ข่าว

คสช.คืนความสุขฉายหนัง'นเรศวร'ฟรี

คสช.คืนความสุขฉายหนัง'นเรศวร'ฟรี

11 มิ.ย. 2557

คสช.คืนความสุขฉายหนัง'นเรศวร'ฟรี 15มิ.ย.เวลา11.00น.พร้อมกันทุกโรงทั่วประเทศ เวทีเสวนาสร้างสุขวันแรกอุดรคึกคัก

               11มิ.ย.2557 พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะรองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า สำหรับกิจกรรมของคสช. อีกกิจกรรม คือ การจัดกิจกรรมชมภาพยนต์เรื่อง "ตำนานสมเด็จพระนเรศวร" พร้อมกันทั่วประเทศในเวลา 11.00 น. วันที่ 15 มิถุนายน โดยกิจกรรมของคสช.มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดการปรองดองนอกจากมีการแสดงดนตรี คสช.จึงอยากเชิญให้คนไทยทั้งประเทศทำกิจกรรมร่วมกัน โดยความร่วมมือของเจ้าของโรงภาพยนต์จำนวน 160 จากทั่วประเทศที่ให้การตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งนี้เราพยายาม จะนัดหมายให้ทุกโรงภาพยนตร์ มีกำหนดฉายภาพยนตร์ให้พร้อมเพรียงกัน เพื่อให้ประชาชนร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี พร้อมกันก่อนชมภาพยนตร์ นอกจากนี้ในวันดังกล่าวจะมีการจัดกิจกรรมที่บริเวณลานปาร์คพารากอน ห้างสรรพสินค้าพารากอน โดยจะมีผู้บัญชการเหล่าทัพจะเข้าร่วมทำกิจกรรม และเข้าชมภาพยนต์ด้วย             

              "กิจกรรมนี้มีเพื่อให้คนไทยชมภาพยนต์ร่วมกันปลูกจิตสำนึกในเรื่องของสถาบัน อัตลักษณ์ วัฒนธรรมซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นมรดกที่มีค่าสะท้อนออกมาในรูปภาพยนต์ให้เห็นว่าประเทศเรามีของดีอยู่ รวมถึงจูงใจให้เรามีความรู้สึกถึงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และยึดเหนี่ยวให้เรามีความสามัคคี " พ.อ.วินธัย กล่าว

 
"วินธัย"ปัดคสช.แบนหนังสือ1984


               พ.อ.วินธัย ปฏิเสธถึงกระแสข่าวว่าคสช.จะแบนหนังสือ 1984 ว่า ตนไม่ได้มีข้อมูลในเรื่องดังกล่าวและไม่เคยได้รับรายงานว่าคสช.จะดำเนินการแบบนั้น
    
               ส่วนกรณีการควบคุมนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบก.รายจุดนั้นพ.อ.วินธัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มีการควบคุมนายสมบัติให้อยู่ในพื้นที่พิเศษไม่ได้เป็นในลักษณะของผู้กระทำความผิด แต่เป็นการดำเนินการเพื่อปรับความเข้าใจ ซึ่งยืนยันว่าคสช.ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีและมีความเข้าใจเหตุผลความจำเป็นของเจ้าหน้าที่ สำหรับการดำเนินการขั้นต่อไปเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินการสืบสวนสอบสวน ขณะที่การพิจารณาประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวนั้นยังมีการพิจารณาแต่ละพื้นที่อยู่เป็นระยะๆ ส่วนจะมีการยกเลิกเคอร์ฟิวในกรุงเทพฯ ภายในสัปดาห์นี้หรือไม่นั้นไม่อยากให้ใช้กรอบเวลาเป็นตัวกำลังโดยนอกจากภาพรวมที่เห็นเราต้องมีข้อมูลเชิงลึกว่ามีการเคลื่อนไหวในลักษณะใดบ้าง

 

ทหารเตรียมหิ้วบก.ลายจุดให้ตำรวจแจ้งข้อหา
 

              พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป.ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ทหารที่ดูแลนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ว่าในวันที่ 12 มิ.ย. เวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่ทหารจะนำตัวนายสมบัติ มาส่งมอบให้พนักงานสอบสวนที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) เพื่อสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหา โดยเตรียมพนักงานสอบสวนไว้จำนวน 2 นาย เพื่อสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหา

