
เริ่มแล้ว!บังคับใช้ก.ม.จร.เด็ดขาด
09 มิ.ย. 2557
ประกาศ 'บังคับใช้ก.ม.จราจร' เด็ดขาด 'ยกจริง ล็อกจริง จับจริง ขังจริง สุภาพจริง' มีผล 9 มิ.ย.เป็นต้นไป เผย 'เคอร์ฟิว' ไร้เงาเด็กแว้น 'นครบาล' คุมเข้มปราบพนันบอล
9 มิ.ย. 57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.30 น. พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา (สบ10) พร้อมด้วย พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล รอง ผบช.น.รับผิดชอบงานด้านการจราจร และคณะทำงานพัฒนาแก้ไขปัญหาจราจร กทม. ลงพื้นที่ตรวจการทำงานของตำรวจจราจรในพื้นที่ สน.ปทุมวัน เคร่งครัดปฏิบัติตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 8 ประการอย่างเด็ดขาดเป็นการประกาศการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างจริงจังตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า ตำรวจจราจรจะเดินหน้าจับปรับจริงกับผู้จอดรถกีดขวางการจราจรตามเส้นทางต่างๆ ที่กำหนดและบังคับใช้กฎหมายกับผู้ฝ่าฝืนวินัยจราจร ปฏิบัติการคืนผิวจราจรเพื่อประชาชน ตามนโยบาย 5 จริง คือ “ยกจริง ล็อกจริง จับจริง ขังจริง สุภาพจริง” พร้อมเดินหน้า 8 นโยบายในการแก้ไขปัญหาจราจรร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านจราจรทั้งหมด คือ การบังคับใช้กฎหมาย การมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาจราจร การบริหารจัดการด้านการจราจร การแก้ไขปัญหาจราจรในพื้นที่รอยต่อกรุงเทพฯ และปริมณฑล การแก้ปัญหาจราจรในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ การเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสำคัญ การจราจรเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (AEC) และนโยบายการพัฒนาบุคลกร โดยทั้ง 8 นโยบาย จะมีผลบังคับใช้วันนี้เป็นต้นไป (9 มิ.ย.)
"ท้องที่ใดถูก บก.จร.นำรถยกไปยกรถจอดกีดขวางมากที่สุดต้องเขียนรายงานชี้แจงเพื่อนำมาพิจารณาถึงสาเหตุว่าบกพร่องในส่วนใด แต่หากไม่มีประสิทธิภาพจริง สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีมาตรการลงโทษอยู่แล้ว มาตรการแก้ไขปัญหาจราจร ที่ถูกมองว่าไม่มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เป็นเพียงไฟไหม้ฟางนั้น ขอบอกว่า แผนงานต่างๆ ไม่มีแผนไหนที่บอกว่าจะจบในเดือนนี้ ทุกแผนมีระยะเวลา แต่ละแผนมีความต่อเนื่อง ถ้าจะให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติคิดอย่างเดียวคงไม่ได้ จึงต้องเชิญทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมกันแก้ไขปัญหา ร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคม" พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวและว่า ได้มอบนโยบายเป็นนโยบายคำสั่งไปแล้วอยากให้ตำรวจจราจรตื่นตัวอย่าไปคิดว่ามาจับผิดการทำงานขอให้ช่วยกันบรรเทารถติดให้น้อยลงมากที่สุด
เผยไร้เงาเด็กแว้นช่วงเคอร์ฟิว
พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.) กล่าวว่า บก.จร.ส่งตำรวจจราจรลงพื้นที่จัดการจราจรในจุดเฝ้าระวังการรวมตัวของผู้ชุมนุมเป้าหมายตามคำสั่งสำนักงานตรำวจแห่งชาติและ คสช. จำนวน 11 จุด ดูแลการจราจรโดยรอบไม่ให้เกิดปัญหาผลกระทบการจราจรต่อพี่น้องประชาชนเน้นจุดสำคัญ คือ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว เมเจอร์รัชโยธิน ห้างซีคอนสแควร์ ห้างเซ็นทรัลบางนา อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วัดพระแก้ว หอศิลปวัฒนธรรม ห้างพารากอน และห้างอัมรินทร์พลาซ่า ห้างเทอร์มินอล 21 สถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรี สถานีลุมพินี และวงเวียนใหญ่ พร้อมเข้มงวดกวดขันจับกุมผู้ขับขี่ฝ่าฝืนกฎหมายจราจร จอดรถในที่ห้ามจอด โดยเฉพาะหน้าห้างสรรพสินค้าต่างๆ ที่มักมีรถแท็กซี่ และรถตู้โดยสาร จอดแช่ป้าย กีดขวางจราจร พร้อมขอความร่วมมือจากเจ้าของห้างผู้ประกอบการ ห้ามไม่ให้ผู้ชุมนุมใช้พื้นที่ในการเคลื่อนไหวต่างๆ
ผบก.จร. กล่าวต่อว่า ในส่วนของการกวดขันปราบปรามจับกุมเด็กแว้นซิ่งรถแข่งในทางสาธารณะนั้นยอมรับว่าหลังจากมีการประกาศเคอร์ฟิวห้ามออกจากบ้านช่วงเวลา 00.01-04.00 น. มีผลให้ปัญหาเด็กแว้นลดลงไปมากทีเดียว แทบจะไม่มีเลยในแต่ละพื้นที่ นับว่าได้ผลดี จากก่อนหน้านี้ที่มีการร้องเรียนผ่านทางสายตรง 1197 เข้ามาเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ภาพรวมการจราจรในกทม.ดีขึ้นไม่พบการร้องเรียนเรื่องใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานจราจร ขณะที่ปัญหาการแข่งรถทางสาธารณะก็หมดไป เนื่องจากการวางกำลังเจ้าหน้าที่ทหารประจำจุดต่างๆ ดูแลความสงบตามแนวทางของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่หากประชาชนพบเห็นการรวมกลุ่มของรถเด็กแว้นในพื้นที่ใด และได้รับความเดือดร้อน สามารถแจ้งผ่านสายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร 1197 โดยศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) จะแจ้งประชาสัมพันธ์การปิดการจราจรในพื้นที่ใดจะแจ้งประชาชนหลีกเลี่ยงในทันที
'ผู้การทางหลวง' สั่งตร.ประจำทุก 50 กม.แก้รถติด
พล.ต.ต.พงษ์สิทธิ์ แสงเพชร ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง (ผบก.ทล.) กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดเขตรอยต่อ กทม.-ปริมณฑล ว่า เรื่องนี้ได้มีการประชุมร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการตำรวจภูธร จ.ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรสาคร นครปฐม สมุทรปราการ ตามนโยบายของ พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา (สบ10) (มั่นคง3) ดูแลงานจราจร ที่ให้เร่งแก้ปัญหาจราจรในจุดเชื่อมต่อ กทม.และปริมณฑล โดยเน้นจุดที่ตำรวจทางหลวงต้องเร่งเข้ามาร่วมกันประสานงาน เพื่อให้เกิดความเลื่อนไหลของรถ ได้แก่ ทางหลวงหมายเลข 34 (บางนา-ตราด) กม.12-17 ขาออก ซึ่งเป็นจุดทางขึ้นด่วนบูรพาวิถี และเป็นจุดยูเทิร์นกลับ มีช่องทางที่แคบ ประกอบกับ ด่านเก็บเงินมีน้อยไม่พอกับปริมาณรถ ส่วนทางหลวงหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์) ช่วงด่านลาดกระบังและด่านพานทอง พบปัญหาช่วงด่านเก็บค่าผ่านทาง ทั้งสองจุดมีรถติดสะสมจำนวนมาก
