ข่าว

เตือน'โพสต์-แชร์-ไลค์'ต้านคสช.ผิด!

เตือน'โพสต์-แชร์-ไลค์'ต้านคสช.ผิด!

12 มิ.ย. 2557

ตร.เตือนปชช.โพสต์ข้อความต่อต้าน 'คสช.' ถูกดำเนินคดีเฉียบ คน 'แชร์-ไลค์' ผิดด้วย เตรียมล่าขบวนการตู้ม้า ย่านหนองจอก เปิดโครงการเพิ่มศักยภาพตร.รับเออีซี

 
                          12 มิ.ย. 57  พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ช่วยราชการ รอง ผบช.น. กล่าวว่า คณะทำงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาลกำลังประสานความร่วมมือตำรวจกองบังคับการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) สืบค้นตรวจสอบบุคคลที่โพสต์ข้อความต่างๆ ลงอินเทอร์เน็ต คัดค้านต่อต้าน คสช.และกฎอัยการศึก เพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับ-ดำเนินคดี รวมถึงบุคคลที่โพสต์ข้อความในโซเชียลเน็ตเวิร์ค นัดหมายประชาชนร่วมกิจกรรมต่อต้านทุกรูปแบบ เพราะถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย มาตรา 116 ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ คาดว่าจะสามารถออกหมายจับได้ภายใน 2 - 3 วันนี้ ส่วนผู้ที่แชร์ข้อความลักษณะดังกล่าวต่อๆ กันไป ถือว่ามีความผิดด้วย รวมถึงการชุมนุมในที่ต่างๆ ช่วงที่ผ่านมา ตำรวจจะเร่งสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานการชุมนุมต่อต้านประกาศกฎอัยการศึกในทุกคดีที่มีการกระทำความผิด หากแล้วเสร็จ จะขออนุมัติศาลออกหมายจับในทันที ส่วนผู้ที่ขัดคำสั่ง คสช.เรียกรายงานตัว หากไม่มารายงานตัวตามวันเวลาที่กำหนด พนักงานสอบสวนจะพิจารณาถึงเหตุผลความจำเป็น ว่าสมเหตุผลหรือไม่ หากไม่มีเหตุผลอันควร จะมีการออกหมายเรียก และหมายจับตามกฎหมายต่อไป
 
                          "การดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้าน คสช.จากเหตุการณ์วันที่ 7 มิ.ย.นั้น ตำรวจสามารถบันทึกภาพผู้แสดงสัญลักษณ์ชูสามนิ้วต่อต้านได้ทั้งหมด 7 คน และชัดเจนพอที่จะขออนุมัติศาลออกหมายจับ ส่วนที่เริ่มพบการแสดงออกด้วยการนัดกินแซนวิช ประกอบการอ่านแถลงการณ์ คงต้องมีการพิจารณาอีกครั้ง ว่ามีเนื้อหา หรือมีลักษณะต่อต้าน คสช.เหมือนกันหรือไม่ รวมถึงการโพสต์ข้อความเชิญชวนให้ต่อต้าน คสช. ถือว่ามีความผิดแน่นอน เพราะเป็นการชวนคนให้มาชุมนุม หรือการแสดงความชื่นชอบด้วยการกดไลค์ ถือว่ามีความผิดเช่นกัน เพราะเป็นการกระจายข่าวโดยคอมพิวเตอร์ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นผู้เขียนขึ้นเองก็ตาม ส่วนกรณีจับกุมนายสมบัติ บุญงามอนงค์ (บก.ลายจุด) นั้น มีการดำเนินคดีแล้ว โทษฐานที่ไม่มารายงานตัวตามคำสั่ง คสช.และ กฎหมายอาญา มาตรา 116 และยุยงให้คนมาชุมนุม"
 
                          คดีอื่นๆ ที่ทหารไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ไม่มารายงานตัวนั้น จะมีการตั้งทีมมาตรวจสอบคดีนี้ โดยมอบหมายให้ สน.สามเสน รวบรวมคดีที่มีการแจ้งความตามสถานีตำรวจต่างๆ ซึ่งมีประมาณ 3 - 4 ราย โดยจะแยกกับส่วนที่มีการแจ้งความไว้ที่กองปราบปราม
 