              เบื้องต้นเป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(ปอท.) และหากมีพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนยังสอบปากคำไม่แล้วเสร็จ ก็จะนำตัวนายสมบัติ ไปขออำนาจศาลทหารกรุงเทพฯ ฝากขังผลัดแรก เป็นเวลา 12 วัน ซึ่งระหว่างนี้ทางผู้ต้องหาสามารถให้ทนายยื่นประกันตัวได้


คตร.ลุยตรวจสอบการใช้งบ28โครงการ

               พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ(คตร.) ของคสช. โดยพล.ท.อนันตพร กาญจนรัตน์  ประธานคตร. เป็นประธานการประชุมเมื่อเวลา 09.30น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม อาทิ กรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)  และผู้แทนฝ่ายต่างๆ ประชุมหารือคณะกรรมการ คตร. เพื่อหารือกำหนดนโยบายการตรวจสอบโครงการต่างๆ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส คุ้มค่าเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง

               พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า โดยการประชุมได้ข้อสรุปถึงนโยบายการตรวจสอบโครงการที่ คตร. จะดำเนินการ มี 3ลักษณะ ได้แก่ หากโครงการใดที่ คตร. เข้าตรวจสอบแล้วพบว่ามีความเหมาะสมจะให้ส่วนราชการสามารถดำเนินการตามขั้นตอนได้ต่อไป ส่วนโครงการที่เข้าตรวจสอบแล้ว พบว่าต้องทบทวนเปลี่ยนแปลงจะให้ส่วนราชการได้แก้ไขให้เหมาะสมก่อนแล้วถึงจะดำเนินการ ส่วนโครงการที่ คตร. พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม จะให้ยกเลิกและหยุดดำเนินการ

               "สำหรับโครงการที่ คตร. จะเข้าดำเนินการตรวจสอบ ได้แก่ โครงการ     ซึ่งเป็นแผนงานขนาดใหญ่ที่วงเงินเกิน 1,000 ล้านบาท ในขั้นต้นจะให้ฝ่ายต่างๆพิจารณาตรวจสอบก่อนและแจ้งให้ คตร. ทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป นอกจากนี้จะเข้าตรวจสอบในโครงการซึ่ง คตร. ได้พิจารณาจากเอกสารผลการรายงานจากฝ่ายต่างๆ เพื่อจัดชุดตรวจไปติดตามและตรวจสอบแล้วจัดทำเป็นข้อเสนอให้ หน.คสช. โดยในขั้นต้นที่ประชุมมีมติจะเข้าตรวจสอบโครงการ 8 โครงการ และ 1 หน่วยงาน จากทั้งหมดมี 28 โครงการ  ส่วน8โครงการและ1หน่วยงานใดนั้นตนไม่มีข้อมูลในส่วนนี้


เวทีเสวนาสร้างสุขวันแรกอุดรคึกคัก

               ที่ศาลากลางบ้านแม่นนท์ ม. 2 ทต.หนองไผ่ อ.เมือง จ.อุดรธานี นายสุทธินันท์ บุญมี รอง ผวจ.รักษา ผอ.รมน.อุดรธานี พล.ต.ทศพล คำสุพรหม รอ ผอ.รมน.อุดรธานี พ.ต.อ.จักฏ์กฎษณ์ จันทรรัตน์ รอง ผบก.รักษาราชการแทน ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.ชัยพงษ์ ทรงพลนภจร รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี และ พ.ต.อ.ธวัชชัย ถุงเป้า รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ร่วมเปิดงาน "เวทีเสวนาสร้างความสุขอย่างยั่งยืนเดินหน้าประเทศไทย" ของศูนย์ปองดองสมานฉันท์อำเภอเมืองอุดรธานี โดยมีนางนงเยาว์ รักจรรยา ปลัดอำเภอ รักษาการนายอำเภอเมืองอุดรธานี ได้นำคณะวิทยากร นำชาวบ้านกลุ่มเป้าหมายร่วมงาน ซึ่งเป็นหมู่บ้านแรกของอำเภอเมือง
     
