
เฉียบขาด!คสช.เลิกตั๋วฟรีบอร์ดบินไทย
10 มิ.ย. 2557
'ประยุทธ์' ถกคสช.วางกรอบทำงาน เฉียบขาด!อนุมัติเลิกตั๋วฟรีบอร์ดบินไทยหน่วยงานแรก ขณะที่ผู้ถูกเรียกยังเข้ารายงานตัวต่อเนื่อง-'น้องแม้ว' โผล่พบจนท.
10 มิ.ย.57 ที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ประชุมร่วมกับ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ในฐานะรองหัวหน้า คสช. ที่กำกับดูแลงานฝ่ายความมั่นคง และต่างประเทศ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ในฐานะรองหัวหน้า คสช. ที่กำกับดูแลฝ่ายสังคมจิตวิทยา พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ในฐานะรองหัวหน้า คสช.ที่กำกับฝ่ายเศรษฐกิจ รวมถึงคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากที่แต่ละฝ่ายได้ร่วมหารือกับหน่วยงานและข้าราชการของแต่ละกระทรวง เพื่อนำมารายงานและวางแนวทางการแก้ไขและทำตามนโบายที่วางไว้เพื่อช่วยเหลือประชาชน เช่น การสร้างความเข้าใจกับต่างประเทศ ภาคธุรกิจ การช่วยเหลือชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน รวมไปถึง การดำเนินการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ โดยการประชุมคณะ คสช.จะมีทุกวันอังคาร เพื่อวางกรอบและแผนการทำงานต่อไป
ทั้งนี้ ในเวลา 13.30 น. พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ฝ่ายยุทธการในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป หรือ ผอ.ศปป.จะประชุมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการการขับเคลื่อนการทำงานของศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ทั่วประเทศ เพื่อติดตามความคืบหน้า หลังจากได้เริ่มกิจกรรมปรองดองสมานฉันท์ในช่วงที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการประชุม คสช.มีมติยกเลิกสวัสดิการนั่งเครื่องบินฟรีของบอร์ดการบินไทย ถือเป็นการนำร่องหน่วยงานแรก โดยนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี แถลงว่า การประชุม คสช. วันนี้มีมติยกเลิกสิทธิประโยชน์นั่งเครื่องบินฟรี ของคณะกรรมการการบินไทย หรือ บอร์ดการบินไทย ซึ่งถือเป็นการนำร่องหน่วยงานแรก เพื่อประหยัดงบประมาณแผ่นดินและช่วยบริษัทการบินไทย และจากนี้ จะทบทวนสวัสดิการ และ
สิทธิประโยชน์ของรัฐวิสาหกิจอื่น
สิทธิประโยชน์ของรัฐวิสาหกิจอื่น
โยก"กิตติพงษ์ กิตยารักษ์"นั่งที่ปรึกษานายกฯ
ทั้งนี้เมื่อเวลา 15.45น. พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะคณะทำงานโฆษกคสช. ร่วมกับนายอำพน ร่วมแถลงข่าวภายหลังการประชุมคสช.ครั้งที่ 1/2557 โดยนายอำพน ระบุว่า วันนี้เป็นการประชุมคสช. ครั้งที่ 1 เรื่องบประมาณปี2557และ2558 เรื่องแรกเป็นเรื่องที่คสช.ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบจัดประชุมของคสช.เพื่อขับเคลื่อนบริหารราชการแผ่นดิน โดยหัวหน้าคสช.ให้นโยบายกับที่ประชุมว่าให้พยายามยึดโยงระเบียบวิธีการเสนอเรื่องเข้าพิจารณาในครม.เป็นหลัก เพื่อให้เป็นกลไกตามหลักการบริหารราชการแผ่นดิน วันนี้จึงเป็นวันแรกที่มีรองหัวหน้าคสช.และหัวหน้าฝ่ายต่างๆ 14 คน ร่วมประชุม โดยตนทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขนานุการร่วมกับเลขานุการกองทัพบก โดยมีผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ร่วมประชุมให้เป็นระเบียบแบบแผน ให้มีการตรวจสอบและขอความเห็นจากหน่วยงานราชการอย่างชัดเจน
