ข่าว

บุกจับตู้ม้า-ตู้ลูกแก้วซุกร้านสนุกมีนบุรี140ตู้

บุกจับตู้ม้า-ตู้ลูกแก้วซุกร้านสนุกมีนบุรี140ตู้

10 มิ.ย. 2557

บุกจับตู้ม้า-ตู้ลูกแก้วซุกร้านสนุกมีนบุรี 140ตู้ ปิดล้อมชุมชนอินทามระ14รวบ9รายพันยา ค้นเป้าหมาย3จุดหาดใหญ่ยึดอาวุธปืนหลายรายการ รองผบ.ตร.ลั่นเอาจริงปราบพนันบอล

                เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 10 มิถุนายน พล.ต.กู้เกียรติ ศรีนาคา ผบ.พล 2 รอ. พ.อ.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง ผบ ร.2 รอ.พร้อมด้วย พ.ต.อ.เอก เอกศาสตร์ รอง ผบก.น.3 พ.ต.อ.กัญชล อินทราราม ผกก.สน.มีนบุรี ร่วมกันกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร 24 นาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มีนบุรี 16 นาย นำกฎหมายอัยการศึก เข้าตรวจค้นบ้านต้องสงสัยซุกซ่อนตู้อิเลคโทรนิคไว้ป็นจำนวนมาก ที่ร้านโต๊ะสนุกไม่มีชื่อ ซอยสุวินทวงศ์ 13 แยก 5 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กทม.

                ร้านนี้ปลูกครึ่งปูนครึ่งไม้ชั้นเดียวเนื้อที่ประมาณ50 ตร.วา ติดริมถนนดังกล่าว มีการนำแผ่นซีเมนต์มาโบก และแผ่นไม้กระดานมาปกปิดทำให้ไม่สามารถมองเห็นภายใน กระทั่งเจ้าหน้าที่ทหารทำการพังกำแพงเข้าไปพบตู้ดีดลูกแก้วไฟฟ้า จำนวน 124 ตู้ ตู้ม้าอิเลคโทรนิค 16 ตู้ และโต๊ะสนุกเกอร์ 2 ตัว เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดไว้ แต่ทว่าไร้วี่แววของผู้เป็นเจ้าของร้านดังกล่าวแต่อย่างใด

                ด้าน พ.อ.สุขสรรค์ เปิดเผยว่า หลังจากการตรวจยึดตู้ม้าอิเลคโทรนิคส์ก่อนหน้านี้ในท้องที่ สน.บางเขน ทางเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการขยายผลหาเครือข่ายบ่อนการพนันและตู้มาอิเลคโทรนิคอย่างต่อเนื่อง กระทั่งช่วงบ่ายของวันนี้ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการลักลอบซุกซ่อนตู้ชนิดดังกล่าวไว้ภายในร้านดังกล่าว โดยตู้จำนวนนี้ได้นำมาจากพื้นที่อื่น ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมอีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีรายงานอีกว่าร้านดังกล่าวเพิ่งทำการปิดไปตั้งแต่มีประกาศ คำสั่งจาก คสช. ที่ให้กวาดล้างอบายมุข บ่อนพนันทั่วราชอาณาจักร ให้หมดไป จนกระทั่งสืบทราบและจับกุมดังกล่าว

                ขณะที่ พ.ต.อ.เอก กล่าวว่า เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจยึดของกลางไว้ก่อน ตามข้อหา ผิด พ.ร.บ.ศุลกากร ซื้อหรือรับไว้ด้วยประการใดๆ ซึ่งสิ่งของเข้ามาในราชอาณาจักร โดยไม่ผ่านการชำระอากร ข้อห้ามข้อจำกัด ” ไว้ก่อน หลังจากนี้จะมีการติดตามตัวหัวหน้าเครือข่ายขบวนการดังกล่าวมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป

 

ทหาร-ตร.ปิดล้อมชุมชนอินทามระ14


                เมื่อเวลา 12.00 น.  พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ สุภาอ้วน ผกก.สน.บางซื่อ พ.อ.สมบัติ ธัญญะวัน ผบ.กรมนักเรียนโรงเรียนทหารม้า ศูนย์การทหารม้า พ.ต.ท.สิทธิชัย ธัญญาบาล สว.สส.สน.บางซื่อ พ.ต.ต.นาถนริศ รัตนบุรี สว.สส.สน.บางซื่อ นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจสน.บางซื่อ เจ้าหน้าที่ ปปส.และเทศกิจเขตพญาไท รวมจำนวน 110 นาย เข้าปิดล้อมตรวจค้นชุมชนไม่มีชื่อท้ายซอยอินทามระ 14 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงสามเสนใน เขตพญาไท เพื่อตรวจค้นยาเสพติด และอาวุธสงคราม ตามนโยบายของคสช.ที่ให้บูรณาการกำลังกันระหว่างเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ป.ป.ส.และสำนักงานเขตพญาไท เพื่อเข้าปิดล้อมตรวจค้นชุมชนเป้าหมายแพร่ระบาดยาเสพติด
 
