิ.ย. 2557

"ปปง." สั่งยึดทรัพย์ "เสี่ยถัง" ผู้ต้องหาค้าไม้พะยูงรายใหญ่ภาคอีสาน 27 ล้านบาท

 
 
          วันที่ 3 มิ.ย.57 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการปปง. เปิดเผยความคืบหน้าคดี การยึดทรัพย์ ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ หรือสิ่งแวดล้อม โดยการใช้ ยึดถือหรือครอบครองทรัพยากรธรรมชาติ หรือกระบวนการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติโดยมิชอบด้วยกฎหมายอันมีลักษณะเป็นการค้า กรณี นายกัมปนาท ชัยมาตร หรือเสี่ยถัง และพวก ในคดีค้าไม้พะยูงและสัตว์ป่า ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตั้งแต่ปี2543 โดยก่อนหน้านี้ ป.ป.ง. ได้เข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินการกระทำผิดโดยคณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์จากการกระทำผิดจำนวน 98 รายการ อาทิ เงินสด รถยนต์ โทรศัพท์มือถือ ทองคำแท่งหนัก 10 บาท อาวุธปืน นาฬิกาข้อมือ  และยังอยู่ระหว่างรอประเมินราคาทรัพย์สิน อีก 45 รายการ มูลค่ารวมกว่า 5 ล้านบาท และอีก 97 รายการอยู่ระหว่างประเมิน
 
          พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวว่า เมื่อวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ลงนามคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำผิดเพิ่มเติมในคดีนี้ อีก 8 รายการ ประกอบด้วย ที่ดิน เงินฝากในบัญชีธนาคาร และอื่นๆ รวมอีก 27 ล้านบาท ทั้งนี้จากตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมการเงินของกลุ่มผู้ค้าไม้พะยูงรายนี้พบว่า เส้นทางการเงินต้นทางมาจากประเทศลาว และมีการโอนเข้ามาบัญชีในประเทศไทย เข้าบัญชีคนกลาง 8 คน ซึ่ง หนึ่งในนั้นคือนายกัมปนาท โดยการโอนเงินจะโอนเงินเป็นทอดๆ ก่อนถูกโอนออกไปยังบัญชีของบุคคลทางภาคใต้ของไทยและส่งต่อไปยังบัญชีที่ประเทศมาเลเซีย
 
          "ขบวนการค้าไม้พะยูงในภาคอีสานไม่ได้มีกลุ่มเดียว มีทั้งรายใหญ่และรายย่อย ซึ่งพบว่ามีการค้าข้ามชาติ ไปมาเลเซีย จีน เพราะเป็นตลาดที่มีความต้องการไม้พะยูงจำนวนสูง นอกจากนี้จากข้อมูลเชิงลึกยังพบว่า กลุ่มเสี่ยถังไม่ใช่กลุ่มเดียวที่กระทำผิดแต่ยังมีเครือข่ายกระจายอยู่ในพื้นที่ภาคอีสานจำนวนมาก ซึ่งป.ป.ง จะตรวจสอบเป็นรายคดีเพื่อแยกให้เห็นความเชื่อมโยงต่อไป"เลขาธิการฯป.ป.ง กล่าวและว่าที่ผ่านมาป.ป.ง. ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของนายกัมปนาทและพวก พบมีเงินหมุนเวียนระหว่างปี 2554-2557 กว่า 1,183 ล้านบาท และมีการโอนไปยังบุคคลอื่นอีก 320 ล้านบาท




ลำปาง-จับกุมเครือข่ายลอบตัดไม้ขณะขนของกลางออกจากป่าสงวน
 
          พล.ต.อุกฤษณ์ อากาศวิภาต ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี จ.ลำปาง ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยมณฑลทหารบกที่ 32  เปิดเผยว่า คืนวันที่ 12 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ทหารร่วมกับฝ่ายปกครอง  และตำรวจ  เข้าจับกุมขบวนการลักลอบตัดไม้ และค้าไม้เถื่อนในพื้นที่ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง โดยเข้ายึดไม้และจับกุมผู้ต้องหาได้ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติแม่จางฝั่งขวา เขตบ้านผาแมว ต.หัวเสือ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง 
 
          ส่วนผู้ที่ถูกจับกุมคือ  นายสุชาติ การิต๊ะ อายุ 45 ปี และนายสุรศักดิ์ ต๊ะจันทร์ อายุ 40 ปี ขณะกำลังลำเลียงไม้สักแปรรูป 100 แผ่น ขึ้นรถกระบะ 2 คัน  และพบว่ามีผู้ร่วมขบวนการหนีไปได้ 1 คน  จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไปขยายผลตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 180 บ้านข่วงม่วง ม.8 ต.นาสัก อ.แม่เมาะ จ.ลำปางซึ่งเป็นบ้านของนายสุชาติ 
 
