
'น้องฝ้าย'แถลงสละตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สฯ
09 มิ.ย. 2557
"น้องฝ้าย-เวฬุรีย์" เปิดใจทั้งน้ำตาสละตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ รับกดดันทั้งตัวเองและครอบครัว ฝากเป็นอุทาหรณ์เยาวชนให้คิดก่อนทำ
วันที่ 9 มิ.ย.57 เมื่อเวลา 13.45 น. ที่ห้องอาร์ 2 ชั้น 4 โรงแรมเรเนสซองส์ กรุงเทพฯ กองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014 ได้จัดแถลงข่าวกะทันหัน โดยไม่เปิดเผยรายละเอียดใดๆ ของการเปิดใจครั้งนี้ท่ามกลางกระแสข่าวว่า นางสาวเวฬุรีย์ ดิษยบุตร หรือ น้องฝ้าย จะสละตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2014 โดยน้องฝ้าย ได้เดินเข้ามาภายในห้อง พร้อมกับนางประณม ถาวรเวช ผู้จัดการกองประกวดมิสยูนิเวิร์ส ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่ก็ไม่ได้สวมมงกุฎประจำตำแหน่งและสวมสายสะพายแต่อย่างไร และนางประณม กล่าวว่า วันนี้ทางกองประกวดอยากจะเปิดใจในตรงนี้ และคนที่อยากเปิดใจมากที่สุดคือน้องฝ้าย จากนั้นจึงเชิญน้องฝ้ายแถลงข่าว
นางสาวเวฬุรีย์ ซึ่งมีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส กล่าวเปิดใจว่า ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกคนที่คอยติดตามข่าวตั้งแต่ได้รับตำแหน่ง อยากบอกว่าจริงๆ วันนั้นรู้สึกดีใจมากที่ได้รับตำแหน่ง รวมทั้งครอบครัวก็ดีใจมากที่ได้มายืนจุดนี้ ส่วนตัวรู้สึกภูมิใจ ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่ได้มาเปิดใจ ครั้งที่ผ่านมาได้ออกมาพูดเกี่ยวกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่โดนกระแสสาหัสพอสมควร ตอนนั้นตัวเองได้ขอโอกาส ขอกำลังใจในการปรับปรุงตัวพัฒนาตัวเองให้ถูกใจพี่ๆ แฟนนางงามทุกคน ซึ่งพอหลังจากวันนั้นได้กลับไปคิดทบทวนถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานา มีคนเอามาให้อ่านบ้าง ก็มีความกดดัน กดดันตัวเองไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่มากดดันกับครอบครัวรู้สึกไม่สบายใจ (ร้องไห้จนกระทั่งนางประณมนำมือมาจับไว้ให้กำลังใจ) รู้สึกกดดัน อยากพัฒนาตัวเองให้มากที่สุด (ขณะนี้นางสาวเวฬุรีย์ถึงร้องไห้พรากออกมา) พยายามปรับปรุงตัวเองให้มากที่สุด แต่เห็นแม่นอนไม่หลับ เครียด มีคนมาว่าลูกตัวเอง ซึ่งเธอเองเข้าใจการเป็นบุคคลสาธารณะ พอเห็นแม่ไม่มีความสุข คนเป็นลูกก็ไม่มีความสุข แม้จะภูมิใจที่มาอยู่จุดนี้ แต่คิดว่าความสุขของพ่อแม่สำคัญมากกว่า
"วันนี้ฝ้ายเลยตัดสินใจจะสละตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ด้วยความเต็มใจและไม่หวังประโยชน์อื่นใดจากกองประกวด หลายๆ อย่างกดดันครอบครัว อย่างไรก็ตามขอบคุณคณะกรรมการที่เห็นสิ่งดีๆ ในตัวฝ้าย ถึงจะไม่อยู่ในตำแหน่งนี้ ก็จะพัฒนาปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น ยินดีที่จะเข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ส่วนรวมในอนาคตของกองประกวด อยากขอเตือนเรื่องของฝ้ายให้เป็นอุทธาหรณ์แก่เยาวชน ที่ทำอะไรไม่คิดก่อนด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะเรื่องแบบนี้อาจจะย้อนมาทำร้ายเราในอนาคต