                จากการตรวจค้นภายในชุมชุนดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาคดีเสพยาเสพติด 9 ราย คดีครอบครองยาบ้า 4 ราย และครอบครองเพื่อจำหน่าย 1 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 9 เม็ด ยาไอซ์ 1 กรัม อาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุน 39 นัด อาวุธปืนปากกา 2 กระบอก ปืนบีบีกัน 1 กระบอก อุปกรณ์การเสพกัญชา-ยาไอซ์ อีกจำนวนหนึ่ง
         
                นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังสามารถจับกุมพระสมศักดิ์ ผลน้ำผึ้ง อายุ 46 ปี ที่อาศัยอยู่ในชุมชุนดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงนำตัวมาตรวจปัสสาวะเบื้องต้นพบว่าเป็นสีม่วง สอบสวนเบื้องต้น พระสมศักดิ์ ยังให้การวกวนไปมา จับใจความได้ว่า ปกติจะจำวัดอยู่ที่จ.สระบุรี และเพิ่งจะมาขอจำวัดแห่งหนึ่งในกทม.แต่ทางวัดไม่ยอม จึงมาอาศัยพักที่บ้านญาติในชุมชนดังกล่าว ส่วนเรื่องปัสสาวะสีม่วงนั้นไม่ทราบว่าผลเป็นแบบนี้ได้อย่างไร เพราะไม่ได้เสพยา จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปดำเนินคดีที่ สน.บางซื่อ ก่อนนำตัวส่งฟ้องศาลอาญาต่อไป


รองผบ.ตร.เอาจริงปราบพนันบอล


                พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. (ปป.) กล่าวว่า  ได้ประชุมคอนเฟอร์เร้นท์กับหน่วยในสังกัด ตร. ทั่วประเทศ กำชับการปฏิบัติด้านป้องกันปราบปรามอาชญากรรม เพื่อคืนความสุขสู่ประชาชน โดยเฉพาะการกำชับการปฏิบัติเรื่องการปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลโลก และการตั้งศูนย์ป้องกันและปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลเทศกาลบอลโลกนั้น ซึ่งวันนี้เป็นการประชุมซักซ้อมแนวทางการปฏิบัติกับหน่วยตามที่มีการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าว โดยแนวทางการป้องกันและปราบปราม ซึ่งทางพล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รรท.ผบ.ตร. ได้สั่งการไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยในช่วงเวลานี้ก็เป็นในเรื่องของการป้องกัน ซึ่งตนอยากจะย้ำว่า การบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งตนอยากจะขอความร่วมมือกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพนันทายผลฟุตบอล โดยเฉพาะเยาวชนของชาติที่เป็นกลุ่มเสี่ยงไม่ให้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวพันธ์กับการพนันทุกชนิด ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณคนเล่นการพนันที่เพิ่มขึ้น แต่ทางเราก็มีสถิติการปราบปรามมาอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นเมื่อปี 2553 ได้มีสถิติการเล่นพนันฟุตบอลโลก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุม ตัวผู้ต้องหาได้ 3789 แบ่งเป็นเจ้ามือ 501 คน, ผู้เล่น 3,157 คน, คนเดินโพย 169, เงินสดหมุนเวียน 26 ล้านบาท และเงินในบัญชี 105ล้านบาท

                พล.ต.อ.เอก กล่าวต่อว่า มาตรการที่ตนจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการป้องกันและปราบปรามเจาะลึกไปถึงระดับ นักเรียนประถมศึกษา มัธยมศึกษา และโดยเฉพาะในจุดเสี่ยงต่าง ๆ เช่น รอบหอพักมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ทั้งนี้การประชุมจะเป็นการซักซ้อมการปฏิบัติของหน่วยงานในเรื่องการป้องกันและปราบปราม โดยมีการวางแนวทางการสืบสวนหาข่าว ซึ่งทางตำรวจมีข้อมูลที่เชื่อมโยงในลักษะของโต๊ะพนัน ส่วนการใช้โซเชี่ยลมีเดียผ่านอินเทอร์เน็ตในการเล่นพนันนั้น ทางพล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ อดีตผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยี (ปอท.) ในฐานะที่ปรึกษากระทรวงไอซีที จะสามารถใช้อำนาจตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในเรื่องของการปิดเว็บไซด์ได้ทันที

                พล.ต.ต.เอก กล่าวต่อว่า ส่วนการปราบปรามนั้น ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลเทศกาลฟุตบอลโลกจะเป็นเซ็นเตอร์และมีช่องทางการสื่อสาร เพื่อให้ประชาชนที่รู้เบาะแสของการเล่นพนัน หรือแหล่งมั่วสุม โดยแจ้งเบาะแสมาที่ 1599 ซึ่งทางเราจะมีเจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุ ทั้งนี้หากพบเบาะแสการกระทำความผิด จะมีการจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อติดตามและประสานการปฏิบัติ ซึ่งในส่วนกลางจะให้กองบัญชาการสอบสวนกลางที่มีหน่วยงานเฉพาะในการปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ และเราจะขอความร่วมกับหน่วยในพื้นที่เป็นหลักในการดำเนินการ นอกจากนี้ตนได้ขอความร่วมมือกับทางธนาคาร เพื่อเฝ้าระวังการทำธุรกรรมทางการเงินที่ผิดปกติอีกด้วย


