ข่าว

กอ.รมน.ภาค4แจงครูนราฯเสียชีวิตเพราะขับรถชนวัว

กอ.รมน.ภาค4แจงครูนราฯเสียชีวิตเพราะขับรถชนวัว

28 มิ.ย. 2552

ตร.ตั้ง2ประเด็นครูระแงะเสียชีวิต ประธานสมาพันธ์ครูจังหวัดนราธิวาส ชี้ครูในพื้นที่ขวัญเสียหนัก หลังสังเวยเรือจ้างรายที่ 6 เผยเป็นครูสตรีรายที่ 4ในรอบเดือนเศษหลังเปิดเทอมใหม่ ผวาหนักหลังข่าวลือสะพัดโจรใต้ตั้งเป้าทำร้ายเรือจ้างชายแดนใต้ 50 ราย หวังเร่งกระพือ

เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 28 มิ.ย. พ.ต.ท.เฉลิม ยิ่งคง สว.เวร สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตบนถนนสายระแงะ-มะรือโบตก ช่วงบริเวณหน้าสุสานจีน ซึ่งตั้งอยู่ ม.1 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.นิตินัย หลังยาหน่าย ผกก.สภ.ระแงะ นายปรีชา นวลน้อย ปลัดอาวุโส อ.ระแงะ ร.ต.อ.หญิงกาญจนา เสริมแสง รอง สว.กองวิทยาการ จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดรวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

 พบศพผู้เสียชีวิตเป็นเพศหญิงนอนจมกองเลือดอยู่ข้างรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีฟ้า ทะเบียน กพค-405 นราธิวาส ที่ล้มตะแคงอยู่ริมถนน จากการตรวจสอบทราบชื่อคือ นางสุณี แก้วคงธรรม อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60/4 ม.3 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นครูผู้ช่วยโรงเรียนบ้านมะรือโบตก อ.ระแงะ มีบาดแผลถูกกระสุนปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดที่บริเวณท้ายทอย 1 นัด จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบพบหลักฐานใดๆของกลุ่มคนร้าย เจ้าหน้าที่จึงได้นำศพผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลระแงะ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะมอบให้ญาติรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

 จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ขี่รถ จยย.ตามลำพังออกจากบ้านพัก เพื่อเดินทางไปเปิดร้านขายของชำและผักสดที่ตลาดตันหยงมัส เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้าย จำนวน 2 คน ขี่รถ จยย.ตามประกบไล่หลัง เมื่อสบโอกาสคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้ใช้อาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดจ่อยิงใส่ที่ท้ายทอยผู้ตาย 1 นัด เมื่อถูกกระสุนปืนรถ จยย.ได้เสียหลักล้มคว่ำ แล้วคนร้ายได้ขี่รถ จยย.หลบหนีไป ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ร้ายรายวันของผู้ไม่หวังดี

 ส่วนประวัติผู้ตายนั้น ได้สมรสกับนายบุญโชติ แก้วคงธรรม อดีต ผอ.โรงเรียนในพื้นที่ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส และมีบุตรด้วยกัน 2 คน ต่อมานายบุญโชติ สามีได้ลาออกจากราชการ อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความไม่สงบ และได้มาเปิดร้านขายของชำและผักสดที่ตลาดตันหยงมัส อ.ระแงะ โดยนางสุณี ผู้ตายจะเดินทางมาขายของก่อนที่จะไปสอนหนังสือเป็นประจำทุกวันเพื่อหารายได้เสริม

 จนกระทั่งบิดาและพี่ชายของผู้ตายถูกคนร้ายตามประกบยิงเสียชีวิตเมื่อประมาณปี 50 ที่ผ่านมา และผู้ตายได้รับสิทธิ์เข้าโครงการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากจังหวัดนราธิวาส โดยเป็นครูอัตราจ้างสอนหนังสือที่โรงเรียนบ้านบลูกายาอิง อ.จะแนะ จ.นราธิวาส อยู่ 1 ปี และได้ขอย้ายไปสอนหนังสือที่โรงเรียนบ้านมะรือโบตก อ.ระแงะ เป็นเวลา 2 ปี ด้วยความมุ่งมั่นและความเพียรพยายามในการสอน ทำให้ผู้บังคับบัญชาได้ประเมินผลงาน และบรรจุเข้ารับราชการเป็นครูผู้ช่วยเมื่อเดือนตุลาคม 2551 ที่ผ่านมา จนกระทั่งถูกยิงเสียชีวิตดังกล่าว

