ข่าว

28วันบนวิกฤติไฟฟ้าเซฟตี้โซนใต้-คอบอลระทึก

28วันบนวิกฤติไฟฟ้าเซฟตี้โซนใต้-คอบอลระทึก

12 มิ.ย. 2557

28วันบนวิกฤติไฟฟ้า เซฟตี้โซนใต้-คอบอลระทึก : สมชาย สามารถรายงาน

                  
                ห้วง 28 วัน นับตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน-10 กรกฎาคม กลายเป็นระยะเวลาที่น่าปริวิตกอีกครั้ง ในแง่วิกฤติการใช้พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้โดยรวม หลังมาตรการหยุดจ่ายก๊าซจากแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย เพื่อซ่อมท่อแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติเป็นการชั่วคราว

                ผลพวงดังกล่าวส่งผลทำให้ปริมาณก๊าซธรรมชาติหายไปจากระบบประมาณ 420 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน 

                น่าสนใจว่า ช่วงดังกล่าวโรงไฟฟ้าจะนะ จ.สงขลา ซึ่งมีกำลังการผลิตไฟฟ้า 710 เมกะวัตต์ จะต้องหยุดเดินเครื่องไปโดยปริยาย ซึ่งจะมีผลต่อความสามารถกำลังการผลิตไฟฟ้าในภาคใต้อยู่ที่ 2,306 เมกะวัตต์ ในขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดอยู่ที่ 2,450 เมกะวัตต์

                ข้อมูลเบื้องต้นพบว่า จะทำให้ขาดกำลังการผลิตอยู่ประมาณ 144 เมกะวัตต์ โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้เพิ่มการส่งพลังงานจากภาคกลางลงมาภาคใต้จาก 700 เมกะวัตต์ จนถึง 950 เมกะวัตต์ เพื่อทดแทนกำลังไฟฟ้าที่ขาดหายไปดังกล่าว

                เหล่านี้แม้หน่วยงานที่รับผิดชอบจะมีแผนรับมือชัดเจนก็ตาม แต่ก็ย่อมมีความเสี่ยงต่อการใช้ไฟฟ้าภาคใต้อย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงเวลา 18.30-22.30 น.

                เรื่องนี้ แม้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ชี้แจงมาตรการรองรับกำลังผลิตไฟฟ้าขาดไปจากระบบในภาคใต้ล่าสุดว่า จะไม่เกิดวิกฤติไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ก็ตาม  แต่หากส่งพลังไฟฟ้าผ่านสายเชื่อมโยงภาคกลางลงมาภาคใต้เกิน 950 เมกะวัตต์ กฟผ.และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ก็จำเป็นต้องหมุนเวียนดับไฟในบางพื้นที่ โดยไม่ให้มีผลกระทบต่อสถานที่สำคัญต่างๆ อาทิ โรงพยาบาล หน่วยงานด้านความมั่นคง หรือท่าอากาศยาน

                ทว่า สำหรับพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ กฟผ.และกฟภ.ยืนยันว่า จะไม่นำมาตรการหมุนเวียนดับไฟในบางพื้นที่ดังกล่าวมาใช้ เพราะเกรงจะกระทบในด้านความมั่นคง

                "ทาง กกพ.ได้รับการยืนยันจาก กฟผ.และ กฟภ.ว่า จะไม่มีเหตุการณ์ไฟฟ้าดับทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ เหมือนวันที่ 21 พฤษภาคม 2556 ที่ผ่านมา ที่เกิดไฟฟ้าดับทั้ง 14 จังหวัดนานกว่า 4 ชั่วโมง อย่างแน่นอน แต่เลวร้ายที่สุดคือ การหมุนเวียนดับไฟในบางพื้นที่ที่ครั้งละประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งมีทั้งสิ้น 19 พื้นที่ โดย กฟผ.ได้กำหนดพื้นที่ไว้เรียบร้อยแล้ว แต่จะพยายามให้มีผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟน้อยที่สุด" ตัวแทน กกพ.ระบุ

                นายพรเทพ โชตินุชิต ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์และสื่อสารองค์กร สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ความมั่นคง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส) ก็ได้รับการยืนยันว่า จะไม่ใช้มาตรการหมุนเวียนดับไฟฟ้าในบางพื้นที่อย่างแน่นอน ด้วยเหตุผลเรื่องความมั่นคง และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งในช่วงดังกล่าวตรงกับช่วงถือศีลอดของชาวมุสลิมด้วย

