ข่าว

'ประยุทธ์'ขอมั่นใจคสช.บริหารโปร่งใส

'ประยุทธ์'ขอมั่นใจคสช.บริหารโปร่งใส

09 มิ.ย. 2557

'วินธัย' เผย 'ประยุทธ์' ระบุขอมั่นใจ คสช.บริหารแผนโครงการโปร่งใส ยันไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน เรียกรายงานตัวเพิ่มอีก 17 คน

 
                     9 มิ.ย.57 พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงคำชี้แจงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า ขอให้เข้าใจทุกเรื่องที่ คสช.ได้คิดและพิจารณา ซึ่งเกิดจากการรับฟังมาจากหลายกลุ่ม หลายฝ่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน ประกอบด้วย ประชาชน ข้าราชการ กลุ่มที่ปรึกษา รวมทั้งสื่อมวลชนและข้อร้องเรียนต่างๆ ของประชาชน ซึ่งทั้งหมดได้ถูกรวบรวม มานำไปดำเนินการแก้ไข อะไรแก้ได้เลยโดยไม่มีผลกระทบหรือเป็นปัญหาก็จะดำเนินการทันที บางอย่างเริ่มต้นด้วยการชะลอ แต่บางอย่างที่ยังมีเรื่องของกฎหมาย และระเบียบควบคุมอยู่ หรือเป็นเรื่องของโครงสร้างทั้งระบบ จะต้องดำเนินการศึกษาผลกระทบก่อน เพราะแก้หนึ่งเรื่อง อาจมีผลกระทบหลายเรื่อง บางเรื่องอาจมีผลกระทบไปถึงโครงสร้างระบบการเงินการคลังของประเทศ รายได้ของรัฐ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ผู้ลงทุน ผู้ถือหุ้น และอีกมากมาย เช่น การแก้โครงสร้างระบบเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง ไม่ว่าจะเป็นทางด้านพลังงาน เงินชดเชยต่างๆ ภาษี และรายได้เกษตรกร ในระยะแรกพยายามผ่อนคลายความเดือดร้อนของประชาชนเป็นลำดับแรก และเมื่อมีรัฐบาล มีคณะรัฐมนตรี จะได้นำเข้าไปดำเนินการให้ถูกต้องจนทุกฝ่ายพึงพอใจ
 
                     ทั้งนี้ ขอให้มั่นใจว่า คสช.บริหารแผนโครงการ และงบประมาณภายใต้ความถูกต้อง โปร่งใส เป็นธรรม มีประสิทธิภาพ สามารถตรวจสอบได้จะไม่มีในเรื่องทุจริตหรือผลประโยชน์ทับซ้อนในระบบการจัดซื้อจัดจ้างในทุกโครงการ สามารถเข้าแข่งขันกันได้อย่างเป็นธรรม ไม่มีระบบผูกขาดใดๆ
 
 
'วินธัย' ปฏิเสธ 9 ข่าวลือในโซเชียล แนะปชช.ระมัดระวังการรับข่าวสาร
 
 
                     พันเอกวินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะคณะทำงานโฆษกคสช. กล่าวถึงกรณี ข่าวลือว่า ทางคสช.พร้อมแต่งตั้ง รัฐบาลชุดใหม่ขึ้นบริหารแล้ว อาทิ 1.สภาประชาชน.พร้อมปฏิรูปเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศไทยแล้ว. 2.ยกเลิกอบจ. 3.คงไว้เทศบาล/อบต. 4.เลือกผู้ว่าราชการโดยตรง 5.ให้กำนันผู้ใหญ่ขึ้นตรงกับผู้ว่าราชการที่มาจากการเลือกตั้ง. 6.ลดบทบาทนักการเมือง 7.เลือกตั้งสส.30% (จังหวัด1คน) คัดสรร70% (แต่งตั้ง) 8.ให้ตำรวจขึ้นตรงกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดมาจากเลือกตั้ง 9.แต่ละ จว.แบ่งโซนมีสมาชิกสภาพลวัฒน์ โดยยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่จริง ขอให้ประชาชนระมัดระวังการรับฟังข่าวสารทางโซเชียลมีเดียและหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้จากทาง คสช.
 