ตร.ตั้ง2ประเด็นครูระแงะเสียชีวิต

 พ.ต.อ.นิตินัย ผกก.สภ.ระแงะ กล่าวว่า ได้ตั้งประเด็นการสอบสวนการเสียชีวิตของนางสุณีย์ไว้ 2 ประเด็น คืออาจเกิดจากอุบัติเหตุ ซึ่งนางสุณีย์ ขี่รถจักรยานยนต์จากบ้านพักเลขที่ 60/4 บ้านร่อน หมู่ 2 ต.ตันหยงมัส เพื่อไปขายผักในตลาดสด เทศบาล ต.ตันหยงมัสและระหว่างทางอาจเกิดอุบัติเหตุชนวัวที่นอนอยู่บนถนนก็เป็นได้

 เนื่องจากที่พักเท้าและขาตั้งรถจักรยานยนต์ที่นางสุณีย์ขับขี่นั้นมีขนวัวติดเป็นกระจุกอยู่จำนวนหนึ่ง และประเด็นที่ 2คืออาจจะถูกคนร้ายใช้ของแข็งที่ไม่มีคมทุบเข้าอย่างแรงที่บริเวณกกหูทางด้านซ้าย ซึ่งเจ้าหน้าที่รอสอบพยานแวดล้อมและกระจายกำลังกันติดตามหาวัวซึ่งอาจจะได้รับบาดเจ็บหากถูกรถชน

  กอ.รมน.ภาค4แจงครูนราฯเสียชีวิตเพราะขับรถชนวัว

 พ.อ.ปริญญา ฉายดิลก หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ในฐานะโฆษกกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ชี้แจงกรณีสื่อมวลชนนำเสนอ คนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิด/ขนาด ยิงนางสุนีย์ แก้วคงดำ อายุ 39 ปี ข้าราชการครูโรงเรียนมะรือโบตก บริเวณถนน สาย 4107 (ตันหยงมัส-บ.ปูลาไทร) บ้านตันหยงมัส ม.1 อ.ระแงะ จ.นราธิวาส  ขณะขับรถจักรยานยนต์กลับจากตลาดตันหยงมัส  โดยมีสามีนางสุนีย์ ขับรถจักยานยนต์คนละคันตามหลังห่างกันประมาณ 500เมตร เมื่อขับมาพบภรรยาเสียชีวิต โดยสันนิษฐานว่า เกิดจากการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ

          กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า ของชี้แจงว่า จากการตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตสรุปจากผลการสอบสวนได้ดังนี้ 1.การชันสูตรผู้เสียชีวิต โดยแพทย์จากสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งมาช่วยราชการ ที่ศูนย์ปฏิบติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ลงความเห็นว่า ศรีษะถูกกระทบกระแทกทำให้กะโหลกบริเวณใต้กกหูซ้ายแตก เนื้อสมองช้ำ เลือดออกจนถึงแก่ความตายและไม่พบรอยกระสุนในร่างกาย
  
       2.จากการตรวจพื้นที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้ารุ่น เวฟ 110 ซีซี สีฟ้า ซึ่งพบว่าบริเวณคันเบรก และกันลม ของรถจักรยานยนต์มีร่องรอยการถูกชนหรือกระแทกอย่างแรก และมีเส้นขนติดอยู่จำนวนมากคล้ายกับเส้นขนของวัว เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ พบฝูงวัวจำนวนหนึ่ง  ในจำนวนนั้นมีวัวที่ได้รับบาดเจ็บลักษณะขาหลังขวามีแผลเปิดกว้าง เลือดไหลอยู่ตลอด
    
  น่าจะเกิดจากร่องรอยของการถูกเฉี่ยวชนวัวดังกล่าว ประกอบกับสภาพถนนลื่น เนื่องจากฝนตกในช่วงเวลากลางคืน และเส้นทางที่เป็นทางโค้งลาดลง  จึงไม่สามารถหยุดรถได้ทันเป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์เสียหลัก และลื่นไหลไปตามถนนเป็นเหตุให้ศรีษะของผู้ขับขี่กระทบกระแทกกับพื้นที่ผิวถนนอย่างรุนแรง