                ขณะเดียวกัน ก็ขอความร่วมมือไปยังภาคเอกชนในพื้นที่ ทั้งโรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม ในพื้นที่ภาคใต้ ขอให้ลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงดังกล่าวตลอด 28 วัน โดยให้ผู้ประกอบการแจ้งความประสงค์ในการเข้าร่วมโครงการลดการไฟฟ้า ซึ่งตัวเลข (ณ วันที่ 6 มิ.ย.) ประมาณ 100 เมกะวัตต์ ในขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าวันที่ 6 มิถุนายน ช่วงเวลา 19.09-19.30 น. สูงสุดอยู่ที่ 2,204 เมกะวัตต์ ฉะนั้นก่อนจะถึงวันที่ 13 มิถุนายน ก็หวังว่าจะมีผู้ประกอบการแจ้งความประสงค์ในการลดการใช้ไฟฟ้าเพิ่มเข้ามาอีกอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 150 เมกะวัตต์ จากเป้าหมายที่ กกพ.ต้องการลดใช้ไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ 250 เมกะวัตต์ ก็ตาม แต่ก็เป็นตัวเลขที่พอรับได้ หากก่อนถึงวันที่ 13 มิถุนายน ได้ตามเป้าหมายก็ดี เพื่อลดความเสี่ยงในการใช้มาตรการหมุนเวียนดับไฟในบางพื้นที่

                "ก็อาจจะมีกังวลบ้างสำหรับผู้ที่จะดูบอลโลกในครั้งนี้ หากวิกฤติถึงขั้นต้องหมุนเวียนดับไฟในบางพื้นที่ กรณีไฟฟ้าไม่เพียงพอ แต่ลึกๆ ก็เชื่อว่า ไม่ถึงขั้นนั้น แต่ก็อาจจะหงุดหงิดบ้าง หากในช่วงเวลาการถ่ายทอดไปตรงกับพื้นที่ที่ต้องดับไฟพอดี ฉะนั้นทุกคนต้องช่วยกันลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงนั้นให้ได้ ไม่เฉพาะแค่ภาคอุตสาหกรรมเท่านั้น ประชาชนทั่วไปก็ช่วยกันทำได้" ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์และสื่อสารองค์กร สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าว

                ด้าน นายพงศ์ศักดิ์ สิทธิพงศ์ ผู้อำนวยการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 (ภาคใต้) ยะลา กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะไม่ใช้มาตรการหมุนเวียนดับไฟในบางพื้นที่แน่นอน หากเกิดวิกฤติถึงขั้นต้องดับไฟในบางพื้นที่ โดยทั้ง 19 พื้นที่ที่กำหนดจะอยู่ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ตอนบนเป็นหลัก เนื่องจากพื้นที่ 3 จังหวัดเป็นพื้นที่ความมั่นคง ในขณะที่มาตรการรองรับที่เตรียมไว้หากเกิดปัญหาสุดวิสัยก็ได้เตรียมเครื่องปั่นไฟ พร้อมน้ำมันดีเซลเกิน 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะสถานที่สำคัญๆ เช่น โรงพยาบาล หน่วยทหาร ตำรวจ รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ได้เตรียมพร้อมเครื่องปั่นไฟไว้เรียบร้อยแล้วในขณะนี้ ซึ่ง กฟผ.เตรียมเครื่องปั่นไฟจำนวน 13 เครื่อง สำหรับค่ายทหารใน จ.ปัตตานี จำนวน 5 เครื่อง จ.นราธิวาส 8 เครื่อง รวมกำลังการผลิตแสไฟฟ้าได้เครื่องละ 2 เมกะวัตต์ พร้อมเดินเครื่องได้ทันทีเมื่อเกิดวิกฤติ 

                อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่า ปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ล่าสุดประมาณกว่า 200 เมกะวัตต์ ไม่เกิน 300 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่สูงเมื่อเทียบกับ จ.สงขลา ที่มีความต้องการในช่วงสูงสุดเกือบ 500 เมกะวัตต์ ทั้งนี้จะยังรณรงค์ให้ประชาชนช่วยกันลดการไฟฟ้าในช่วงดังกล่าวเหมือนจังหวัดอื่นๆ ของภาคใต้อย่างต่อเนื่อง

                ช่วงดังกล่าว แม้จะเตรียมแผนรองรับเป็นรูปธรรมก็ตาม ทว่าเฉพาะในพื้นที่ความมั่นคงสูงอย่างชายแดนใต้ ก็ย่อมประมาทไม่ได้แม้แต่นาทีเดียว เพราะถือเป็นจุดและช่วงพีคสุดที่น่าติดตามด้วยความระทึกอีกครั้ง

                ระทึกไม่เว้นแม้แต่คอบอลโลกที่กำลังลุ้นการฟาดแข้งครั้งสำคัญ !!
     
---------------------------------------------------------------------------
(หมายเหตุ : 28วันบนวิกฤติไฟฟ้า เซฟตี้โซนใต้-คอบอลระทึก : สมชาย สามารถ)