นายอำพน กล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องที่จะนำเข้าสู่ระบบการพิจารณาในการบริหารราชการแผ่นดินเป็นเรื่องที่ได้รับการอนุญาตและขอความเห็นจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และคณะกรรมการคตร. เพื่อให้เกิดความโปร่งใสตรวจสอบได้ นอกจากนี้ฝ่ายต่างๆหากจะ ร่างระเบียบร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องต้องผ่านความเห็นชอบจาก คสช.เพื่อบริหารราชการแผ่นดิน รวมทั้งเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงด้วย
เลขาธิการครม. กล่าวด้วยว่า ในส่วนของการประชุมในวันนี้แบ่งกลุ่มเรื่องการพจารณาออกเป็น 3 กลุ่มคือ เรื่องการขับเคลื่อนงบประมาณ ในการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี2557 การขับเคลื่อนงบประมาณปี2558 ที่เห็นชอบมาตรกาารยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณปี58 ที่ยึดโยงแผนพัฒนาฉบับที่ 11 ที่สำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) มีส่วนร่วม โดยกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณจะมีส่วนร่วมในการพัฒนายุทธศาสตร์ และสุดท้ายเป็นเรื่องของวาระการพิจารณาปกติ
นายอำพนกล่าวต่อว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการกระทรวงยุติธรรมโดยเห็นชอบให้นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้เป็นการย้ายโดยความสมัครใจโดยนายกิตติพงษ์ให้เหตุผลว่าเพื่อจะไปทำการขับเคลื่อนงานของสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์กรมหาชน )อย่างไรก็ตามได้แต่งตั้งรองปัดกระทรวงยุติธรรมขึ้นมารักษาการแทน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการโยกย้ายนายกิตติพงษ์นั้นเป็นมติเดิมที่ครม.ในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เคยมีมติไว้ เนื่องจากนายกิตติพงษ์ได้นั่งในตำแหน่งครบวาระแล้ว และครม.จึงเคยอนุมัติให้นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกฯในขณะนั้นไปดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรมแทน แต่ยังไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯลงมา และมีการรัฐประหารก่อน จึงทำให้เรื่องค้างในกระบวนการ จนคสช.จึงมีมติในวันนี้
ทั้งนี้เมื่อเวลา 15.45น. พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะคณะทำงานโฆษกคสช. ร่วมกับนายอำพน ร่วมแถลงข่าวภายหลังการประชุมคสช.ครั้งที่ 1/2557 โดยนายอำพน ระบุว่า วันนี้เป็นการประชุมคสช. ครั้งที่ 1 เรื่องบประมาณปี2557และ2558 เรื่องแรกเป็นเรื่องที่คสช.ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบจัดประชุมของคสช.เพื่อขับเคลื่อนบริหารราชการแผ่นดิน โดยหัวหน้าคสช.ให้นโยบายกับที่ประชุมว่าให้พยายามยึดโยงระเบียบวิธีการเสนอเรื่องเข้าพิจารณาในครม.เป็นหลัก เพื่อให้เป็นกลไกตามหลักการบริหารราชการแผ่นดิน วันนี้จึงเป็นวันแรกที่มีรองหัวหน้าคสช.และหัวหน้าฝ่ายต่างๆ 14 คน ร่วมประชุม โดยตนทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขนานุการร่วมกับเลขานุการกองทัพบก โดยมีผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ร่วมประชุมให้เป็นระเบียบแบบแผน ให้มีการตรวจสอบและขอความเห็นจากหน่วยงานราชการอย่างชัดเจน