 จากเหตุการณ์ดังกล่าวทาง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จึงขอความร่วมมือสื่อมวลชนทุกแขนกได้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวผ่านสื่อต่างๆ เพื่อสร้างความเข้าใจและสร้างความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์ความสงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

สะพัดข่าวโจรใต้เล็งสังหารครูสตรี3จว.ใต้50ชีวิต 

 นายสงวน อินทรักษ์ ประธานสมาพันธ์ครูจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า จากกรณีนางสุณีย์เสียชีวิตหลังจากเปิดภาคเรียนที่1ปีการศึกษา 2552 ซึ่งผ่านมาเพียงหนึ่งเดือนครึ่ง และที่สำคัญถือเป็นครูรายที่4 ของจังหวัดนราธิวาสในช่วงนี้ต่อจากนางอัชราพร เทพษร ครูโรงเรียนบ้านดุซงญอ ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ 8 เดือน และ นางวารุณี นวกะ ครูโรงเรียนริแง ต.ผดุงมาตร อ.จะแนะ และนายมะตอเฮ ยามา ครูโรงเรียนบ้านปะลุกาแปเราะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ซึ่งทำให้ขวัญกำลังใจครูในพื้นที่มรุดหนักลงไปอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะกลุ่มข้าราชการครูสตรี เพราะถือเป็นครูสาวรายที่4ที่ตกเป็นเหยื่อสังเวยชีวิตของการก่อความรุนแรงในช่วงนี้

 “ขณะนี้ครูขวัญกำลังใจอยู่ในช่วงที่พูดได้ว่าระส่ำระสายไม่น้อย เพราะขนาดวันหยุดคนร้ายยังสามารถตามประกบเป้าหมายและลอบก่อเหตุได้ในที่สุด ที่สำคัญขณะนี้ครูสตรีมีกำลังใจที่ทรุดหนักจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ” นายสงวน กล่าว

 ประธานสมาพันธ์ครูจังหวัดนราธิวาส กล่าวต่อไปว่า เจ้าหน้าที่กองกำลังฝ่ายรัฐพยายามปิด และอุดช่องโหว่ไม่ให้คนร้ายสามารสร้างสถานการณ์ได้อย่างเต็มที่และต่อเนื่องมาตลอด โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มีการทำการเรียนการสอน แต่วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นกับนางสุณี แก้วคงธรรม ครูโรงเรียนบ้านมะรือโบตก บ่งชี้ให้เห็นว่าคนร้ายไม่ยอมวางมือจากการตามทำร้ายและพยายามเอาชีวิตครูในพื้นที่อย่างแน่นอน

 นายสงวน กล่าวอีกว่า ที่สำคัญวันนี้ครูหลายคนเริ่มปักใจเชื่อว่า คนร้ายจะเดินหน้าสังหารเพื่อนครู ตามคำขู่ที่มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะครูสตรี ที่มีกระแสข่าวสะพัดอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมาว่าคนร้ายมีเป้าหมายทำร้ายครูสตรีในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน50คน เพื่อเร่งให้สถานการณ์เกิดความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

 “เราไม่รู้จริงหรือเท็จแต่กระแสข่าวนี้ปรากฎเกิดขึ้นในพื้นที่ตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมาว่าคนร้ายมีแผนการเตรียมสังหารครูสตรีในพื้นที่ชายแดนใต้โดยมีเป้า50คน และจากสภาพการณ์ที่มีครูสตรีตกเป็นเหยื่ออย่างต่อเนื่องเริ่มทำให้เพื่อนครูหลายคนเชื่อว่าแผนดังกล่าวมีความเป็นไปได้ไม่น้อย ดังนั้นจึงขอให้เพื่อนข้าราชการครูในพื้นที่เพิ่มความระมัดระวังตัวเองมากขึ้นเป็นพิเศษ ” นายสงวน กล่าว

