ข่าว

ตะลึงหนุ่มอุตรดิตถ์ใช้ชีวิตอยู่กับแมงป่องสร้างงานศิลป์

ตะลึงหนุ่มอุตรดิตถ์ใช้ชีวิตอยู่กับแมงป่องสร้างงานศิลป์

28 มิ.ย. 2552

 

ตะลึงหนุ่มอุตรดิตถ์ ตกแต่งบ้านคล้ายถ้ำ ใช้ชีวิตอยู่กับแมงป่องนับพันตัว สร้างสรรค์งานศิลป์ หมอเผยแมงป่องในประเทศไทยไม่มีพิษถึงขั้นตาย แค่มีอาการบวมและปวด แต่คนที่ตายเหตุเกิดจากอาการแพ้พิษรุนแรง

 เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีชายวัยกลางคนมีนิสัยชอบใช้ชีวิตประจำวันอยู่กับแมงป่องสัตว์ที่มีพิษต่อยคนถึงเสียชีวิตได้ ที่บ้านเลขที่ 4/1 หมู่ 6 บ้านใหม่พัฒนา ต.บ้านเสี้ยว อ.ฟากท่า จ.อุตรดิตถ์ จึงเข้าตรวจสอบพบบ้านดูจากสภาพด้านนอกจะเป็นไม้เก่าทั้ง 2 ชั้น รอบบริเวณบ้านปกคลุมด้วยต้นไม้เขียวขจี อยู่ติดถนนสายอุตรดิตถ์-ฟากท่า ห่างจากตัวจังหวัดอุตรดิตถ์ประมาณ 170 กิโลเมตร

 ทั้งนี้ เมื่อเข้าไปภายในบ้านค่อนข้างมืด ไม่เปิดไฟให้แสงสว่างและถูกตกแต่งด้วยกิ่ง รากและเศษไม้ ฝาบ้านจะทำเป็นชั้นวางของ มีตัวมดอยู่ในอิริยาบถต่างๆ ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ ที่เน้นไปทางเศษไม้ เมล็ดพืช และสิ่งประดิษฐ์จากไม้มากด้วยคุณค่าวางเรียงรายเต็มไปหมด และตรงบริเวณกลางบ้านมีมุ้งสีขาวกางอยู่ 1 หลังภายในพบนายสรวง พ่วงศรี อายุ 38 ปี อยู่ในชุดสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงหม้อฮ่อมขายาว ผมและหนวดยาว เป็นเจ้าของบ้าน และด.ช.พีรพล พ่วงศรี อายุ 5 ขวบ สวมเสื้อยืดสีเหลือง กางเกงหม้อฮ่อมขายาว ลูกชายนั่งอยู่ท่ามกลางแมงป่องจำนวนกว่า 1,000 ตัว ที่ไต่นัวเนียเต็มไปหมด

 นายสรวง เปิดเผยว่า หลังจากเรียนจบอนุปริญญาตรี ด้านเทคโนโลยีการเกษตร จากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ด้วยใจรักงานศิลป์และความเป็นธรรมชาติจึงผันตัวเองทำงานอิสระประเภทแกะสลัก วาดรูป ควบคู่ไปกับการเป็นอาสาสมัครภาคประชาชนด้านเด็กและเยาวชน ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย เมื่อปี 2539 มีพ่อค้าแนะนำให้เพาะเลี้ยงจิ้งหรีด จักจั่น และแมงป่อง เพื่อส่งขายเป็นแมลงทอด จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้วิถีชีวิตของสัตว์ประเภทดังกล่าว แต่ยิ่งเพาะพันธุ์ขายใจก็เริ่มผูกพัน จนกระทั่งมีครอบครัวและมีลูกชาย ยิ่งทำให้เกิดความสงสาร คิดได้ว่าทุกชีวิตย่อมรักชีวิต อาชีพดังกล่าวกำลังเบียดเบียนชีวิตสัตว์เพื่อความอยู่รอด ทั้งๆที่ยังมีหนทางอีกมากมาย