                          พล.ต.ต.อำนวย ยอมรับว่า จากรายงานการข่าว และประเมินผลการชุมนุมค้านคสช. ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา พบผู้ออกมาต่อต้านการควบคุมอำนาจน้อยลงเรื่อยๆ ต่างจากช่วงแรกที่มียอดชุมนุมหลักพันเมื่อช่วงเดือน พ.ค.หลังประกาศกฎอัยการศึก แต่ต่อมาช่วงเดือน มิ.ย.นี้ มีผู้ชุมนุมแค่เพียงหลักร้อยเท่านั้น
 
 
 
เตรียมล่าขบวนการตู้ม้า ย่านหนองจอก
 
 
                          จากกรณีตำรวจ สน.หนองจอก และเจ้าหน้าที่ทหารร่วมกันนำกำลังจับกุม ตู้ลูกดีดไฟฟ้า จำนวน 33 ตู้ ตู้ม้า จำนวน 27 ตู้ และตู้ผลไม้อีก 23 ตู้ รวมทั้งหมด 83 ตู้ โดยมีนายพิษณุ อิ่นแก้ว อายุ 41 ปี เป็นผู้ดูแล ที่บ้าน แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กทม. เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา ก่อนมีการแถลงข่าวในช่วงค่ำ จากนั้นได้ทำการสอบสวนขยายผล แต่ผู้ต้องหาให้ข้อมูลได้ไม่มากนัก ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
 
                          ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ สน.หนองจอก  พ.ต.อ.สิทธิภาพ ใบประเสริฐ ผกก.สน.หนองจอก เปิดเผยว่า การจับกุมเมื่อวานนี้ (11 มิ.ย.) ได้ข้อมูลว่ามีการขนย้ายตู้อิเลคทรอนิกส์เกี่ยวกับการเล่นพนันเข้ามาในพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงแกะรอยจนกระทั่งจับกุมได้ ซึ่งภายหลังชุดจับกุมได้ทำการสอบปากคำผู้ต้องหา แต่ยังได้ข้อมูลไม่เพียงพอ เนื่องจากผู้ต้องหาทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ดูแลของกลางเท่านั้น ทราบเพียงว่ามีคนชื่อดำ เป็นเจ้าของ โดยหลังจากนี้ต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่หาข่าวเพิ่มเติม ว่าหัวหน้าขบวนการนี้คือใครกันแน่ มาจากไหน และมีผู้ใดเกี่ยวข้องบ้าง เพื่อทำการขยายผลจับกุมขบวนการดังกล่าวให้สิ้นซาก อย่างไรก็ดี ต่อจากนี้จะต้องมีมาตรการการดูแลไม่ให้มีการขนลำเลียงสิ่งอบายมุขเข้ามากักเก็บในพื้นที่อีกต่อไป
 
 
 
'วัชรพล' เปิดโครงการเพิ่มศักยภาพตำรวจต้อนรับเออีซี
 
 
                          เมื่อเวลา 09.30 น.  ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)  พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่ชาติ (รรท.ผบ.ตร.) เป็นประธานเปิดโครงการสัมนารณรงค์ให้ประชาชนหันหลังให้อาชญากรรม (Turn Back Crime Public Awareness) ซึ่งเป็นโครงการขององค์กรตำรวจสากลที่ให้ประเทศสมาชิก 190 ประเทศจัดขึ้น พร้อมกันในเดือนมิถุนายน 2557 เพื่อแสวงหาความร่วมมือจากภาคเอกชน และประชาชน ในการป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ ที่เป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดในศตวรรษนี้ โดยในวันนี้ได้มีการเชิญภาคเอกชน สถาบันการเงิน หอการค้า สภาอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เข้าร่วมสัมมนา ซึ่งเนื้อหาการสัมนาจะเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ การให้ประชาชนตระหนักรู้ว่าอาชญากรรมข้ามชาติคืออะไร และจะส่งผลต่อสังคมอย่างไรในอนาคต
 
                          พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวภายหลังการเปิดโครงการ ว่า เรื่องอาชญากรรมข้ามชาติ เป็นเรื่องที่จะต้องมีการพูดคุย และร่วมรณรงค์กับภาคเอกชน และภาคธุรกิจการเงินต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางสำนักงานตำรวจสากล พยายามที่จะสนับสนุนประเทศสมาชิกทั้งหมด 190 ประเทศ เพื่อจัดโครงการรณรงค์ให้ทุกคนใส่ใจปัญหาอาชญากรรม และลุกขึ้นมาป้องกันตัวเอง รวมไปถึงการช่วยเหลือสังคมในเรื่องการแจ้งเบาะแส ก็จะทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานได้ง่ายขึ้น ซึ่งตนอยากให้มีโครงการรณรงค์เช่นนี้จัดขึ้นไปเรื่อยๆ
 
