ข่าว

ระบุปชช.ยึดถือแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงเพิ่มมากขึ้น

ระบุปชช.ยึดถือแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงเพิ่มมากขึ้น

28 มิ.ย. 2552

เอแบคโพลล์ ระบุประชาชนยึดถือแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงเพิ่มมากขึ้น และเห็นว่าการทุจริตคอรัปชั่นเป็นเรื่องปกติธรรมดาในการทำธุรกิจ

สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเรื่อง "ชีวิตที่พอเพียงกับความอยู่เย็นเป็นสุขของประชาชนและประเด็นสำคัญอื่นๆ ของประเทศในขณะนี้" กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนใน 17 จังหวัด จำนวน 1,228 ครัวเรือน ระหว่างวันที่ 25-27 มิถุนายน 2552 พบว่า จากสภาวะวิกฤตเศษฐกิจขณะนี้ ประชาชนร้อยละ 75.5 มุ่งทำงานเพื่อให้พออยู่พอกินและมีเงินเก็บไว้ใช้ยามจำเป็น โดยประชาชนส่วนใหญ่เริ่มหันมาเคร่งครัดกับการใช้ชีวิตแบบพอเพียงในระดับค่อนข้างเคร่งครัด จนถึงเคร่งครัดมากที่สุดเพิ่มมากขึ้น จากเดือนมีนาคมที่อยู่ที่ร้อยละ 46.5 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 87.4 ในการสำรวจครั้งล่าสุด

โดยประชาชนส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 73.9 ระบุว่า การใช้ชีวิตพอเพียงช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ได้ ส่วนแนวโน้มของประชาชนที่มองว่า การทุจริตคอรัปชั่นเป็นเรื่องปกติธรรมดาในการทำธุรกิจ เพิ่มสูงขึ้นจากการสำรวจปีที่แล้ว จากร้อยละ 67.4 ในเดือนเมษายน 2551 มาอยู่ที่ร้อยละ 84.5 ในการสำรวจล่าสุด นอกจากนี้ เกินครึ่งหรือร้อยละ 51.2 ยังคงยอมรับ
รัฐบาลที่ทุจริตคอรัปชั่น โดยคิดว่าทุกรัฐบาลมีการทุจริตคอรัปชั่นทั้งนั้น ถ้าทุจริตคอรัปชั่นแล้วทำให้ประเทศชาติรุ่งเรือง ประชาชนกินดีอยู่ดี เป็นเรื่องที่ยอมรับได้

สำหรับประเด็นสำคัญอื่นๆ ของประเทศในขณะนี้ พบว่าปัญหาขัดแย้งกรณีเขาพระวิหารกับประเทศกัมพูชานั้น ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.6 อยากให้เจรจากันด้วยสันติวิธี และการร่วมพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างทั้งสองประเทศ ส่วนปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 80.7 อยากให้ใช้กระบวนการยุติธรรมจัดการเด็ดขาดกับผู้กระทำผิด