นายอำพน กล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องที่จะนำเข้าสู่ระบบการพิจารณาในการบริหารราชการแผ่นดินเป็นเรื่องที่ได้รับการอนุญาตและขอความเห็นจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และคณะกรรมการคตร. เพื่อให้เกิดความโปร่งใสตรวจสอบได้ นอกจากนี้ฝ่ายต่างๆหากจะ ร่างระเบียบร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องต้องผ่านความเห็นชอบจาก คสช.เพื่อบริหารราชการแผ่นดิน รวมทั้งเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงด้วย
เลขาธิการครม. กล่าวด้วยว่า ในส่วนของการประชุมในวันนี้แบ่งกลุ่มเรื่องการพจารณาออกเป็น 3 กลุ่มคือ เรื่องการขับเคลื่อนงบประมาณ ในการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี2557 การขับเคลื่อนงบประมาณปี2558 ที่เห็นชอบมาตรกาารยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณปี58 ที่ยึดโยงแผนพัฒนาฉบับที่ 11 ที่สำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) มีส่วนร่วม โดยกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณจะมีส่วนร่วมในการพัฒนายุทธศาสตร์ และสุดท้ายเป็นเรื่องของวาระการพิจารณาปกติ
นายอำพนกล่าวต่อว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการกระทรวงยุติธรรมโดยเห็นชอบให้นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้เป็นการย้ายโดยความสมัครใจโดยนายกิตติพงษ์ให้เหตุผลว่าเพื่อจะไปทำการขับเคลื่อนงานของสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์กรมหาชน )อย่างไรก็ตามได้แต่งตั้งรองปัดกระทรวงยุติธรรมขึ้นมารักษาการแทน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการโยกย้ายนายกิตติพงษ์นั้นเป็นมติเดิมที่ครม.ในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เคยมีมติไว้ เนื่องจากนายกิตติพงษ์ได้นั่งในตำแหน่งครบวาระแล้ว และครม.จึงเคยอนุมัติให้นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกฯในขณะนั้นไปดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรมแทน แต่ยังไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯลงมา และมีการรัฐประหารก่อน จึงทำให้เรื่องค้างในกระบวนการ จนคสช.จึงมีมติในวันนี้
"กัมปนาท"ลั่นศปป.ลุยทุกจว.เดินหน้าสร้างปรองดอง
ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เมื่อเวลา 16.00 น. พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายยุทธการในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) กล่าวหลังการประชุม ศปป.ว่า วันนี้เป็นการประชุมเพื่อติดตามการทำงานของ ศปป.ยืนยันว่าทุกภาคส่วน กระทรวง ทบวง กรม ภาคประชาชนที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยมีการซักซ้อมเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันในการเดินหน้าในการขับเคลื่อนการปรองดองสมานฉันท์และการปฏิรูป
พล.ท.กัมปนาท กล่าวยืนยันว่า คสช.ไม่ใช่ผู้ขัดแย้ง เราจะไม่เอาตัวลงไปขัดแย้งจะไม่พูดถึงเรื่องความขัดแย้ง ตนไม่มีหน้าที่ไปชี้ผิดชี้ถูกใดๆทั้งสิ้นเป็นเพียงแค่ผู้สังเกตการณ์ที่จะให้ทุกกลุ่มทุกฝ่ายหันมาพูดคุยกัน จากนั้นตนจะทำหน้าที่เป็นผู้นำผลการดำเนินงานทั้งหมดเสนอต่อสภาปฏิรูป ทั้งนี้แนวทางหรือกลยุทธ์ในการสร้างความปรองดอง ไม่ว่าจะภาคเหนือ หรืออีสานมีความแตกต่างกัน ในบางพื้นที่ใช้ดนตรี บางพื้นที่ใช้กีฬาหรือบางพื้นที่ใช้ บ้าน วัด โรงเรียน วัฒนธรรมขนมธรรมเนียบประเพณีท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องแต่ละพื้นที่เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายมาร่วมกิจกรรมกัน ขณะนี้ถือว่าสิ่งที่ได้ทำมาทั้งหมดก้าวหน้าไประดับหนึ่ง ทุกคนก็น่าจะดีใจเพราะเป็นการคืนความสุขให้พี่น้องประชาชน จากคนที่ไม่เคยมาฟังดนตรีก็มานั่งคุยนั่งฟังดนตรีด้วยกัน ถือว่าประสบความสำเร็จเพื่อนำไปสู่ขั้นที่ 2