                          พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ส่วนการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาตินั้น ขณะนี้เราได้ร่วมมือกับต่างประเทศ และมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอยู่ตลอด และผลัดกันเป็นตัวแทนในการจัดอบรม เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงาน หากประเทศในอาเซียนใดเก่งในการแก้ไขปัญหาในอาชญากรรมเรื่องไหน ก็จะเป็นตัวแทนในการจัดอบรมเรื่องนั้นๆ ซึ่งประเทศไทยจะเก่งในเรื่องของการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดมากกว่าประเทศในอาเซียน ทางประเทศไทยก็จะรับเป็นเจ้าภาพในการจัดการฝึกอบรม ส่วนประเทศฟิลิปปินส์ จะรับเป็นตัวแทนในการจัดอบรมเรื่องการค้ามนุษย์ และประเทศสิงคโปร์ ก็จะเป็นเจ้าภาพในการจัดอบรมเรื่องอาชญากรรมทางด้านคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ซึ่งจะเห็นได้ว่า เรามีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนาศักยภาพ นอกจากนี้ยังมีศูนย์รวบรวมข้อมูล และฐานข้อมูลอาชญากรสำคัญที่หนีข้ามประเทศอีกด้วย
 
                          รรท.ผบ.ตร. กล่าวต่อไปว่า สำหรับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศจะมีอยู่ 3 เรื่อง คือ ปัญหายาเสพติด , การปลอมแปลงสินค้า และอาชญากรรมสิ่งแวดล้อม ประเทศไทยเองถูกกล่าวหาว่า เป็นแหล่งแพร่ระบาดของปัญหาต่างๆ เนื่องจากภูมิศาสตร์ของประเทศมีความเจริญ และประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว จึงทำให้มีอาชญากรเข้ามาก่อเหตุในประเทศง่ายขึ้น ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการตั้งศูนย์ในพื้นที่เสี่ยง โดยจะส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดูแล เพื่อประสานงานกับหน่วยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 
 
                          รรท.ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า หลังจากที่มีการเปิดประชาคมอาเซียนแล้ว อาชญากรรมข้ามชาติจะเข้ามาได้ง่ายขึ้นการเตรียมการจะต้องมีการพัฒนาด้านความรู้ ความสามารถ และรูปแบบพฤติกรรมของคนร้ายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อให้สอดคล้องกับปัญหา ให้การติดตามปฏิบัติงานเร็วขึ้น เราหยุดนิ่งไม่ได้ และนำเอาวิทยาการเข้ามา เพื่อให้การดำเนินการความยุติธรรมเป็นวิทยาศาสตร์มากยิ่งขึ้น ซึ่งทุกอย่างจะต้องมีการบูรณาการในทุกมิติ โดยมิติสำคัญนั้นต้องมีภาคเอกชนและประชาชนเข้ามาร่วมด้วย ซึ่งภาคเอกชนที่จะเข้ามาร่วมก็ได้แก่ สมาคมธนาคาร หอการค้า และสภาอุตสาหกรรม เพราะองค์กรเหล่านี้เป็นองค์กรที่เข้มแข็ง และมีระบบการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งจะสามารถแนะนำเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อีกด้วย
 
 
 