ตรังกวาดล้างอาวุธสงครามเผย8เดือนจับแล้วกว่า450คน


                นายสมศักดิ์ ปริสุทธิโธ เหมทานนท์ ผวจ.ตรัง พร้อมด้วย พล.ต.ต.จีรวัฒน์ อุดมสุด ผบก.ภ.จว.ตรัง ร่วมแถลงข่าวผลการการปฎิบัติงานจับกุมอาวุธปืน อาวุธสงคราม เครื่องกระสุน และวัตถุระเบิด ในพื้นที่จังหวัดตรัง ตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งปรากฎว่า ในช่วงตั้งแต่เดือนตุลาคม 2556 มาจนถึงปัจจุบัน สามารถจับกุมได้ทั้งสิ้น 440 คดี ผู้ต้องหา 472 คน ได้ของกลางเป็นอาวุธปืน 417 กระบอก กระสุน 2,300 นัด อาวุธสงคราม 8 กระบอก กระสุน 125 นัด รวมทั้งระเบิดอีก 2 ลูก โดยเฉพาะในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการระดมกำลังจับกุมอย่างหนัก จนสามารถตรวจยึดอาวุธปืน อาวุธสงคราม และเครื่องกระสุน เพิ่มเติมอีกเป็นจำนวนมาก และจะเดินหน้าดำเนินการตามนโยบายอย่างเข้มข้นเพื่อกวาดล้างให้หมดสิ้นต่อไป


ทหาร-ตำรวจค้นเป้าหมาย3จุดหาดใหญ่ยึดอาวุธปืน


                กำลังทหารชุดร้อย ร.อโณทัย 3 สารวัตรทหาร และ ตำรวจ.สภ.คอหงส์  จ.สงขลา สนธิกำลังใช้กฎอัยการศึกเข้าปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย 3 แห่งในพื้นที่ หมู่ 6และหมู่7 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่  จ.สงขลา  ตามมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยของ คสช. โดยตรวจยึดปืนพกสั้น จำนวน 2 กระบอก ปืนไรเฟิลขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก ปืนอัดลมดัดแปลง จำนวน 2 กระบอก ตรวจสอบเอกสารการครอบครอง พร้อมผู้ต้องหา 2 คนส่งดำเนินคดี ทั้งนี้ในวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้มีคำสั่งให้ผู้ที่ครอบครองอาวุธและวัตถุระเบิดนำมามอบให้กับทางการโดยไม่มีความผิด


ชัยภูมิคุมเข้มการพนัน-ยาเสพติด จับตำรวจตรวจฉี่ทุกนาย


                เมื่อเวลา 13.30 น. พล.ต.ต.พินิต มณีรัตน์ ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ พร้อมด้วย  พ.ต.อ.ไพโรจน์ บุญเต็ง รอง ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ อัตวรอนันต์  รองผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ พ.ต.อ.วัชรินทร์  บุญคง  รอง ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ  พ.ต.อ.สมศักดิ์  คงไพบูลย์  รอง ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ, พ.ต.อ.ศักดา เชื้อประทุม รอง ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ  พ.ต.อ.ยรรยง  จันทร์เขียว ผกก.สส.ภ.จว.ชัยภูมิ ได้เรียกประชุมมอบนโยบายด่วนต่อข้าราชการตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาสูงสุดทุกแผนกงานทุกนายในสังกัดตำรวจภูธรจ.ชัยภูมิ รวม 29 สภ. เพื่อทำความเข้าใจการดำเนินการตามโครงการตำรวจสีขาว ณ. ห้องประชุมเข็มทิศ ภ.จว.ชัยภูมิ  ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกท้องที่เข้มงวดในการป้องกันปราบปรามปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด และโดยเฉพาะในช่วงที่จะมีการแข่งขันฟุตบอลโลกที่กำลังจะมีขึ้น

 

บุรีรัมย์พบลูกระเบิด-อาวุธปืนทิ้งข้างถนน

               ร.ต.ทรงยุทธ   โสภาชัย หัวหน้าชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน กองกำลังสุรนารี 211 ได้รับแจ้งว่าพบอาวุธปืนลูกซอง 2 กระบอกวางอยู่ข้างถุงพลาสติกสีดำ  ใต้โคนต้นไม้ติดกับทุ่งนาบ้านสายโท 10 เหนือ  ม.6  ต.สายตะกู ริมถนนสายบ้านกรวด - พนมดงรัก ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ติดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา คาดว่าน่าจะมีผู้นำมาทิ้งไว้ จึงได้รายงานต่อ พ.อ.กิตติศักดิ์   บุญพระธรรมชัย  ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 2 กองกำลังสุรนารี และได้ประสาน พ.ต.ท.จักรินทร์   พวงสมบัติ   สารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.โคกกระชาย  และนายชาญณรงค์    พงษ์สุวรรณ   ปลัดฝ่ายป้องกันอ.บ้านกรวด  ร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบยังจุดที่ได้รับแจ้ง