ด้าน พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) แถลงเพิ่มเติมว่า วันนี้ได้เชิญส่วนราชการระดับกระทรวง 7 กระทรวง และหน่วยงานที่เทียบเท่ากระทรวง และกรมในสังกัดอีก 13 หน่วยงาน จากพื้นที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เท่านั้น มาประชุมเพื่อบูรณาการปรับแผนงานโครงการกิจกรรมของแต่ละกระทรวงที่มีอยู่แล้ว ให้สอดคล้องแนวความคิดของหัวหน้า คสช.ในเรื่องการปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป ซึ่งแต่ละหน่วยงานได้ชี้แจงและอธิบายแผนงาน และยินดีเข้าร่วมตามนโยบาย โดยกระทรวงศึกษาธิการจะมีการจัดกิจกรรมสอดแทรกการปรองดองสมานฉันท์ ส่วนกระทรวงสาธารณสุขจะเน้นย้ำเรื่องการเยียวยาทางสังคมกับผู้ที่ได้รับผลกระทบ
ส่วนกระทรวงยุติธรรมให้ยึดมั่นในหลักนิติธรรม และสำนักงานพระพุทธศาสนาจะจัดกิจกรรมให้สอดคล้องเช่นเดียวกัน ปัจจุบันได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด (ศปก.รมน.จังหวัด) ในทุกจังหวัดแล้ว โดย 10 วันที่ผ่านมามีการจัดกิจกรรมในเชิงปริมาณ 56 จังหวัด ที่ตรวจสอบแล้วถือว่าอยู่ในระดับที่มีคุณภาพ มีระดับผู้นำทางความคิดของแต่ละจังหวัดมาร่วมดำเนินการหารือและได้ข้อตกลงร่วมกันเพื่อปรองดองสมานฉันท์ ทั้งการลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (เอ็มโอยู) หรือ อธิษฐานจิตภายในจังหวัดโดยมีสื่อมวลชนเป็นพยานจำนวน 9 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียใหม่ จ.พิษณุโลก จ.ตาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.สระแก้ว จ.ลพบุรี จ.กาญจนบุรี จ.นครราชสีมา และ จ.อุดรธานี
ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เมื่อเวลา 16.00 น. พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายยุทธการในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) กล่าวหลังการประชุม ศปป.ว่า วันนี้เป็นการประชุมเพื่อติดตามการทำงานของ ศปป.ยืนยันว่าทุกภาคส่วน กระทรวง ทบวง กรม ภาคประชาชนที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยมีการซักซ้อมเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันในการเดินหน้าในการขับเคลื่อนการปรองดองสมานฉันท์และการปฏิรูป
พล.ท.กัมปนาท กล่าวยืนยันว่า คสช.ไม่ใช่ผู้ขัดแย้ง เราจะไม่เอาตัวลงไปขัดแย้งจะไม่พูดถึงเรื่องความขัดแย้ง ตนไม่มีหน้าที่ไปชี้ผิดชี้ถูกใดๆทั้งสิ้นเป็นเพียงแค่ผู้สังเกตการณ์ที่จะให้ทุกกลุ่มทุกฝ่ายหันมาพูดคุยกัน จากนั้นตนจะทำหน้าที่เป็นผู้นำผลการดำเนินงานทั้งหมดเสนอต่อสภาปฏิรูป ทั้งนี้แนวทางหรือกลยุทธ์ในการสร้างความปรองดอง ไม่ว่าจะภาคเหนือ หรืออีสานมีความแตกต่างกัน ในบางพื้นที่ใช้ดนตรี บางพื้นที่ใช้กีฬาหรือบางพื้นที่ใช้ บ้าน วัด โรงเรียน วัฒนธรรมขนมธรรมเนียบประเพณีท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องแต่ละพื้นที่เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายมาร่วมกิจกรรมกัน ขณะนี้ถือว่าสิ่งที่ได้ทำมาทั้งหมดก้าวหน้าไประดับหนึ่ง ทุกคนก็น่าจะดีใจเพราะเป็นการคืนความสุขให้พี่น้องประชาชน จากคนที่ไม่เคยมาฟังดนตรีก็มานั่งคุยนั่งฟังดนตรีด้วยกัน ถือว่าประสบความสำเร็จเพื่อนำไปสู่ขั้นที่ 2