 
'ผบ.ทบ.' สั่งเกาะติดพื้นที่ยกเลิกเคอร์ฟิว ชี้รุนแรงพิจารณาประกาศใช้ใหม่
 
 
                     เมื่อเวลา 08.30 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผู้บัญชาการทหารบก (รอง ผบ.ทบ.) ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในการประชุมติดตามสถานการณ์ประจำวันที่ 9 มิ.ย.2557 เพื่อรับฟังการปฎิบัติงานส่วนต่าง ๆ โดยในฝ่ายเศรษฐกิจ ทาง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ทบ.) ในฐานะรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ ได้ชี้แจงใน 2 ประเด็น คือ การประชุมหน่วยงานเกี่ยวข้องในการดำเนินการขุดลอกคูคลอง และพัฒนาแหล่งน้ำ โดยใช้งบประมาณปี 2557 มาบูรณาการร่วมกัน รวมทั้งหารือการจัดทำงบประมาณประจำปี 2558 ซึ่งการประชุมดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท
 
                     พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวอีกว่า การตรวจเช็คสต๊อกข้าวในโครงการรับจำนำข้าวนั้น มีการดำเนินการแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรก ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ดำเนินการ โดยตรวจสอบสต๊อกข้าว โดยใช้ฐานข้อมูลปริมาณข้าวในคลัง หรือโรงสีที่มีอยู่เดิม โดยการเข้าไปตรวจสอบจะใช้กำลังพลในแต่ละกองทัพภาคสนับสนุน สำหรับส่วนที่ 2. คือการตรวจสอบสต๊อกข้าว ที่ คสช. แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการข้าว (นบช.) ซึ่งเป็นคนละหน่วยงานกับคณะกรรมการนโนบายข้าวแห่งชาติ (กบข.) เดิม นอกจากนี้จะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการย่อย เพื่อทำบัญชีข้าวและดำเนินการตรวจสอบ
 
                     ส่วนฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ที่มี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้ารับผิดชอบฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ได้ชี้แจงถึง กรณีการประกาศยกเลิกเคอร์ฟิว ในแต่ละพื้นที่ว่า จะพิจารณาตามความเหมาะสม โดยทาง พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ทาง พล.อ. ประยุทธ์ สั่งการให้ติดตามสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ภายหลังจากที่มีการประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวไปแล้ว หากมีปัญหาก็จะกลับมาพิจารณาเพื่อเปลี่ยนแปลงต่อไป
 
 
'ประยุทธ์' นัดถก 23 ทูตกงสุลใหญ่ 11 มิ.ย.นี้
 
 
                     นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ ในฐานะโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 10 - 11 มิ.ย. จะมีการประชุมเอกอัคราชทูตไทย และกงสุลใหญ่ไทย ในต่างแดน 23 คน อาทิ วอชิงตัน ดี.ซี. เบอร์ลิน บรัสเซล อิตาลี สเปน ส่วนเอเชีย ได้แก่ ญี่ปุ่น จะเดินทางกลับมายังประเทศไทย เพื่อร่วมประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูง โดยในวันที่ 10 มิ.ย.จะมีการประชุมร่วมกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และในวันที่ 11 มิ.ย. คณะทูตจะเข้าพบปะหารือและแลกเปลี่ยนความเห็นกับพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อทบทวนและวางท่าทีไทยต่อการดำเนินนโยบายด้านการต่างประเทศกับประเทศนั้นๆ
 
                     ทั้งนี้ ภายหลังคสช.เข้าควบคุมการบริหารราชการ บางประเทศได้มีมาตรการต่อไทย ขณะทึ่บางประเทศได้มีการผ่อนปรน โดยการพบปะครั้งนี้เพื่อกำหนดท่าทีเพิ่มเติมและเสริมการดำเนินการบางส่วนในด้านยุทธศาสตร์ให้เดินหน้าต่อไปได้
 