ขอขอบคุณพ่อแม่ที่อยู่ข้างฝ้ายเสมอมา เวลาท้อและไม่เหลือใครจริงๆ ไม่รู้ว่าจะเชื่อใจใครได้ ก็ยังมีพ่อและแม่ ที่รู้ว่าฝ้ายเป็นคนอย่างไร ก็ขอบคุณกองประกวดและเพื่อนๆ ที่เกี่ยวข้อง ทุกคนที่คอยให้กำลังใจ ขอบคุณสื่อที่คอยติดตามเรื่องราวของฝ้าย และเข้าใจ ขอบคุณทุกกระแสวิพากษ์วิจารณ์ผ่านทุกช่องทาง มีทั้งคอมเม้นท์ที่หวังดี ให้โอกาสฝ้ายพัฒนาตัวเอง และคอมเม้นท์ที่ไม่ให้เกียรติตัวฝ้ายเองด้วย แม่บอกเสมอว่าคนเราจะมีคนรักอย่างเดียวไม่ได้ บังคับให้คนมารักก็ไม่ได้ เราต้องทำตัวเองให้ดีที่สุดเพื่อให้เขารักเรา ครั้งนี้จะถือเป็นบทเรียนที่ฝ้ายจะจำไปอีกนาน ฝ้ายมีความสุขและภูมิใจในการตัดสินใจวันนี้ และอยากให้เป็นกำลังใจให้กับคนที่จะทำหน้าที่แทน"น้องฝ้าย กล่าวท่ามกลางเสียงปรบมือลั่นห้องแถลงข่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าทางกองประกวดกดดันถึงการตัดสินใจครั้งนี้ใช่หรือไม่ นางสาวเวฬุรีย์ ยอมรับว่า ในช่วงแรกกองประกวดก็มีให้คำแนะนำว่าให้คิดให้ดี อย่าใช้อารมณ์ ส่วนตัวคิดมาสักพัก เมื่อปรึกษาครอบครัว ครอบครัวก็ให้เอาความสุขเป็นที่ตั้ง หลังจากนี้อาจจะอยู่วงการบันเทิงต่อไป แต่ก็ไม่ได้มีความกดดันจากกองประกวด ส่วนเงินรางวัลที่ได้รับมาประมาณ 4 ล้านบาทนั้นยังไม่ได้คุยกับกองประกวด แต่ก็ยังยินดีร่วมงานกับทางกองประกวดเสมอ
ส่วนคำถามว่าทำไมในช่วงแรกตั้งใจจะสู้ ถึงกลับถอดใจนั้น นางสาวเวฬุรีย์ บอกว่า อย่างที่ตัวเองบอกว่า ค่อนข้างกังวลเรื่องแม่ เพราะค่อนข้างสนิทกับแม่ ทีแรกตั้งใจจะสู้ แต่เมื่อแม่ไม่มีความสุข ก็ทำให้รับไม่ได้
ด้าน นางประณม ผู้จัดการกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ได้ชี้แจงถึงกฎของกองประกวดหากเจ้าของตำแหน่งๆ ไม่สามารถปฎิบัติตามหน้าที่ได้ว่า ตามกฎของกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์จะให้รองอันดับที่1 ปฎิบัติหน้าที่แทน พร้อมชี้แจงถึงเรื่องข่าวลือที่มีการว่าจ้างเงินจำนวนหลักแสนให้น้องฝ้ายสละตำแหน่งนั้น เป็นเพียงข่าวลือไม่ได้เป็นความจริงและน้องฝ้ายจะไม่รับผลประโยชน์ใดๆ ที่เคยได้รับ ส่วนการประกวดมิสยูนิเวิร์สในปีต่อไปจะมีการคุมเข้มมากขึ้น แต่จะเป็นมาตรการใดนั้นต้องพูดคุยกันต่อไปและคงต้องดูพฤติกรรมของผู้ที่มาสมัคร พร้อมทั้งโซเชียลเน็ตเวิร์คให้มากขึ้น ทั้งนี้กองประกวดจะยังคงดูแลน้องฝ้ายและยังคงให้อยู่ในสัญญากับบริษัทจันทร์ 25 จำกัดต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังจากที่นางประณมพูดจบทางทีมงานได้เดินเข้ามาด้านหลังของน้องฝ้าย โดยบอกให้จบการแถลงข่าวถึง 2 ครั้ง ก่อนที่น้องฝ้ายจะบอกว่า ฝ้ายต้องขออนุญาตกลับเลยนะคะ พร้อมกล่าวสวัสดีและยกมือไหว้ แล้วเดินลุกออกไปจากห้องแถลงข่าวในสีหน้าเรียบเฉย พร้อมด้วยนางประณม โดยไม่ให้สื่อมวลชนถ่ายภาพและสัมภาษณ์เดี่ยวต่อ
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อไปยัง นางกมลพร ดิษยบุตร มารดาของน้องฝ้าย เพื่อสัมภาษณ์ถึงความรู้สึกของมารดาถึงการตัดสินใจของบุตรสาว แต่นางกมลพร ไม่ได้รับโทรศัพท์ และปิดเครื่องในเวลาต่อมา