ด้าน พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) แถลงเพิ่มเติมว่า วันนี้ได้เชิญส่วนราชการระดับกระทรวง 7 กระทรวง และหน่วยงานที่เทียบเท่ากระทรวง และกรมในสังกัดอีก 13 หน่วยงาน จากพื้นที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เท่านั้น มาประชุมเพื่อบูรณาการปรับแผนงานโครงการกิจกรรมของแต่ละกระทรวงที่มีอยู่แล้ว ให้สอดคล้องแนวความคิดของหัวหน้า คสช.ในเรื่องการปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป ซึ่งแต่ละหน่วยงานได้ชี้แจงและอธิบายแผนงาน และยินดีเข้าร่วมตามนโยบาย โดยกระทรวงศึกษาธิการจะมีการจัดกิจกรรมสอดแทรกการปรองดองสมานฉันท์ ส่วนกระทรวงสาธารณสุขจะเน้นย้ำเรื่องการเยียวยาทางสังคมกับผู้ที่ได้รับผลกระทบ
ส่วนกระทรวงยุติธรรมให้ยึดมั่นในหลักนิติธรรม และสำนักงานพระพุทธศาสนาจะจัดกิจกรรมให้สอดคล้องเช่นเดียวกัน ปัจจุบันได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด (ศปก.รมน.จังหวัด) ในทุกจังหวัดแล้ว โดย 10 วันที่ผ่านมามีการจัดกิจกรรมในเชิงปริมาณ 56 จังหวัด ที่ตรวจสอบแล้วถือว่าอยู่ในระดับที่มีคุณภาพ มีระดับผู้นำทางความคิดของแต่ละจังหวัดมาร่วมดำเนินการหารือและได้ข้อตกลงร่วมกันเพื่อปรองดองสมานฉันท์ ทั้งการลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (เอ็มโอยู) หรือ อธิษฐานจิตภายในจังหวัดโดยมีสื่อมวลชนเป็นพยานจำนวน 9 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียใหม่ จ.พิษณุโลก จ.ตาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.สระแก้ว จ.ลพบุรี จ.กาญจนบุรี จ.นครราชสีมา และ จ.อุดรธานี
สั่งกทม.แจงเหตุยึดอำนาจ10ข้อ
รายงานข่าวจากศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร(กทม.) แจ้งว่า สำหรับความคืบหน้าแผนการดำเนินการศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ของกทม. ตามนโยบายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) นั้น ขณะนี้ฝ่ายคสช.ได้ให้กทม.ประชาสัมพันธ์เหตุผล 10 ข้อ ตามที่คสช.ต้องเข้ามายึดอำนาจการบริหารประเทศนำไปเผยแพร่ทุกเขตพื้นที่ จากคำสั่งคสช.(เฉพาะ) ที่ 2/2557 เรื่องการจัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์(ศปป.) โดยในส่วนของกทม.นั้นจะต้องรายงานแนวทางจัดทำโร้ดแม็พการปรองดอง ต่อกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร (กอ.รมน.กทม.ฝ่ายทหาร) วันที่ 13 มิ.ย. โดยให้กระบวนการดำเนินการต่างๆเสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ก.ค.นี้
"ส่วนการรายงานการขับเคลื่อนการดำเนินการสร้างความปรองดองให้กทม.รายงานพร้อมภาพถ่ายการขับเคลื่อนแผนในเวลา 15.00 น.ของทุกวัน รวมถึงให้รายงานประจำสัปดาห์ทุกวันอังคาร เวลา 15.00 น. และเมื่อมีเหตุการณ์พิเศษให้รายงานด่วนต่อคสช.ได้ทุกเวลา"รายงานข่าวระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการจัดงานคืนความสุขสู่ประชาชนของทหาร ตำรวจ กทม.จัดมาแล้ว 4 ครั้ง ประกอบด้วย 1.ที่สวนสันติชัยปราการ เขตพระนคร 2.ที่ลานอเนกประสงค์ เกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เขตราชเทวี 3.ที่สวนสาธารณะหนองจอก เขตหนองจอก 4.ที่วัดอินทราวาส เขตตลิ่งชัน โดยเวทีครั้งต่อไปจะจัดวันอาทิตย์ที่ 15 มิ.ย. ที่สวนลุมพินี
เลยทหารเร่งปรองดองชาวบ้านรักษ์บ้านเกิดกับเหมืองทองคำ