เหยื่อตากใบบุกยื่นศาลอาญากรุงเทพคัดค้านคำสั่งศาลคดีตากใบ

นายปรีดา นาคผิว ผู้ช่วยทนายความญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ตากใบ เปิดเผยว่า ญาติผู้เสียชีวิตกรณีตากใบพร้อมตัวแทนทนายความจะเดินทางไปยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งกรณีไต่สวนการตายกรณีตากใบ หรืออุทธรณ์ต่อศาลอาญากรุงเทพต่อคำสั่งศาลจังหวัดสงขลา คดีหมายเลขดำที่ ช.16/2548 หมายเลขแดงที่ ช.8/2552 เมื่อวันที่ 29พฤษภาคม พ.ศ. 2552 ในวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน นี้

 ขณะเดียวกัน วันนี้ (28 ม.ย.) คณะบุคคลและองค์กรสิทธิมนุษยชน ได้ร่วมกันจัดทำ จดหมายเปิดผนึกเพื่อรวบรวมรายชื่อจากบุคคล องค์กร คณะบุคคลเพื่อสนับสนุนการที่ญาติของผู้เสียชีวิตจะได้ยื่นคำร้องหรืออุทธรณ์ต่อศาลในคดีดังกล่าว

 นายปรีดา กล่าวถึงเนื้อหาจดหมายเปิดผนึก ระบุ ด้วยความเคารพต่อดุลยพินิจของศาล แต่ด้วยความเห็นว่า ศาลทำคำสั่งไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ตามหลักการไต่สวนการตาย เนื่องจากศาลไม่ได้กล่าวถึงพฤติการณ์ที่ตายและไม่กล่าวว่า ใครเป็นผู้ทำ หรือทำร้ายผู้ตายเท่าที่จะกล่าวได้ และศาลวินิจฉัยถึงเหตุที่ตายแต่เพียงว่าผู้ตายขาดอากาศหายใจนั้น

 ซึ่งขัดกับความเข้าใจของสาธารณชน ที่ข้อเท็จจริงที่มีทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร ภาพถ่าย และวัตถุพยานเป็นแผ่นบันทึกภาพและเสียงของเหตุการณ์ ว่ามีบุคคลหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายใดเข้าไปเกี่ยวข้องบ้างอย่างไร ซึ่งอาจทำให้เข้าใจไปได้ว่าคำสั่งศาลไม่เป็นไปตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 40 บุคคลย่อมมีสิทธิในกระบวนการยุติธรรม (3) บุคคลย่อมมีสิทธิที่จะให้คดีของตนได้รับการพิจารณาอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นธรรม มาตรา 197 วรรคแรก การพิจารณาพิพากษาอรรถคดีเป็นอำนาจของศาลซึ่งต้องดำเนินการให้เป็นไปโดยยุติธรรม ตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมาย และในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์

 และวรรคสอง ระบุว่า ผู้พิพากษาและตุลาการมีอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีให้เป็นไปโดยถูกต้อง รวดเร็วและเป็นธรรม ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

 นายปรีดา กล่าวอีกว่า การที่คณะบุคคลและองค์กรสิทธิมนุษยชนได้จัดทำ จดหมายเปิดผนึก หวังให้ผู้นำสูงสุดแห่งอำนาจรัฐฝ่ายบริหาร นายกรัฐมนตรี ฝ่ายนิติบัญญัติ ประธานผู้แทนราษฎรและประธานวุฒิสภา และฝ่ายตุลาการ ประธานศาลฏีกา โปรดได้ดำเนินการเพื่ออำนวยความยุติธรรมให้แก่ญาติของผู้เสียชีวิตในกรณีตากใบ

 ทั้งนี้เพื่อให้แก่ญาติของผู้เสียชีวิตในกรณีตากใบและเพื่อให้ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับการปฏิบัติอย่างเสมอภาค เท่าเทียมกับคนในจังหวัดอื่นๆ ในฐานะที่เป็นมนุษย์เช่นเดียวกับบุคคลอื่นๆ และที่สำคัญเพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐไทยได้ยึดมั่นในหลักนิติธรรมอย่างเหนียวแน่นมั่นคงทั้งนี้เพื่อให้เกิดบรรทัดฐานสำหรับการปกครองประเทศไทยสืบต่อไป