 
'กี้ร์-สุนัย' รายงานตัวคสช. 'ใจลส์-โรส-ตั้ง อาชีวะ-เจ๊เพ็ญ' เบี้ยวนัด
 
 
                     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ที่หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ บรรยากาศการให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 49 , 52 และ 53 ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ ในเวลา 10.00 -12.00 น. จำนวน 34 คน ประกอบไปด้วย 1. นายใจลส์ ใจ อึ๊งภากรณ์ 2. นายจักรภพ เพ็ญแข 3. นายพิษณุ พรหมสร 4.นายเนติ วิเชียรแสน 5.นายองอาจ ธนกมลนันท์ 6.นายอำนวย แก้วชมภู 7.นายชูพงศ์ ถี่ถ้วน 8.นายจรรยา ยิ้มประเสริฐ 9.นายเอกภพ เหลือรา (ตั้ง อาชีวะ) 10. นายมนูญ “อเนก” ชัยชนะ 11. นายเสน่ห์ ถิ่นแสน 12. นายภิเษก สนิทธางกูร 13. นายชูชีพ ชีวะสุทธิ์ 14. นายสันติ วงษ์ไพบูลย์ 15. นางมนัญชยา เกตุแก้ว 16. นางฉัตรวดี อมรพัฒน์(โรส) 17. นายจุติเทพ (เลอพงษ์) วิไชยคำมาตย์ 18. นางณหทัย ตัญญะ 19. นายพรศักดิ์ ศรีละมุล แกนนำ นปช. 20. นายมนัส ไทยล้วน ผู้นำแรงงานที่มีบทบาทในการเลือกสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สป.) 21. นายจิระประวัติ วศินทรงสุรเดช 22. นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำ นปช. 23. นายธนกฤต ชะเอมน้อย หรือ วันชนะ เกิดดี แนวร่วมนปช. 24.นายสุนัย จุลพงศธร อดีตส.ส.เพื่อไทย 25. นายอารี ไกรนรา อดีตหัวหน้าการ์ด นปช. และเลขานุการ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ 26. นายณัฐ สัตยาภรณ์พิสุทธิ์ อดีตผู้ต้องขังคดี ม.112 27. นายธีร์ บริรักษ์ 28. นายธันย์วุฒิ ทวีวโรดมกุล อดีตผู้ต้องขังคดีม.112 29. นายธานัท ธนวัชรนนท์ หรือ ทอม ดันดี 30. น.ส.สุดา รังกุพันธุ์ อดีตอาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 31. นายชัยอนันต์ ไผ่สีทอง “อุ๊ ไฟเย็น” สมาชิกวงไฟเย็น 32. นายพงศ์พิเชษฐ์ สุขจินดาทอง คนสนิทของพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล 33. นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ อดีตโฆษกกระทรวงมหาดไทยฝ่ายการเมือง และแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง 34. นายพฤทธ์นรินทร์ ธนบริบูรณ์สุข ทั้งนี้บุคคลที่มีรายชื่อคำสั่งในวันนี้บางส่วนเคยถูกเรียกให้มารายงานตัวมาแล้วก่อนหน้านี้
 
                     จากนั้นเวลา 10.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีบุคคลตามคำสั่งคสช.ทยอยเดินทางเข้ารายงานตัว อาทิ บุคคลตามคำสั่งฉบับที่ 49 ได้แก่ นางจรรยา ยิ้มประเสริฐ นางณหทัย ตัญญะ บุคคลตามคำสั่งฉบับที่ 52 ได้แก่ นายพรศักดิ์ ศรีละมุน
 
                     ต่อมาเวลา 11.00 น. นายจิระประวัติ วศินทรงสุรเดช บุคคลตามคำสั่งฉบับที่ 52 ก็ได้เดินทางมารายงานตัว โดยก่อนที่จะเข้าไปในพื้นที่สโมสรทหารบก เทเวศร์นั้นนายจิระประวัติ ได้เดินเข้ามาหาผู้สื่อข่าวที่รอทำข่าวฝั่งตรงข้ามถนน และได้หยิบบัตรประชาชนขึ้นมาแสดง พร้อมทั้งชู 3 นิ้ว แล้วพูดว่า "ผมเป็นศิษย์คณะราษฎร์ ขอสละชีพเพื่อชาติ" จากนั้นจึงเดินข้ามถนนไปรายงานตัว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ทหารได้กล่าวกับนายจิระประวัติ ว่า "ห้ามชู 3 นิ้วนะครับ"
 
                     นอกจากนี้ยังมีบุคคลตามคำสั่งฉบับที่ 50 ซึ่งต้องเข้ารายงานตัวตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถเดินทางมาได้ เข้ารายงานตัวในวันนี้ จำนวน 2 คน ได้แก่ นายจำเริญ ชีวินเฉลิมโชติ และนายวสุพล จตุรคเซนทร์เดชา
 
                     จากนั้นเวลา 11.20 น. นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ ได้เดินทางมารายงานตัว โดยมีนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความนปช.เดินทางมาด้วย
 
                     ต่อมาเวลา 12.10 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของคำสั่งคสช.ฉบับที่ 53 มีรายชื่อบุคคลที่เคยถูกเรียกให้เข้ารายงานตัวแล้ว อาทิ นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นั้น โดยนายอริสมันต์ ได้เดินทางเข้ามารายงานตัวแล้ว พร้อมผู้ติดตาม 2 คน เดินทางรายงานตัวโดยเข้าประตูฝั่งถนนศรีอยุธยา
 