ลั่น ปฏิรูปตำรวจ เสร็จทันก่อนเกษียณ
 
 
                          พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวถึงความคืบหน้าแนวคิดการปฏิรูปตำรวจว่า ขณะนี้ยังคงอยู่ในวาระที่ 1 คือ ขั้นตอนของการรับฟังความคิดเห็น โดยในวันจันทร์ที่ 16 มิ.ย.นี้ เตรียมเชิญข้าราชการตำรวจระดับผู้บัญชาการทุกหน่วย มารับฟังแนวคิดการปฏิรูปโครงสร้างตำรวจ พร้อมกับเปิดโอกาสให้ผู้บัญชาการตำรวจทุกนาย ได้แสดงความคิดเห็น และข้อเสนอแนะต่างๆ หากมีการปฏิรูปตำรวจต้องการอะไร ทั้งนี้หากได้ข้อสรุปแล้ว จะดำเนินการเข้าสู่วาระที่ 2 ซึ่งเกี่ยวกับการแก้ไขข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่กระบวนการการปฏิรูปตำรวจต่อไป ทั้งนี้ ตนมั่นใจว่าในช่วงเวลา 3-4 เดือน ก่อนที่ตนจะเกษียณอายุราชการ จะสามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จ เพราะการปฏิรูปตำรวจมีการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง และก่อนหน้านี้ก็ดำเนินการมาโดยตลอดอยู่แล้ว
 
 
 
'รอง ผบ.ตร.' พร้อมสนับสนุน 'คสช.' ดูแลวินจยย.-รถตู้
 
 
                          พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. (ปป.) กล่าวถึงกรณีที่ คสช.จัดระเบียบวินรถตู้ และรถจักรยานยนต์รับจ้าง ว่า ตำรวจพร้อมดูแลอาชญากรรมทุกอย่าง และพร้อมสนับสนุน คสช. กรณีที่มีการไปตรวจสอบวินรถตู้ โดยเข้าใจว่าเป็นการเข้าไปตรวจสอบ และซักซ้อมความเข้าใจให้ทำงานภายใต้กรอบของกฎหมาย การประกอบวิชาชีพที่ถูกต้อง หากตำรวจพบว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมาย มีการใช้อิทธิพล ข่มขู่ประชาชนให้ได้รับความเดือดร้อน ก็จะดำเนินการตามกฎหมาย 
 
 
 
คุมเข้มพนันบอลโลก จับตาแทงผ่านเว็บ
 
 
                          พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. (ปป.) ในฐานะหัวหน้าศูนย์ป้องกันและปราบปรามการพนันทายผลฟุตบอลโลก 2014 เปิดเผยถึงมาตรการป้องกันการเล่นพนันฟุตบอลว่า ในส่วนของการป้องกันได้กำชับสั่งการให้ตำรวจเร่งประสานทำความเข้าใจกับสถานศึกษาแต่ละแห่งเนื่องจากกลุ่มเยาวชนเป็นกลุ่มเสี่ยงมีข้อมูลพบว่ากลุ่มวัยรุ่นเยาวชน มีอัตราการเล่นพนันสูงขึ้น ซึ่งตอนนี้ทุกพื้นท็ทำได้ดีในระดับหนึ่ง ซึ่งเป้าหมายต้องควบคุมป้องกันไม่ให้กลุ่มเสี่ยงเหล่านี้มาเล่นการพนันฟุตบอลเพราะจะนำมาซึ่งปัญหาอาชญากรรมอื่นๆ ตามมา 
 
                          พล.ต.อ.เอก กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางการปราบปราม จะใช้มาตรการทางกฎหมายทุกรูปแบบรวมถึงกฎหมายการฟอกเงิน ตอนนี้มีข้อมูลเป็นพีระมิดเครือข่ายโต๊ะพนันบอลทั้งหมดทั่วประเทศแล้วซึ่งได้เร่งรัดให้ดำเนินการทางกฎหมาย โดยรายใหญ่ทั่วประเทศ จะมีอยู่ประมาณ 40-50 ราย ซึ่งรายใหญ่จริงๆ มีไม่ถึง 10 ราย โดยเจ้าหน้าที่มีข้อมูล และกำลังจับตาการเคลื่อนไหวของคนกลุ่มนี้ ส่วนรายชื่อเว็บไซต์และรายชื่อผู้ที่อยู่เบื้องหลังที่เปิดรับทายผลฟุตบอลนั้น พบว่ามีการเปิดในประเทศร้อยละ 20 และในต่างประเทศร้อยละ 80 โดยมีฐานอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งในวันนี้ (12 มิ.ย) จะมีการประชุมหารือร่วมกับ พล.ต.ต.พิศิษฐ์ เปาอินทร์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที เพื่อหามาตรการสกัดกั้นและปิดเว็บไซต์ดังกล่าว
 