 ส่งศพทหารกล้าปะทะโจรใต้ไปบำเพ็ญกุศลที่ชุมพร

 เมื่อเวลา 09.15 น.ที่สนามเฮลิคอปเตอร์ หน้าอาคารกองอำนวยการรักษาความั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผู้บัญชาการผสมพลเรือนตำรวจทหาร (ผบ.พตท.) ได้เป็นประธานในพิธีส่งศพของ จ.ส.อ.พงศธร นิรภัย เจ้าหน้าที่ทหารชุดเฉพาะกิจยะลาที่ 15 ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ช่างโยธา กองร้อยสนับสนุนการรบ กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 25ปฏิบัติงานในสนามตำแหน่งผู้บังคับหมู่ปืนเล็ก กองร้อยทหารราบที่ 2531 เดินทางไปยัง ค่ายเขตอุดมศักดิ์ จ.ชุมพร โดยมีผู้บังคับบัญชา และข้าราชการทหาร รวมทั้งทหารกองเกียรติยศ ร่วมในพิธีส่งศพ

 พ.อ.ปริญญา ฉายดิลก หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากการปะทะกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 52 ที่ผ่านมา ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 2 นาย คือ จ.ส.อ.พงศธร นิรภัย อายุ 49 ปี สังกัด ร.25 พัน 1 และ จ.ส.อ.รังสรรค์ กาหลง เจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด สภ.บันนังสตา ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอสรรเสริญวีระชนผู้กล้าหาญ ที่เสียสละชีวิต เลือดเนื้อ เพื่อปกป้องประเทศชาติ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่จนตราบลมหายใจสุดท้าย

 “จากเหตุการณ์ดังกล่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จะเร่งดำเนินการตามมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มข้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้เปิดแผนปฏิบัติการณ์เชิงรุกมาตั้งแต่ 9 มิถุนายน 2552 รวมถึงได้รับการเสริมกำลังหน่วยทหารที่ขีดความสามารถและมีความชำนาญในพื้นที่เป็นอย่างดี ซึ่งจากการปฏิบัติการเชิงรุกมาอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดผลสำเร็จในทุกพื้นที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยและตรวจยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ได้เป็นจำนวนมาก จึงขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และเชื่อมั่นในการสนธิกำลังร่วมทั้ง 3 ฝ่าย ที่จะร่วมมือร่วมใจ ทุ่มเทกำลังใจอย่างเต็มขีดความสามารถในการที่จะดูแลความสงบสุขของพี่น้องประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้และนำสันติสุขมาสู่พื้นที่โดยเร็ว ” หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าว

ลูกสาวจ่าทหารปะทะโจรใต้ภูมิใจพ่อรับใช้ชาติ

 เมื่อเวลา 13.30 น. ของวันที่ 28 มิย. ที่ศาลาเขตอุดมศักดิ์ จังหวัดทหารบกชุมพร พ.อ.ธฤทธิ์ สุนทร รอง ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกชุมพร (รอง ผบก.จทบ.ชุมพร) นายวรการ ยกยิ่ง รอง ผวจ.ชุมพร ได้นำกองกำลังทหารเกียรติยศ ของกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 25 ร่วมกันตั้งแถวทำเพื่อทำความเคารพ ศพพันเอกพงศ์ธร นิรภัย ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่การรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา โดยทางกองทัพภาคที่ 4 ได้เคลื่อนย้ายศพและพวงหรีดดอกไม้สดไว้อาลัย ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ด้วยเฮลิคอปเตอร์ จากจังหวัดยะลา มาประกอบพิธีทางศาสนา ที่จังหวัดชุมพร ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตลอดการประกอบพิธี

 พ.ท.นิติ ติณสูลานนท์ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 25 (ผบ.ร. 25 พัน 1 ) กล่าวว่า เดิมจ่าสิบเอกพงศ์ธร นิรภัย เป็นทหารในสังกัด ร. 25 พัน 1 ประการที่จังหวัดทหารบกชุมพร ได้ไปปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย ในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา หลายปีแล้ว ล่าสุดได้มาเสียชีวิตขณะปฏิบัติเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2552