 
'ปลัดกต.' เผย 'สหรัฐฯ-นิวซีแลนด์-ออสเตรเลีย' เข้าใจไทยยิ่งขึ้น
 
 
                     นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศให้สัมภาษณ์หลังร่วมประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส ความร่วมมือเอเชียหรืออีเอเอส ซึ่งมีผู้แทนระดับสูงของประเทศจากชาติตะวันตก อาทิ สหรัฐอเมริกา รัสเซีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย เข้าร่วมประชุม ที่นครย่างกุ้ง ประเทศพม่า ว่า ได้ใช้โอกาสที่มีการพูดถึงประเด็นเรื่องความมั่นคงในภูมิภาค เพื่อเล่าถึงสถานการณ์ในไทยและพัฒนาการล่าสุดให้ทราบ พร้อมกับบอกไปว่า ทราบดีที่เขามีความห่วงใยและกังวลและต้องแสดงท่าที แต่เขาควรจะอยู่กับเรา มีปฏิสัมพันธ์และติดต่อกับเรา เพื่อสนับสนุนไทยในการแก้ไขปัญหาต่างๆ สถานการณ์ในไทยจะได้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว
 
                     "นายแดเนียล รัสเซลส์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ฝ่ายกิจการเอเชีย-แปซิฟิก ยืนยันในที่ประชุมว่าไทย เป็นพันธมิตรที่สำคัญของสหรัฐฯ พร้อมแสดงความคาดหวังว่าไทยจะกลับสู่ประชาธิปไตยได้โดยเร็ว ขณะที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ก็ยืนยันว่าไทยเป็นมิตรประเทศของเขาเช่นเดียวกัน แน่นอนว่าเขาแสดงความคาดหวังอยากให้ไทยกลับสู่การเลือกตั้ง และมีประชาธิปไตยโดยเร็ว เขาก็แสดงความเชื่อมั่น ขณะนี้เขาก็มีความมั่นใจมากขึ้น หลังจากที่ไทยได้มีการประกาศโร้ดแมป 3 ขั้นไปแล้ว" นายสีหศักดิ์ กล่าว
 
                     นายสีหศักดิ์ กล่าวต่อว่า ได้มีการพูดคุยกับหัวหน้าคณะฝ่ายอินเดีย ซึ่งได้รับความยืนยันว่า อินเดียจะไม่มีการดำเนินการใดๆเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างกัน พร้อมระบุด้วยว่า เข้าใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นเรื่องที่คนไทยจะต้องแก้ไขปัญหากันเอง ความสัมพันธ์ไทย-อินเดีย จะเป็นไปตามปกติ โดยอินเดีย มีแผนที่จะเชิญ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส.ให้ไปเยือนอินเดีย ในเดือนมิถุนายนนี้ ส่วนญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ก็แสดงความเข้าใจเช่นกัน ด้านอาเซียนทุกประเทศ ก็ออกมาสนับสนุนไทย และระบุว่าไทยเป็นประเทศที่มีความสำคัญในภูมิภาค และมีความสำคัญกับการก้าวไปสู่ประชาคมอาเซียน
 
 
 
 
คสช.เรียกรายงานตัวเพิ่มอีก 17 คน 
 
 
                     เมื่อเวลา 21.40 น. คณะรักษาความสงบ ออกคำสั่งฉบับที่ 58/2557 เรื่องให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม ณ ห้องจามจุรี สโมสทหารบก เทเวศร์ ในวันอังคารที่ 10 มิถุนายน เวลา 10.00-12.00 น. ได้แก่ 1.นายชัยวัฒน์ อินทร์ชำนาญ 2.นางศรีศศิร์อร ทรัพย์เงินทอง 3.นายพงศ์ศักดิ์ ศรีบุญเพ็ง 4.นายเสน่ห์ จงจิตต์ 5.นายจรัล อัมพรกลิ่นแก้ว 6.นายสรานุภล กองทอง 7.น.ส.กชพร แสงชัชวาลย์ 8.นายวสันต์ งาหัตถี 9.นางกรรณิการ์ เทียนเงิน 10.นายชัยพฤกษ์ สมานรักษ์ 11.น.ส.กรกนก ห่อมกระโทก 12.นายไพฑูรย์ สิงหา 13.นางอภิศรา สเวหาด 14.นายณัฐวุฒิ ด้วงนิล 15.นางพัชร์อริญ ตั้งรัตนาพิบูล 16.นายสุริยัน จันทไหว 17.น.ส.ดวงใจ พวงแก้ว