จากการที่ปัญหาระหว่างชาวบ้านกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย กับ เหมืองทองคำ โดยบริษัททุ่งคำ จำกัด ที่มีข่าวนำเสนอออกไปอย่างต่อเนื่องนั้น เรื่องนี้ พ.อ.เสาวราช แสงผล รอง ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 8 กองพันทหารราบที่ 1 ค่ายศรีสองรัก จ.เลย กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายให้มาปฏิบัติหน้าที่เฉพาะกิจเขาหลวง ในการดูแลพื้นที่ บริเวณ 6 หมู่บ้านและเหมืองทองคำของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย เพื่อให้มีการเจรจาไกลเกลี่ยและยุติปัญหาโดยเร็ว โดยมีอัตรากำลังประกอบด้วยกำลังของกรมทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 8 กำลังจากรมทหารพรานที่ 21 อ.ด่านซ้าย จ.เลย จากกรณีของกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดกับเหมืองทองคำนั้น ทหารต้องการทำหน้าที่เพื่อเปิดบรรยากาศความปรองดอง กลุ่มชุมชนชาวบ้านมีความมั่นใจในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข
แม่ทัพภาคที่3ประชุมผู้ว่าฯภาคเหนือเร่งสร้างปรองดอง
ที่ห้องประชุมคชรัตน์ 1 กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 3 ผู้บัญชาการรักษาความสงบกองทัพภาคที่ 3 ผู้อำนวยศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฎิรูป กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาคที่ 3 เป็นประธานในการประชุมหารือเพื่อรับทราบแนวทางการปฏิบัติและรองรับภารกิจศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฎิรูป ( ศปป.) และศูนย์ปรองดองเพื่อการปฎิรูป กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภาคในภาคที่ 3 ( ศปป.กอ.รมน.ภาค 3 ) โดยได้มีการเชิญ ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือทั้ง 17 จังหวัด , ผู้บัญชาการตำรวจภาค 5 , ภาค 6 และผู้บังคับหน่วยกำลังทหารในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 มาประชุมและปรึกษาหารือในแนวทางดังกล่าว
พล.ท.ปรีชา กล่าวว่า ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสช. )ได้กำหนดการดำเนินงาน Road Map เป็น 3 ระยะ โดยในระยะที่ 1 ต้องเร่งดำเนินการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน
เตรียมตั้งเวทีปรองดองที่หนองประจักษ์
ที่ลานสังคีต สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม ด้าน ถ.เพราะนิยม เทศบาลนครอุดรธานี เจ้าหน้าที่จากสำนักช่าง เทศบาลนครอุดรธานี ได้ทำการตั้งเวที พร้อมแสง เสียง พร้อมเต้นท์ เพื่อเตรียมการจัดกิจกรรม “ชาวอุดรธานีสามัคคีร่วมใจ เดินหน้าประเทศไทย” ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งของ “อุดรโมเดล” ในการสร้างความสมานฉันท์ปรองดองของประชาชนในพื้นที่ ที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของชาติอย่างยั่งยืน
เสื้อแดง-กปปส.อ่างทองกอดกันกลม
ที่ศาลากลางจังหวัดอ่างทอง เจ้าหน้าทีอัญเชิญพระแสงศาสตราวุธ ประจำเมืองอ่างทอง ที่ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 5 มาประดิษฐานที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดอ่างทอง ซึ่งเป็นสถานที่จัดโครงการสมานฉันท์ ปรองดองแห่งชาติ จังหวัดอ่างทอง โดยมี พล.ต.ชัยกร ประเสริฐสุข ผบ.มทบ.13 เป็นประธาน และแกนนำกลุ่ม นปช.อ่างทอง แกนนำกลุ่ม กปปส.อ่างทอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการทุกสังกัดเข้าร่วมกว่า 100 คน โดยมีการบรรยายพิเศษเกี่ยวกับเรื่องของความรักชาติจากทหารจากมณฑลทหารบกที่ 13 จ.