ข่าว

เกาะกระแสแฟชั่น : 'ยีน'บ่งบอกตัวตน

เกาะกระแสแฟชั่น : 'ยีน'บ่งบอกตัวตน

13 มิ.ย. 2557

เกาะกระแสแฟชั่น : 'ยีน' บ่งบอกตัวตน

 
                    เชื่อว่าในตู้เสื้อผ้าของเหล่าแฟชั่นนิสต้าทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ต้องมีไอเท็มสุดฮิตตลอดกาลอย่าง "ยีน" อยู่ด้วยอย่างแน่นอน และเพื่อเอาใจแฟนพันธุ์แท้ยีน "แม็ค กรุ๊ป" จึงประกาศเพิ่มไลน์ยีนด้วยแบรนด์น้องใหม่สายเลือดไทย ภายใต้ชื่อ "เดอะ บลู บราเธอร์ส" โดยได้ดีไซเนอร์มากประสบการณ์อย่าง "วิป" เอกภาพ ชิระมณี มาเป็นหัวเรือใหญ่ในการออกแบบ พร้อมจับมือนิตยสาร อะเดย์ จัดปาร์ตี้รวมพลคนพันธุ์ยีน "เดอะ บลู บราเธอร์ส เดนิม ยีน ปาร์ตี้" ในโอกาสฉฉลองเปิดตัวร้านสาขาแรกที่ เค วิลเลจ ถนนพระราม 4 วันก่อน
 
                    ภายในงานได้เนรมิตบลูแคทวอล์ก โชว์แฟชั่นเท่ๆ จาก เดอะ บลู บราเธอร์ส คอลเลกชั่นล่าสุด ร่วมด้วย 3 แบรนด์นำเข้าจากประเทศเนเธอร์แลนด์ อย่าง คูยิชิ, คิง ออฟ อินดิโก้ (เค.โอ.ไอ.) และดีสเตรส นอกจากนี้ยังได้ประดิษฐ์ยีนรุ่น "อะเดย์ ลิมิเต็ด เอดิชั่น" ขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ และมีเพียง 13 ตัวในโลกเท่านั้น
 
                    "วิป" เอกภาพ ดีไซเนอร์ประจำแบรนด์ เล่าถึงดีเอ็นเอของแต่ละแบรนด์ โดยเริ่มจากแบรนด์รักษ์โลกอย่าง คูยิชิ ยืนหยัดความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ส่งผลตกค้างในทุกขั้นตอนการผลิต สำหรับซัมเมอร์ 2014 คูยิชิ เลือกใช้เนื้อผ้าออร์แกนิกส์ หรือรีไซเคิล คอตตอน ฟอกด้วยโอโซน สีที่นำมาย้อมจะเป็นสีจากพืชผัก ส่วนการดีไซน์เป็นสไตล์ยูโรเปี้ยน เน้นสีโทนบลู เวลาย้อม ฟอก ขัด จะเนียนไปกับตัว ซิกเนเจอร์ของแบรนด์นี้อยู่ที่การตอกรีเวทไว้ที่มุมกระเป๋า ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญอย่างหนึ่ง คอลเลกชั่นนี้เหมาะสำหรับหนุ่มสาวหุ่นผอมเพรียว ด้วยการตัดเย็บและเนื้อผ้าที่สวมใส่สบาย
 
                    ถัดมาที่ คิง ออฟ อินดิโก้ หรือ เค.โอ.ไอ.เป็นแบรนด์ที่นำเอา 2 วัฒนธรรมมาผสานเข้าด้วยกัน คือการใช้ผ้า การย้อมสี เป็นสไตล์ญี่ปุ่น ส่วนการออกแบบเป็นสไตล์อเมริกัน คือไม่มีดีไซน์มากนัก แต่เน้นไปที่การฟอกให้เห็นรายละเอียดของพื้นผิวผ้าได้อย่างชัดเจน
 
                    ขณะที่ ดีสเตรส เนื้อผ้าไม่ใช่เดนิม แต่สไตล์การผลิตและกระบวนการตัดเย็บ พอก ย้อม เป็นแบบเดียวกับการผลิตเดนิม ซึ่งจะเหมาะสำหรับกลุ่มคนรักยีนที่อยากเปลี่ยนจากยีนที่สวมใส่ในวันธรรมดา มาเพิ่มสีสันให้กับชีวิตในวันหยุดพักผ่อน
 
                    ปิดท้ายที่ เดอะ บลู บราเธอร์ส ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของงาน นักออกแบบมากประสบการณ์ บอกว่า ยีนทุกตัวมีเรื่องราวตามคอนเซ็ปต์ของแบรนด์ และพิถีพิถันในทุกขั้นตอนการผลิต อย่างเนื้อผ้าจะเลือกเป็นเนื้อผ้าริม ซึ่งต้องใช้มากกว่ายีนทั่วไปถึง 2 เท่า ทอด้วยเครื่องจักรพิเศษเนื้อผ้าจะแน่นหนาและคงทน เช่นเดียวกับแอคเซสเซอรี่ อย่าง กระดุม ซิป รีเวท ป้ายหนัง คัดสรรมาอย่างดี ทั้งยังมีงานแฮนด์คราฟผสมอยู่ในการตัดเย็บด้วย ซึ่งถือเป็นเสน่ห์ของแบรนด์ และด้วยสัดส่วนที่อ้างอิงจากคนไทยเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เหมาะกับคนในเอเชียโดยเฉพาะ แต่ก็มีขนาดใหญ่เพื่อรองรับชาวต่างชาติ
 
                    "สำหรับ "อะเดย์ ลิมิเต็ด เอดิชั่น" ในคอนเซ็ปต์ความเรียบง่ายจากวัตถุดิบแต่โชว์เทคนิคการตัดเย็บที่เป็นเอกลักษณ์ โดยการเข้ามุมและยึดยีนส์ด้วยองค์ประกอบที่ทำจากโลหะเพียงอย่างละ 1 ชิ้น ซึ่ง 4 ความพิเศษประกอบด้วย กระดุมปั๊มโลโก้ เดอะ บลู บราเธอส์ 1 เม็ด ซิปแทลอนสุดคลาสสิก ของสะสมหายากที่มีอายุกว่า 40 ปี รีเวทสไตล์วินเทจ 1 เม็ด และเทคนิคสุดล้ำในการซ่อน โลโก้อะเดย์+เดอะ บลู บราเธอส์ บริเวณกระเป๋าหลัง ซึ่งจะปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผ่านการใช้งาน" กูรูแฟชั่นเผย