
เด้ง'อสส.-ปลัดไอซีที-เลขาฯสภา'เหมาะสม!
12 มิ.ย. 2557
'วินธัย' เผยเด้ง 'อสส.-ปลัดไอซีที-เลขาฯสภา' เพื่อความเหมาะสม ปัดไล่ล่าคนต่อต้าน ชี้ดู 'นเรศวร' ฟรี เป็นความสมัครใจ 'ผู้ผลิต-ผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์'
12 มิ.ย. 57 เมื่อเวลา 11.00 น. พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะคณะทำงานโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 62/2557 ที่ให้นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นายอรรถพล ใหญ่สว่าง อัยการสูงสุด นายสุรชัย ศรีสารคาม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ (ไอซีที) มาประจำสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีน ว่า การโยกย้ายดังกล่าว ขอให้เข้าใจว่าไม่ใช่เรื่องของการกระทำความผิด แต่เป็นไปตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ในส่วนรายละเอียด ตนยังไม่มีข้อมูล
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีการย้ายเลขาฯ สภาผู้แทนราษฎร มีกระแสข่าวเรื่องการทุจริตจึงมีการโยกย้ายใช่หรือไม่ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต คอร์รัปชั่น ต้องมีความชัดเจนในเรื่องหลักฐาน และเป็นเรื่องของกระบวนการ ไม่น่าจะต้องเป็นเรื่องที่จะไปตัดสินกันก่อนโดยใช้ความรู้สึก ดังนั้นการโยกย้าย จึงเป็นเรื่องความเหมาะสมเป็นหลัก และบางส่วนก็เป็นความสมัครใจ เช่น กรณีนายกิตติพงษ์ กิตติยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม
ต่อข้อถามที่ว่า ทั้ง 3 ตำแหน่ง ถูกมองว่าทำงานเป็นมือไม้ให้กับรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ จึงต้องมีการโยกย้าย พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ปัจจัยนั้นคงไม่มีผลอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาบางส่วนก็มีส่วนร่วมในความขัดแย้งบ้าง แต่เบื้องต้นเป็นไปด้วยความเหมาะสม และประสิทธิภาพในการทำงาน
ดู 'นเรศวร' ฟรี เป็นความสมัครใจ 'ผู้ผลิต-ผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์'
พ.อ.วินธัย กล่าวถึงกิจกรรมคืนความสุขให้คนไทย โดยการชมภาพยนตร์เรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวร ภาค 5 ฟรี ทั้ง 160 โรงทั่วประเทศ ในวันที่ 15 มิถุนายน เวลา 11.00 น. ว่า ได้มีการพูดคุยกันจากทาง คสช.โดยผู้ผลิตต้องการตอบแทนสังคม ซึ่ง คสช.ก็ชอบเนื้อหาของภาพยนตร์ดังกล่าว เป็นการทำงานร่วมกัน และไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องงบประมาณ ซึ่งเจ้าของภาพยนตร์ และผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์ ได้จัดให้มีการฉายภาพยนตร์เพียงรอบเดียว ซึ่งเป็นดุลยพินิจของเขาที่สามารถสนับสนุนในส่วนนี้ได้ โดยทุกคนมีความตั้งใจอยู่แล้ว และในภาคธุรกิจภาพยนตร์ที่มีโปรดักชั่น คงยากจะพูดถึงกำไรจากการฉาย แต่ถือว่าทำแล้วสังคมได้อะไร และอาจจะต้องการหวังผลตอบแทนในเรื่องอื่นด้วย ส่วนตั๋วภาพยนตร์ฟรีนั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ประกอบการ ว่าจะจัดสรรอย่างไร
เมื่อถามว่า จะมีผู้บัญชาการเหล่าทัพร่วมชมภาพยนตร์ด้วยหรือไม่นั้น พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ได้มีการเชิญผู้บัญชาการเหล่าทัพทุกระดับไว้ตามทำเนียมการจัดงานอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ต้องขึ้นอยู่กับภารกิจงานในวันดังกล่าวด้วย ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัด จะมีผู้ว่าราชการ เป็นเจ้าภาพในการจัดกิจกรรมอยู่แล้ว
ส่วนการจัดให้ฟรีทีวีถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกทุกนัดนั้น พ.อ.วินธัย กล่าวว่า คสช.เพียงแต่ประสานให้ภาคเอกชน และ กสทช.ได้พูดคุยหารือกันถึงเรื่องดังกล่าว เนื่องจากเป็นความต้องการของหลายคน แต่ในขณะเดียวกัน ก็ต้องเข้าใจระบบธุรกิจในปัจจุบัน ซึ่งอาจแตกต่างจากเดิม
ระบุใช้ ก.ม.ปกติ กับผู้ฝ่าฝืนรายงานตัว หลบหนีอยู่ตปท.
พ.อ.วินธัย กล่าวถึงกรณีบุคคลที่ฝ่าฝืนคำสั่งเรียกรายงานตัวของ คสช. ซึ่งอาศัยอยู่ในต่างประเทศ เช่น นายจักรภพ เพ็ญแข ที่มีกระแสข่าวว่าจะจัดตั้งองค์กรพลัดถิ่นนั้น ตอนนี้ คสช.ยังคงใช้ช่องทางเดิมจากกระทรวงการต่างประเทศ ในการขอความร่วมมือจากต่างชาติ ให้หยุดสนับสนุนการกระทำยุยง ปลุกปั่นเช่นนี้ แต่ในขณะนี้ คสช.อยากให้ความสำคัญกับสถานการณ์ในประเทศมากกว่า เพราะเชื่อว่าไม่มีผลกระทบอะไรที่น่ากังวล คาดว่าเป็นเพียงการพยายามเคลื่อนไหวมากกว่า
พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ส่วนเรื่องที่ต่างชาติเข้าใจว่า คสช.ได้บังคับใช้กฎหมายจากกฎอัยการศึกนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะ คสช.นั้น บังคับใช้กฎหมายเท่าที่จำเป็น และเป็นกฎหมายปกติเท่านั้น เนื่องจากผู้กระทำผิดส่วนมากที่ถูกควบคุมตัวในช่วงนี้นั้น ผิดกฎหมายอาญา มาตรา 116 วรรค 2 การกระทำผิดเกี่ยวกับความมั่นคง และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ เป็นหลัก
ส่วนกรณีกระแสข่าวที่ว่า จะเน้นไล่ล่าผู้กระทำผิด มาตรา 112 ที่หลบหนีอยู่ต่างประเทศนั้น พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง ตนคิดว่าหมายถึงกฎหมายอาญา มาตรา 116 วรรค 2 และ พ.ร.บ.คอมฯ มากกว่า และขอย้ำว่าตอนนี้ มาตรการของทาง คสช.นั้น จะเน้นไปที่การขอความร่วมมือให้หยุดเคลื่อนไหวต่อต้าน ไม่ได้ไล่ล่าใคร