ลพบุรี ให้กับผู้เข้าร่วมในโครงการ หลังจากนั้น ทั้งหมดปฏิญาณตัวร่วมกันต่อหน้าพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 และพระแสงศาสตราวุธประจำเมืองอ่างทอง ในการที่จะร่วมกันสร้างความสมานฉันท์ในชาติ และจงรังภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อให้เกิดความสงบในประเทศ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการปฎิญาณตน นายประพันธ์ ศรีพานิช แกนนำกลุ่ม นปช.อ่างทองและ นพ.โชคชัย อินทรประสงค์ ผอ.โรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ แกนนำกลุ่ม กปปส.อ่างทอง ได้เปิดใจถึงเรื่องราวที่ผ่านมาว่าทุกคนต้องการทำเพื่อชาติแม้จะมีแนวทางที่ต่างกันซึ่งก็แล้วแต่อุดมการณ์ของแต่ละคน แต่นะวันนี้พร้อมที่จะสลายความขัดแย้งเพื่อความสงบสุขของประเทศ ก่อนที่ทั้งสองจะจับมือและกอดกันอย่างชื่นมื่น ท่ามกลางสียงปรบมือของผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด
บุคคลตามคำสั่ง คสช.เข้ารายงานตัวต่อเนื่อง - 'น้องแม้ว' โผล่พบจนท.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่หอประชุม กองทัพบก เทเวศร์ ได้มีกลุ่มบุคคล ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ออกคำสั่งที่ 58ให้บุคคลเข้ารายงานตัวเพิ่มเติมรวม 17 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่โพสต์ข้อความผ่านเว็ปไซต์ที่สุ่มเสี่ยงและหมิ่นสถาบัน ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อย่างไรก็ตามเมื่อเวลา 9.00 น. นางกรรณิการ์ เทียนเงิน(ผมซอยเสื้อตารางขาวดำ) ผู้ที่ถูกคำสั่งรายงานตัวลำดับที่9 ของฉบับที่58 เดินทางมารายงานตัวเป็นคนแรกพร้อมด้วยสัมภาระ จากนั้นทยอยรายงานตัวต่อเนื่อง อาทิ นาย นายเสน่ห์ จงจิตต์ ลำดับ4 ฉบับ58 (เสื้อเขียว)
น.ส.ดวงใจ พวงแก้ว ลำดับ14 ฉบับ58(เสื้อครีมรวบผม) นางสาวกรกนก ห่อกระโทก(หัวแดงเสื้อเขียว)ลำดับ11 น.ส.ดวงใจ พวงแก้ว ลำดับที่17 ซึ่งมีบุคคลที่ชื่อนามสกุลเดียวกัน เดินมางมารายงานตังถึง3คน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบทะเบียนราษฏร์ ระบุว่ามีบุคคลชื่อสกุลดังกล่าวตรงกันถึง10คน จึงต้องตรวจสอบหมายเลขบัตรประชาชนบุคคลที่ออกคำสั่ง (เสื้อน้ำเงิน เดินมากับเสื้อดำ)
อย่างไรก็ตาม นายสรานุภล กองทอง บุคคลตามคำสั่งฉบับที่6 ฉบับ58 สวมเสื้อสีแดงพร้อมชู3นิ้วให้กับสื่อมวชนด้วย หลังจากนั้น รายจรัล อัมพรกลิ่นแก้ว หรือ เจเจ สาธร มารายงานตัว พร้อมกระเป๋า หลังจากนั้น นายไพฑูรย์ สิงหา ก็ได้เดินทางเข้ามารายงานตัวเช่นกัน
สำหรับคำสั่งฉบับที่ 57ซึ่งเป็นการเรียกกลุ่มบุคคลซ้ำอีกครั้ง จำนวน 18 คน ซึ่งมีทั้งอดีตรัฐมนตรี อดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย แนวร่วมกลุ่ม นปช. และนักวิชาการ อาทิ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายจรัล ดิษฐาอภิชัย แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง นายชินวัฒน์ หาบุญพาด อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย นางดารุณี กฤติบุญญาลัย แนวร่วมกลุ่ม นปช. ทั้งนี้ นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ นักวิชาการด้านนิติศาสตร์และหนึ่งในคณะนิติราษฎร์ ที่มีรายชื่อ ไม่ได้มารายงานตัวด้วยตัวเอง แต่ให้นางพัชรินทร์ ภาคีรัตน์ มารายงานตัวแทนโดยให้เหตุผลว่าป่วย