 “ขณะนี้ทางหน่วยฯ อยู่ระหว่างการดำเนินการเลื่อนตำแหน่ง 9 ขั้น และขอพระราชทานยศ พันเอก ให้อยู่ ส่วนการช่วยเหลือครอบครัวเบื้องต้น ได้มอบเงินช่วยจัดการงานศพ จำนวน 7 หมื่นบาท ไปแล้ว นอกจากนี้ ยังจะมีเงินเยียวยาผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ความไม่สงบภาคใต้ อีก 5 แสนบาท ส่วนเงินช่วยเหลือตามปกติของทางราชการทหาร ก็มีอีกประมาณ 2 ล้านบาท ด้านการช่วยเหลือครอบครัวในระยะยาว ก็จะช่วยเหลือลูกสาวที่เรียนจบปริญญาตรีแล้ว ให้ได้รับราชการทหารแทนพ่อ ในระดับชั้นยศ ร้อยตรี ”

 น.ส.ณริมนต์  มาตรา อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 229 ม. 5 ต.นาทุ่ง อ.เมืองชุมพร ภรรยา ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า เป็นภรรยาและอยู่กินกับจ่าสิบเอกพงศ์ธร มาหลายปีแล้วแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน

 “พี่จ่า มีลูกสาว 3 คน เลี้ยงเอง 2 คน ให้เป็นลูกบุญธรรมญาติๆ อีก 1 คน พี่จ่าเป็นคนรักครอบครัวมาก ล่าสุดเจอกันเมื่อวันที่ 30 พ.ค. ที่ผ่านมา แต่ปกติก็โทรศัพท์ คุยกันตลอด โดยคืนวันที่ 26 มิ.ย. ได้ส่งข้อความภาพถ่าย MMS ทางโทรศัพท์ เป็นภาพที่ยืนกอดปืนหน้าเฮลิปคอปเตอร์ พร้อมเขียนข้อความว่า ให้ที่รักไว้ดูเวลาคิดถึง จากนั้นพอมาถึงวันที่ 27 มิ.ย. ก็มาถูกยิงเสียชีวิต จึงเสียใจมาก ” ภรรยา จ่าสิบเอกพงศ์ธร กล่าวทั้งน้ำตา

 นางกัญญา นิรภัย อายุ 74 ปี ซึ่งเป็นมารดา กล่าวว่า รู้สึกเสียใจที่ลูกชายเสียชีวิต แต่ก็ยอมรับว่า มีความภาคภูมิใจมากที่ลูกชายเป็นทหาร และมาเสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะทุกครั้งที่ลูกชายกลับมา มักพูดให้ฟังเสมอ ว่า ลูกผู้ชายเป็นทหาร พร้อมที่จะตายเพื่อชาติเสมอ “ ก็อยากบอกลูกว่า ลูกจ๋า แม่เสียใจที่ลูกตาย แต่แม่อยากบอกว่าแม่ภูมิใจในตัวลูก ขอให้ลูกนอนหลับพักผ่อนฝันดีนะ ไม่ต้องเป็นห่วงทางนี้ ” แม่ผู้ตาย กล่าวและยิ้มอย่างภาคภูมิใจ

 น.ส.หยาดพิรุณ นิรภัย อายุ 23 ปี กล่าวว่า ตอนที่พ่อทำงานในภาคใต้ ว่างๆ ก็จะโทรมาคุยกันอย่างสม่ำเสมอ คือก่อนเสียชีวิตก็ยังโทรคุยกัน และพ่อจะย้ำเสมอว่าแม้ว่าจะเป็นลูกผู้หญฺงก็อยากให้เป็นทหารรับใช้ชาติ ซึ่งหลังจากเรียนจบ ก็เคยไปสมัครสอบแล้วแต่สอบไม่ผ่าน

 “เพิ่งเรียนจบปริญญาตรี บริหารธุรกิจการตลาด จาก มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต ได้ไม่นาน พ่อย้ำเสมอว่าให้เป็นทหาร ก็พยายามไปสอบ ก็ยังสอบไม่ได้ ล่าสุดที่คุยกันก็ยังย้ำว่า ให้เป็นทหารนะจะได้รับใช้ชาติและดูแลแม่ , น้อง ยาย แทนพ่อ ก็ไม่ได้คิดอะไร จนพ่อตายก็รู้สึกเสียใจมาก แต่ก็ภูมิใจที่พ่อได้รับใช้ชาติตามความตั้งใจ จึงอยากจะฝากบอกพ่อว่า จะทำตามความฝันและความตั้งใจของพ่อให้ได้ และจะทำให้ดีที่สุด ” ลูกสาว จ่าสิบเอกพงศ์ธร กล่าวสลับกับการใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาตลอดเวลา