ข่าว

'ปนัดดา'ยินดีคสช.โยกขรก.ช่วยงาน!

'ปนัดดา'ยินดีคสช.โยกขรก.ช่วยงาน!

12 มิ.ย. 2557

'ปนัดดา' ระบุ คสช.โยกย้าย ขรก.มาปฏิบัติงานที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่เป็นปัญหา ยินดีได้ผู้มีความสามารถ-ประสบการณ์ ช่วยงาน

 
                          12 มิ.ย. 57  เมื่อเวลา 13.00 น. ที่อิมแพค เมืองทองธานี  ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่ปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการมอบหมายงานรับผิดชอบให้กับข้าราชการที่ถูกโยกย้ายให้มาปฏิบัติราชการที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ตามคำสั่งของ คสช. ว่า โดยขั้นตอนระเบียบการปฏิบัติของข้าราชการพลเรือน ต้องรอให้มีคำสั่งมารายงานตัวที่สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะมีการมอบหมายงานที่เห็นว่ามีความสามารถที่จะช่วยงานได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ขณะนี้สำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีการเตรียมการไว้แล้ว โดยประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถ ของผู้ที่ถูกโยกย้ายมานั้น สามารถช่วยเป็นที่ปรึกษาทางราชการให้กับสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เป็นอย่างมาก และไม่น่าจะเกิดปัญหาอะไร
 
                          ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ผู้ที่ถูกโยกย้ายให้มาปฏิบัติราชการที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ผ่านมา ทำงานให้กับฝ่ายการเมือง ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า ในคำสั่งโยกย้าย ไม่มีการพูดถึงเรื่องนั้น โดยได้ระบุถึงความเหมาะสม และผู้ที่ถูกโยกย้ายก็เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทั้งสิ้น ถือเป็นเรื่องที่น่าดีใจที่จะได้ทำงานร่วมกัน
 
                          ม.ล.ปนัดดา กล่าวถึงเวทีรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายถึงแนวทางการปฏิรูประบบราชการ ซึ่งจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 12-16 มิ.ย. ใน 5 จังหวัด คือ สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ว่า พื้นที่ภาคใต้นั้นประชาชนชาวไทยมีความห่วงใยกันมานานแล้ว จึงอยากเห็นภาพของการฟื้นฟูในพื้นที่โดยเร็ว ซึ่ง ศอ.บต.ในขณะนี้ ถือว่าเป็นองค์กรหลักในพื้นที่ แต่ถ้าหน่วยงานของกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้ามาช่วยทำงาน เนื่องจากเราให้น้ำหนักการทำงานในพื้นที่อย่างมาก เพราะอยากเห็นความร่มเย็นกลับมาเหมือนเดิม นอกจากนี้ในสัปดาห์หน้า ตนก็จะลงพื้นที่จังหวัดที่มีการตั้งศูนย์ปรองดองในพื้นที่ใกล้เคียงกับ กทม.ด้วย โดยผลรับที่สะท้อนกลับมายังส่วนกลางนั้น กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนที่พูดเป็นเสียงเดียวว่า อยากเห็นผู้ใหญ่เป็นแบบอย่างที่ยั่งยืนไม่อยากทะเลาะกัน ช่วยกันรักษาบ้านเมือง 
 
                          "หัวหน้า คสช.ได้ย้ำตั้งแต่ช่วงแรกให้กระบวนการสร้างความปรองดองต้องอยู่บนพื้นฐานของความโปร่งใส ข้าราชการต้องเป็นแบบอย่างให้สังคม ประชาชนพึ่งพาได้ ดังนั้นข้าราชการ ต้องสร้างความเป็นเอกภาพ มีความสามัคคี เป็นสุภาพชน บริหารประชาชนด้วยความตั้งใจจริง ช่วยกันสร้างแบบอย่างของหลักธรรมาภิบาลให้เห็นชัด"
 
                          ม.ล.ปนัดดา ได้กล่าวถึงข้าราชการ ในช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลก ว่า อยากให้ข้าราชการดูแล ลูกหลาน เยาวชน ในเรื่องการเล่นการพนัน เพราะจะนำมาซึ่งผลพวงของปัญหา และข้าราชการต้องช่วยกันเป็นแบบอย่างในการรักษากฎหมายด้วย
 
 
 
หวัง ขรก.ช่วยนำประเทศสู่ความสงบ-เร่งฟื้นฟูบ้านเมือง 
 
 
                          ม.ล.ปนัดดา เป็นประธานเปิดการสัมมนาที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการเพื่อประชาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการติดตามและประเมินผลโครงการตามนโยบายรัฐบาลในมิติภาคประชาชน รวมทั้งการระดมความคิดเห็นร่วมกัน ระหว่างผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ตรวจราชการกระทรวงต่างๆ และที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชน ทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านเศรษฐกิจ สังคม วิชาการ และสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาแนวทางการทำงานร่วมกันให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ สำหรับผู้ตรวจราชการภาคประชาชนที่จัดตั้งขึ้นมาทั้ง 4 ด้านนั้น เป็นเครือข่ายภาคประชาชนในทุกจังหวัดของประเทศ และมีความสำคัญในการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกในพื้นที่ให้กับผู้ตรวจราชการ ในการติดตามโครงการต่างๆ ในพื้นที่ตามนโยบายและยุทธศาสตร์ของรัฐบาล เพื่อประกอบการแก้ปัญหา 
 
                          โดย ม.ล.ปนัดดา กล่าวเปิดการประชุมว่า บทบาทที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชน ถือเป็นบทบาทที่สำคัญในการปฏิรูประบบราชการไทย ส่วนการปฏิบัติงานส่วนข้าราชการเราได้เริ่มจัดทำเครือข่ายที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการขึ้นมา เพราะถือเป็นการสร้างประชาสังคมที่สอดรับกับระบบราชการ 
 
                          ทั้งนี้ ในสถานการณ์ปัจจุบัน ยังเป็นห้วงเวลาที่เราไม่ควรจะมาทะเลาะเบาะแว้งกัน เพราะภายใต้ระบอบประชาธิปไตยที่เกิดความสับสนอย่างมาก ถือเป็นหน้าที่ของข้าราชการที่ต้องมาช่วยกันแก้ไขและเร่งฟื้นฟู ตนจึงหวังว่าพี่น้องเพื่อนข้าราชการ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกฯ ผู้ตรวจราชการกระทรวง และที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการภาคประชาชน ที่จะเร่งฟื้นฟูบ้านเมืองให้ตรงตามเจตนารมณ์ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ต้องการเห็นบ้านเมืองกลับสู่ความสงบสุข เพราะก่อนหน้านี้บ้านเมืองเกิดความแตกแยกกันมาก คสช.จึงเข้ามาแก้ไขปัญหาให้เกิดความปรองดองของคนในชาติ หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในวันที่ 22 พ.ค. ก็ไม่สามารถจะคาดคะเนได้เลยว่าจะมีการสูญเสียเกิดขึ้นอย่างไร โดยการตรวจราชการ จากนี้คือการสร้างความปรองดอง และทำให้คนไทยกลับมาสมัครสมานสามัคคีกันเหมือนแต่ก่อน รวมถึงการปฏิรูประบบข้าราชการใหม่ให้เป็นที่พึ่งของประชาชนด้วย