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าระหว่างการ รอรับรายงานตัวของเจ้าหน้าที่ ญาติของนายวิจารณ์ แสนลี่ บุตรชายของนายเต๋า แสนลี่ เจ้าพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ ซึ่งถูกควบคุมตัวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้เดินทางมาสอบถามการปล่อยตัว ของนายวิจารณ์ ที่หอประชุม กองทัพบกด้วย
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสมคิด วงศ์โพธิ์ ชาวบางพลัด เข้ามารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ ทั้งที่ไม่มีรายชื่อตามคำสั่งประกาศเรียก แต่ระบุว่าได้รับการบอกต่อ ว่าหากใครถ้าชอบนโยบายพรรคเพื่อไทย ต้องมารายงานตัวกับ คสช. จนท.จึงชี้แจงว่า อย่าเชื่อข่าวลือ ให้ฟังประกาศจากคสช.เท่านั้น นางสมคิดจึงเดินทางกลับ
ต่อมาเวลา 10.50 น. นายพายัพ ชินวัตร น้องชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีต นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวยี่ห้อโฟลค์ สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน อ - 9601 ก็ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ด้วย
เตรียมคุมตัว 'บก.ลายจุด' ส่งกองปราบสอบเพิ่มพรุ่งนี้
ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป) เมื่อเวลา 11.20 น. พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป.พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน บก.ป.และเจ้าหน้าที่ทหาร ควบคุมตัวนายเยี่ยมยอด ศรีมันตะ ประธานสมาพันธ์ประชาชนรักประชาธิปไตย 20 จังหวัดภาคอีสาน และนายชัยนรินทร์ กุหลาบอ่ำ นักจัดรายการสถานีดาวเทียมช่องเอเชียอัพเดท ซึ่งเคลื่อนไหวต่อต้านการยึดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ส่งตัวไปยังศาลทหารกรุงเทพ เพื่อขออำนาจฝากขังเป็นเวลา 12 วัน หลังจากกักตัวไว้ที่ห้องขัง บก.ป.จนครบกำหนด 7 วัน ตาม พ.ร.บ.กฎอัยการศึก
สำหรับขั้นตอนการดำเนินการในครั้งนี้ สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ทหาร ได้ทำคำร้องมายังพนักงานสอบสวน บก.ป.ให้ดำเนินคดีกับนายเยี่ยมยอด และนายชัยนรินทร์ ตามความผิดฐานขัดคำสั่ง คสช.ที่ 14/2557 และ ประกาศ คสช. ที่ 7/2557 ตามลำดับ ซึ่งนายเยี่ยมยอด ไม่ได้เข้ามารายงานตัวตามกำหนด โดยความผิดดังกล่าวมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนนายชัยนรินทร์ นั้นถูกจับกุมที่ บริเวณห้างเทอร์มินอล 21 หลังแสดงสัญญาลักษณ์ชู 3 นิ้ว เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตามความผิดฐานฝ่าฝืนประกาศ ห้ามชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ตาม พ.ร.บ.กฎอัยการศึก มาตรา 8 และ 11 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังคงมีผู้ที่เคลื่อนไหวต่อต้าน คสช.ถูกกักตัวไว้ที่ บก.ป.รวม 31 ราย โดยทางเจ้าหน้าที่ทหารได้ทยอยสอบปากคำแต่ละราย ก่อนจะพิจารณาว่าจะดำเนินคดีหรือปล่อยตัว โดยการพิจารณาจะขึ้นอยู่กับทางทหารที่จะใช้ดุลพินิจ ก่อนทำหนังสือมายังพนักงานสอบสวนต่อไป อย่างไรก็ดี ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้มีบรรดาญาติพี่น้องของผู้ที่ถูกคุมตัวเดินทางมาให้กำลังใจเป็นระยะๆ
รายงานข่าวแจ้งว่า นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมและควบคุมตัวยู่ที่จังหวัดชลบุรีนั้น ทางเจ้าหน้าที่ทหารจะนำตัวมาส่งพนักงานสอบสวน ที่ กองบังคับการปราบปราม ในวันพรุ่งนี้ เบื้องต้นยังไม่ทราบเวลาที่แน่นอน