นอกจากนี้ยังพบปัญหาของรถตู้โดยสาร ที่มักจอดแช่รับส่งผู้โดยสาร โดยเฉพาะแถวโฮมโปรกิ่งแก้ว ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งเรื่องนี้จะแก้ไขโดยเน้นไปที่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ พล.ต.ต.พงษ์สิทธิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับมาตราการบนพื้นที่ทางหลวง ไม่ว่าจะเป็นการกวดขัด การใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนด หรือรถบรรทุกใหญ่ไม่วิ่งช่องทางซ้าย รถบรรทุก บรรทุกน้ำหนักเกิน ตนได้สั่งการให้ จัดรถตำรวจทางหลวงพร้อมเจ้าหน้าที่ 1 นายประจำการ ทุกๆ 50 กิโลเมตร พร้อมทั้งใช้กล้องถ่ายภาพดิจิตอลจับหมายเลขทะเบียน เพื่อส่งใบสั่งไปยังที่อยู่ของผู้กระทำความผิด ซึ่งจากที่ผ่านมาสามารถจับกุม รถบรรทุก บรรทุกน้ำหนักเกิน ได้มากถึง 100 คัน/เดือน ในพื้นที่ถนนพระราม 2
อย่างไรก็ตาม ตำรวจทางหลวง ยังมีแนวคิดที่จะนำเทคโนโลยีตรวจจับสมัยใหม่เข้ามาช่วยในการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกวดขันตามกฎหมาย และเชื่อว่าหากมีการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างพื้นที่ จะสามารถแก้ไขปัญหารถติดขัดให้ลดลงได้ในระดับหนึ่ง
ขณะเดียวกัน ด้านกองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น. ระบุว่า ในวันนี้ จะมีการสุ่มตรวจพื้นที่ ที่มีปัญหารถจอดกีดขวาง เบื้องต้นจะยังไม่มีการลงโทษใดๆ แต่หากสั่งการไปแล้วยังพบว่าหย่อนยานปล่อยให้มีรถจอดเกะกะ ส่งผลให้รถติดสะสม ก็จะนำมาพิจารณาโทษต่อไป
'นครบาล' คุมเข้มปราบพนันบอล
พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานด้านการป้องกันปราบปราม กล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาล มีคำสั่งให้ตำรวจทุก สน. และเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันปราบปรามที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ดำเนินการกวดขันปราบปราม จับกุมการลักลอบเล่นพนันทายผลฟุตบอลโลก โดยมีหนังสือสั่งการไปถึงนายตำรวจระดับ รอง ผบก.น. 1-9 ที่ดูแลงานป้องกันปราบปรามทุกนาย ให้กำชับสั่งการกำลังพลผู้ปฏิบัติ ดำเนินการตามมาตรการป้องกันปราบปรามการพนันฟุตบอลโลก 2014 ตามนโยบายคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อย่างเคร่งครัดเด็ดขาด
รอง ผบช.น. กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีคำสั่งให้ตำรวจชุดชุมชนสัมพันธ์ (ตชส.) ออกรณรงค์จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ เด็กและเยาวชนในสถาบันการศึกษา และแหล่งชุมชนในพื้นที่รับผิดชอบของให้ชมการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งที่ 20 นี้ ในเชิงกีฬา ไม่ใช่ชมเพื่อการพนันทายผลการแข่งขัน จะมีความผิดตามกฎหมาย รวมทั้งให้ผู้บังคับบัญชา กำชับสั่งการผู้ปฏิบัติในท้องที่ ให้จับกุมโพยฟุตบอล โต๊ะรับแทงฟุตบอล รวมถึงสถานบริการแหล่งบันเทิงเริงรมย์ต่างๆ ร้านเกมส์ การรับแทงพนันบอลทางเว็บไซต์ และให้เข้มงวดกวดขันการจับกุมแหล่งเงินกู้ต่างๆ รวมถึงคดีอาชญากรรมประเภท ลัก วิ่ง ชิง ปล้น หลังฟุตบอลโลก โดยให้รายงานผลปฏิบัติเข้ามาอย่างต่อเนื่อง หากท้องที่ใดปล่อยปละละเลย ไม่ปฏิบัติตามข้อสั่งการอย่างเคร่งครัด หรือรู้เห็นเป็นใจเอื้อประโยชน์ให้มีการลักลอบเล่นพนัน จะถูกลงโทษทางวินัยอย่างเฉียบขาด
------------------------
(หมายเหตุ : ภาพประกอบข่าว)