 โดยยึดเพาะพันธุ์แมลงเพื่อขายอยู่ 5 ปี ก็หยุด จากนั้นก็เข้าป่า หาเศษไม้ที่ชาวบ้านตัดทิ้ง หรือจากการเผาป่าเพื่อทำไร่และที่มีเป็นจำนวนมากตามป่าแถบอำเภอฟากท่า ซึ่งเป็นป่าดิบน้ำ ป่าผลัดใบ คือเมล็ดมะค่า ที่มีลักษณะแข็ง สวยงาม หล่นอยู่ตามใต้ต้นจำนวนมาก จึงเกิดความคิดนำวัสดุธรรมชาติที่ไร้ค่าดังกล่าวมาประดิษฐ์เป็นของฝากของที่ระลึก ใช้เวลาลองผิดลองถูกอยู่นาน จนมาสรุปที่ประดิษฐ์เป็นตัวมดงาน ซึ่งมีความหมายแสดงถึงความขยัน อดทน และมีความรัก สามัคคี เริ่มจากมด 1 ตัวก็กลายเป็นมดในอิริยาบถต่างๆ รวมไปถึงตัวมดในรูปแบบของตัวการ์ตูน และวิถีชีวิตของมดทั้งตอนอยู่ในรัง กำลังหากิน ระยะแรกนำของวางขายตามข้างถนน เหมือนงานศิลปะทั่วๆ ไป

 “ในช่วงที่ประดิษฐ์วัสดุธรรมชาติ ผมก็ยังคงเลี้ยงแมงป่องพื้นบ้าน แมงป่องช้าง ที่ชาวบ้านจับได้ แทนที่จะฆ่าให้ตายก็ขอซื้อมาเลี้ยง ทำบ้านให้อยู่ ด้วยการนำสังกะสีตัดให้มีความสูงประมาณ 15 เซนติเมตร ทำเป็นวงกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง 200 เซนติเมตร ขอบด้านบนนำผ้าขาวนุ่มๆคลุม โดยธรรมชาติของแมงป่องจะชอบที่มืด แสงสว่างน้อย ชื้นๆ ดังนั้นภายในบ้านของผมจึงให้แสงสว่างด้านนอกส่องเข้ามาให้น้อยที่สุด ลักษณะคล้ายถ้ำ โดยแมงป่องจะออกหากินตอนกลางคืนซึ่งอาหารที่จัดให้จะเป็นพวกแมลงต่างๆ ”นายสรวงกล่าว

 นายสรวง กล่าวว่า ช่วงที่รัฐบาลส่งเสริมสินค้าโอท็อป ตนจึงนำส่งเข้าประกวดและได้รับรางวัลอันดับ 1 ของ จ.อุตรดิตถ์ ทำให้มดงานจากเศษวัสดุธรรมชาติของตน เริ่มเป็นที่รู้จัก มีการวางจำหน่ายและออกโชว์ตามงานเทศกาลต่างๆมากขึ้น ยิ่งทำให้ความต้องการสินค้าเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ทำให้บางวันทำงานทั้งวันทั้งคืน หากง่วงก็นอนอยู่ใต้ถุนบ้านกับแมงป่อง ยุงเยอะก็นำมุ้งมากาง บางครั้งเครียดก็มีแมงป่องเป็นเพื่อนระบายความรู้สึก ด้วยการจับวางตามลำตัว แขน ขา

 สำหรับเหตุผลที่ทำได้อาจเป็นเพราะเกิดความคุ้นเคย ใกล้ชิด จนแมงป่องจดจำและรับรู้ได้ว่ามาดี ไม่มีเจตนาร้าย ระยะ 1-2 ปี ที่ผ่านมาเศรษฐกิจตกต่ำ ส่งผลกระทบต่อสินค้าที่ผลิตยอดตก จากปกติที่เคยมีรายได้มากถึงเดือนละ 3-4 หมื่นบาท ลดเหลือ 10,000-15 ,000 บาท จึงต้องนำแมงป่องกระตุ้นยอดขาย ด้วยการนำออกไปอยู่ไปกินไปนอนด้วย ซึ่งสามารถเรียกลูกค้าให้สนใจสินค้ามากขึ้น

 อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเป็นสัตว์ที่มีพิษ ทุกครั้งที่อยู่กับแมงป่อง ทำให้จิตใจสงบ ไม่วุ่นวาย เพราะหากจิตไม่มั่นคงอาจถูกต่อยได้ ช่วงที่เข้าไปนั่งอยู่ท่ามกลางฝูงแมงป่องจำนวนมากๆ สูงสุดที่เคยอยู่มากกว่า 1,000 ตัว จะใช้เวลานั่งสมาธิ ตั้งจิตภาวนา เพราะงานประดิษฐ์ต้องใช้จินตนาการ สรรค์สร้างงานให้ออกมาคล้ายของจริงมากที่สุด จนล่าสุดลูกชายวัยเพียง 5 ข วบ ซึ่งคุ้นเคยและเห็นอยู่เป็นประจำสามารถที่จะจับและเล่นกับแมงป่องได้เช่นกัน จนใครต่อใครบอกว่ามีเพื่อนเป็นแมงป่อง

 “ไม่ต้องการให้เกิดการลอกเลียนแบบ สิ่งที่ผมสามารถอยู่กับแมงป่องได้ อาจเป็นความสามารถพิเศษ คุ้นเคย เคยชิน และมีจิตที่แข็งกว่าคนปกติทั่วไป ที่สำคัญผมมีพื้นฐานรักธรรมชาติ จึงสามารถอยู่กับสัตว์ประเภทนี้ได้ ” นายสรวงกล่าว

 นางลำพูน พิมพ์ทุม อายุ 41 ปี ภรรยา กล่าวว่า อยู่กินด้วยกันมา 7 ปี ก่อนตัดสินใจแต่งงานด้วยก็รู้มาก่อนแล้วว่าสามีชื่นชอบสัตว์ประเภทนี้และสามารถหยิบจับ นำมาวางตามตัว ได้โดยที่ไม่ได้รับอันตราย แต่ยังทำใจไม่ได้ที่ลูกชายมีพฤติกรรมคล้ายพ่อ เพราะยังเด็กกลัวจะถูกต่อยและเป็นอันตราย ทุกครั้งจะเตือนให้ระวัง วันไหนที่แฟนไม่กลับไปที่บ้านอีกหลังที่อยู่เป็นประจำ ก็รู้ได้ว่านอนอยู่กับแมงป่อง จนเป็นความเคยชินไปแล้ว

 นายแพทย์ขจร วินัยพาณิชย์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า แมงป่องเป็นสัตว์มีพิษ ที่มักจะแฝงตัวในที่แสงสลัว ซึ่งแมงป่องทั่วโลกมีทั้งหมด 11 ชนิด แมงป่องที่มีพิษร้ายแรงหากถูกพิษที่ปลายหางต่อยอย่างไม่ยั้ง ถึงขั้นเสียชีวิต จะอยู่แถบแอฟฟริกา และอเมริกา ส่วนประเทศไทยเป็นแมงป่องที่ไม่มีพิษร้ายแรง หากถูกต่อยจะมีอาการบวมและปวด ส่วนที่พบคนไทยเสียชีวิตจากแมงป่องต่อยเป็นเพราะเกิดจากอาการแพ้พิษรุนแรง ลักษณะคล้ายแพ้พิษที่ถูกผึ้งต่อย ส่วน จ.อุตรดิตถ์พบแมงป่องช้าง ตัวใหญ่สีดำและแมงป่องตัวขนาดเล็กธรรมดา เป็นจำนวนมาก

 แม้แมงป่องจะเป็นสัตว์ที่มีพิษแต่ก็ยังมีหลายคนที่หลงเสน่ห์อดใจไม่ไหวต้องหามาเลี้ยง เป็นสัตว์เลี้ยง แต่การใช้ชีวิตอยู่ด้วยทั้งกิน นอน ทำงาน ท่ามกลางฝูงแมงป่อง นับเป็นเรื่องที่แปลก แต่เกิดจากความเคยชิน ความสามารถพิเศษ คุณลักษณะพิเศษของแมงป่องคือจะไม่ต่อยหรือทำร้ายก่อน หากไม่ถูกรบกวน ไม่อยากให้ลอกเลียนแบบ ยิ่งในช่วงฤดูในเช่นนี้แมงป่องชอบที่จะอยู่ที่อับชื้น ต้องระมัดระวังจะถูกต่อยได้