                          พล.ต.อ.เอก กล่าวอีกว่า ส่วนพื้นที่เป้าหมาย และมีอัตราการเล่นการพนันสูง ยังคงอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ตลอดจนหัวเมืองใหญ่ๆ อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง สงขลา นครราชสีมา และสงขลา เป็นต้น ยืนยันว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะบูรณการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ทั้งนี้ สำหรับประชาชนที่มีเบาะแสเกี่ยวกับการพนันฟุตบอลสามารถโทรแจ้งที่หมายเลขด่วน 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง
 
                          ด้าน พล.ต.ต.พิศิษฐ์ กล่าวภายหลังเข้าพบ พล.ต.อ.เอก ว่าจากการตรวจสอบล่าสุดพบว่ามีเว็บไซต์ที่เข้าข่ายรับพนันฟุตบอลประมาณ 300 เว็บไซต์ ซึ่งกระทรวงไอซีทีได้สั่งปิดไปแล้วประมาณ 100 เว็บไซต์ และบางส่วนเริ่มปิดตัวเองลงแล้วประมาณ 100 เว็บไซต์ แต่ยังคงเหลือเว็บไซต์อยู่ประมาณ 5-6 เว็บ ที่มีเซิร์ฟเวอร์อยู่ในต่างประเทศ ทั้งสิงคโปร์ มาเลเซีย และกัมพูชา ซึ่งกระทรวงได้มีการป้องกันโดยการปิดเกทเวย์ หรือ ทางเชื่อมต่อของเว็บที่เข้าออกประเทศในประเทศไทย
 
                          พล.ต.ต.พิศิษฐ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าทางกระทรวงไอซีที สามารถตรวจสอบเซิร์ฟเวอร์ได้ว่าอยู่ที่ใด และจะดำเนินการปิดเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับการพนันฟุตบอล แต่หากพบว่ายังมีการลักลอบเปิดให้บริการอีกครั้ง ก็อาจมีความจำเป็นที่จะต้องปิดเซิร์ฟเวอร์แม่ข่าย แต่อาจส่งผลกระทบกับเว็บไซต์อื่นที่ใช้เซิร์ฟเวอร์เดียวกัน ขอเตือนผู้ที่เปิดบัญชีผ่านธนาคารเพื่อให้ลูกค้าโอนเงินเข้าบัญชีผ่านทางอินเทอร์เน็ต กระทรวงไอซีทีได้ประสานให้ธนาคารส่งข้อมูลให้อยู่เป็นระยะ ซึ่งส่วนใหญ่ที่พบว่าจะเป็นตัวแทนที่มารับจ้างเปิดบัญชีแทนเท่านั้น 
 
 
 
ตำรวจ-ทหาร จัดเดินรณรงค์ต้านพนันบอลโลก 2014
 
 
                          พ.ต.อ.ฐาประวิชญ์ อินทะชัย ผกก.สน.บางยี่เรือ พร้อม พ.ต.ท.เทพวิสิทธิ์ โพธิเก่งฤทธิ์ รอง ผกก.ป.สน.บางยี่เรือ เจ้าหน้าที่ทหารจากกองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร.9) นักเรียน นักศึกษา หน่วยงานภาคประชาชน ร่วมเดินขบวนรณรงค์ต้านการเล่นพนันทายผลฟุตบอลโลก 2014 ซึ่งจะมีนัดประเดิมสนามคู่แรกคืนนี้ที่ประเทศบราซิล 
 
                          พ.ต.อ.ฐาประวิชญ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเมื่อถึงฤดูกาลฟุตบอลโลก มักเกิดปัญหาการเล่นพนันในหมู่ชาวบ้าน นักเรียน นักศึกษา จำนวนมาก เมื่อมีการแทงได้เสียก็จะเกิดปัญหาสังคมตามมา อาทิ คดีลัก วิ่ง ชิง ปล้น และทำร้ายร่างกาย ดังนั้น ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยท่าน พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รอง ผบช.น.จึงมอบนโยบายให้ทุกโรงพักเร่งระดมกวาดล้างการพนันทายผลฟุตบอล และจัดกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านเสียแต่เนิ่นๆ ทาง สน.บางยี่เรือ จึงร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยงานอื่นๆ ในพื้นที่จัดเดินรณรงค์และแจกใบปลิวเพื่อเป็นสื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนจากถนนอินทรพิทักษ์ วงเวียนใหญ่ จนถึงถนนเทอดไท ได้รับรู้และเข้าใจถึงพิษภัยจากการเล่นพนัน