               นายสุทธินันท์ กล่าวเปิดงานว่า ความเห็นทางการเมือง ความขัดแย้งของบ้านเมืองเรา เกิดขึ้นมาหลายครั้ง บางครั้งก็มีคนไทยด้วยกันเอง ออกมาต่อสู้กับทางราชการ และเราก็ร่วมกันทำบ้านเมืองกลับมาร่มเย็นอีก รวมทั้งเหตุการณ์ในครั้งนี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.ได้เข้ามาควบคุมสถานการณ์บ้านเมือง ให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติให้ประชาชนมีความสุข มีความจำเป็นต้องสร้างความปรองดอง ให้เกิดกับคนในชาติอย่างเร่งด่วน  
    
               "ช่วงนี้เป็นช่วงเดือน 7 ภาคอีสานจะมีบุญเบิกบ้าน หรือบุญซำฮะ บางบ้านจะเซ่นไหว้ศาลตาปู่ หรือตาแฮก เป็นการสร้างความสิริมงคล และขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกจากบ้าน เป็นช่วงวันดีๆที่เราจะมาร่วมจัดเวทีเสวนา สร้างความสุขอย่างยั่งยืนให้บ้านเมือง โดยจะร่วมกันดำเนินการ 3 อย่าง คือ เทิดทูลสถาบันพระมหากษัตริย์,สมัครสมานสามัคคีไม่ขัดแย้งทางการเมือง และร่วมกันคิดหาหนทางพัฒนาบ้าน-ชุมชนของเราเองไปข้างหน้า "
               นายสุทธินันท์ ได้ทำหน้าที่เป็นวิทยากรนำการเสวนา สอบถามถึงความต้องการของชาวบ้าน พบว่ายังคงมีปัญหาเรื่องน้ำเพื่อการเกษตร,ส่งเสริมพัฒนาผลิตภัณฑ์เสื่อกก เสื่อไหล ให้มีความหลายหายเพื่อแข่งขันกับตลาดภายนอก และการอบรมพัฒนาอาชีพบริการรับเออีซี ขณะที่มีการแสดงคิดเห็นชาวบ้านอดีตศิลปินพื้นบ้าน ได้ขอร้องเพลง และร้องหมอรำ 3 เพลง ซึ่งเป็นเพลงเทิดพระเกียรติพระเจ้าอยู่หัว และเพลงเนื้อหาเศรษฐกิจพอเพียง สร้างบรรยากาศสนุกสนาน ก่อนจะมีพิธีบายศรีสู่ขวัญ

               นางสุภาวดี ชาปากดี อายุ 46 ปี ราษฎรบ้านแม่นนท์ เปิดเผยว่า "บ้านแม่นนท์" เคยได้รับรางวัลรองชนะเลิศระดับภาค "หมู่บ้านแผ่นดินธรรมแผนดินทอง" มาตั้งแต่ปี 2527 และยังคงความเป็นบ้านแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองไว้ แม้ที่ผ่านมาจะมีแนวความคิดทางการเมืองต่างกัน แต่ก็ไม่เคยมีความขัดแย้ง หรือทะเลาะกัน ชาวบ้านยังคงร่วมกันทำกิจกรรม งานบุญ งานประเพณี และแลกเปลี่ยนความเห็นตลอด โดยมีผู้นำชุมชนเข้ามาคุยกับชาวบ้านไม่ขาด อยากจะเห็นบ้านเมืองเรา มีความสงบร่มเย็นเหมือนที่บ้านแม่นนท์
   
               นายคำปราชญ์ มานศิลป์ อายุ 68 ปี "หมอขวัญ" เปิดเผยว่า ชาวบ้านแม่นนท์เหมือนเป็นญาติกัน อยู่กันอย่างมีความสุข จะสนใจเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง เรื่องการหาอยู่หากินกันอย่างไร วันเป็นโอกาสดีที่ชาวบ้านมาร่วมกันคิด โดยมีผู้ใหญ่ในจังหวัดมาร่วมงาน ทางหมู่บ้านจึงจัดพิธีบายศรีสู่ขวัญขึ้น แต่ไม่มี พิธีผูกเสี่ยว เพราะบ้านแม่นนท์ทุกคนเหมือนญาติกันอยู่แล้ว


....................

(หมายเหตุ : ขอบคุณภาพจาก movies.spokedark.tv)