          พบไม้สักท่อน ความยาว 5 - 6 เมตร จำนวน 86 ท่อน รวมถึงไม้สักแปรรูปอีกกว่า 500 แผ่น และเลื่อยยนต์ 1 เครื่อง นอกจากนี้ยังยึดไม้สักท่อนขนาดใหญ่ 1 คนโอบ อีก 12 ท่อน ที่อำพรางสร้างเป็นบ้านใหม่ เพื่อเตรียมขนย้ายออกไปจำหน่ายตามใบสั่งซื้อของกลุ่มนายทุน ก่อนจับกุมเจ้าหน้าที่ สืบทราบมาว่า จะมีกลุ่มลอบตัดไม้   ซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่ จ.ลำปาง มักจะเข้าไปลักลอบตัด และขนไม้สักออกมาจากป่าสงวนแห่งชาติแม่จางฝั่งขวา จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมดังกล่าว




 

ลำปาง-ยึดไม้ชิงชันซ่อนในสระน้ำ
 
          เมื่อเวลา  10.00 น. พ.อ.วีระยุทธ กวยะปาณิกา ผู้อำนวยการ ศปม. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 3 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจากกองทัพภาค 3 พร้อมกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยมณฑลทหารบกที่ 32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี จ.ลำปาง และนายสันทัด บันลือ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ และป้องกันทรัพยากรธรรมชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 ลำปาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ป่าไม้และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง  ได้เข้าตรวจค้นและยึดไม้ชิงชันจำนวนมาก ที่ซุกซ่อนอยู่ในสระน้ำ ภายในสวนลำไย ไม่มีเลขที่ ภายในหมู่บ้านวังสัก ม.10 ต.ปงดอน อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง    
 
          โดยหลังเข้าตรวจสอบเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ได้นำกำลังลงค้นหาในสระน้ำดังกล่าว จากค้นหาเจ้าหน้าที่พบมีไม้แปรรูปชิงชันท่อนเหลี่ยมยาว 2 เมตร ซุกซ่อนอยู่ในสระน้ำ เพื่อป้องกันการตรวจค้นและเตรียมการขนย้ายออกไปจำหน่าย ส่งต่อขายยังต่างประเทศ ส่วนบริเวณใกล้กับสระน้ำ จากการตรวจสอบในป่า ยังพบไม้ท่อนประดู่ขนาดใหญ่ยาวกว่า 5 เมตร ซุกซ่อนอยู่ในโพรงหญ้าในสวน ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดทั้งหมด โดยจะนำไม้ของกลางไปเก็บไว้ที่หน่วยป้องกันและรักษาป่าลำปางที่ 5 (แม่สุก)
 
          พ.อ.วีระยุทธ กวยะปาณิกา ผู้อำนวยการ ศปม. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 3 กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ทหารและป่าไม้ลำปาง ร่วมกันดำเนินการเข้าตรวจสอบและเอกซ์เรย์พื้นที่ อ.แจ้ห่ม ในพื้นที่ ต.เมืองมาย ต.แจ้ห่ม และ ต.ปงดอน อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ขณะนี้ได้ทำการตรวจยึดบ้านไม้กว่า 13 หลังใหญ่ ที่สร้างขึ้น เพื่ออำพรางเป็นบ้านสร้างใหม่ รอการขนย้ายส่งไปจำหน่ายให้กับกลุ่มนายทุนมอดไม้ต่างพื้นที่ เพื่อส่งขายไปยังต่างประเทศ 
 
          จากการตรวจยึด มีทั้งบ้านไม้สักทอง และไม้ชิงชัน ทั้งนี้ ในพื้นที่ อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ยังจะมีการออกตรวจสอบ และเอกซ์เรย์พื้นที่เป้าหมายอีกหลายจุด  ซึ่งการเข้าตรวจยึดในครั้งนี้ เป็นการขยายผลจากการ ที่ทางเจ้าหน้าที่ทหารกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน เข้าตรวจยึดและปราบปรามขบวนการค้าไม้ชิงชันในพื้นที่ อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ซึ่งเป็นแหล่งของขบวนการเครือข่ายภาคเหนือ เพื่อนำส่งไม้ไปขายยังต่างประเทศ โดยไม้ชิงชัน ถือว่าเป็นไม้เนื้อแข็ง ที่อยู่ในตระกูลเดียวกับไม้พะยูง ที่เป็นที่ต้องการของนายทุน   ที่ต้องการไม้ชิงชันในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศ