ข่าว

Operation Smile ปฏิบัติการคืนรอยยิ้ม

Operation Smile ปฏิบัติการคืนรอยยิ้ม

09 มิ.ย. 2557

Operation Smile ปฏิบัติการคืนรอยยิ้ม : โดย...วีณารัตน์ เลาหภคกุล

 
                         Operation Smile เป็นองค์กรไม่หวังผลกำไรที่ก่อตั้งในสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 1982 โดย
ดร.วิลเลี่ยม แมกกี และภรรยา เคที แมกกี จุดประสงค์หลักก็เพื่อผ่าตัดให้แก่เด็กที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ทุกวันนี้ Operation Smile ปฏิบัติภารกิจในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก  
 
 
 
Operation Smile เริ่มต้นหลังจากที่คุณหมอไปเยือนฟิลิปปินส์ในปี 1982 เกิดอะไรขึ้นที่นั่นคะ
 
 
                         ตอนนั้นผมเป็นศัลยแพทย์หนุ่ม ผมสนใจที่จะดูแลเด็กที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ ผมจบทั้งด้านทันตกรรมและด้านศัลยกรรม ผมถูกเชิญให้ไปร่วมกับกลุ่มที่ไปฟิลิปปินส์ ภรรยาผมเป็นพยาบาล (บริบาลเด็ก) เธอก็ตื่นเต้นเหมือนกัน การเดินทางครั้งนั้นเปลี่ยนทิศทางและจุดประสงค์ของชีวิตเรา เราได้ไปที่เมืองนากา มี 350 ครอบครัวมาหาเรา เด็กๆ ของครอบครัวเหล่านี้มีความผิดปกติปากแหว่งเพดานโหว่ พวกเขาไม่สามารถกินหรือพูดได้ ผู้ปกครองมาจับแขนเสื้อเราว่าให้ช่วยลูกเขาหน่อย เราช่วยได้เพียง 40 รายเท่านั้น และต้องปฏิเสธเด็กอีก 300 คน ปวดใจมาก และเรารู้ว่าคงไม่มีใครกลับมาที่นี่อีก 
 
                         มีผู้หญิงคนหนึ่งกลับมาหาผมและภรรยาวันรุ่งขึ้น เอากล้วยมาให้ตะกร้าหนึ่ง พาลูกสาวอายุราว 8 ขวบ มาด้วย เด็กมีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ คุณแม่บอกว่ากล้วยเป็นสิ่งเดียวที่มีจะให้ ให้สำหรับความพยายามจะช่วยเหลือลูกสาวของเธอ แม้ว่าลูกสาวของเธอจะไม่ได้รับการผ่าตัดก็ตาม เป็นอะไรที่แย่มาก เธอร้องไห้ พวกเราก็ร้องไห้ นาทีนั้นผมกับภรรยาตั้งใจว่าจะนำกลุ่มเพื่อนของเรามาที่นี่เพื่อมาดูแลเด็กอีก 300 คน ที่ไม่ได้รับการผ่าตัดครั้งนี้ โลกก็จะดีขึ้น เราก็จะไม่รู้สึกผิด แล้วเราก็จะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ นั่นเป็นครั้งแรกที่ทำให้ผมตระหนักว่า เหตุผลอาจนำไปสู่บทสรุป แต่ความรู้สึกนำไปสู่การลงมือปฏิบัติ คุณอาจรับฟังข้อมูลสถิติจากทั้งโลก แต่นั่นก็ไม่อาจดึงดูดคุณได้ แต่หากคุณได้เห็นเด็กคนหนึ่งแล้วส่งเด็กคนนั้นกลับไปให้แม่ เห็นน้ำตาแห่งการขอบคุณและความรักที่คนคนนั้นมอบให้คุณ เป็นสิ่งที่ทรงพลังมาก คุณแม่อาจไม่รู้จักชื่อของคุณ แต่เธอจะไม่มีวันลืมความเมตตาของคุณ
 
 
 
อะไรคือสาเหตุที่ก่อให้เกิดปากแหว่งเพดานโหว่คะ
 
 
                         ไม่มีใครรู้ว่าสาเหตุที่แท้จริงคืออะไร เรารู้ว่าพันธุกรรมอาจมีส่วน แต่ก็ไม่รู้ชัดเจน เรารู้ว่าสารอาหารมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย การขาด บี-6 กรดโฟลิกส่งผลได้ การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ก็เพิ่มความเสี่ยง เรารู้ว่าควันไฟที่เกิดจากการเผาถ่านในการหุงต้มในบ้าน การสูดดมควันไฟนั้นก็อาจเป็นสาเหตุได้ด้วย แต่เราไม่รู้อย่างชัดเจน บางส่วนก็เป็นเรื่องพันธุกรรม อีกส่วนก็เรื่องสิ่งแวดล้อม เราพยายามอย่างเต็มที่ ตอนนี้ในการทำการศึกษาเกี่ยวกับสารอาหารและพันธุกรรมเพื่อหาสาเหตุครับ
 
 
 
มีพื้นที่ไหนในโลกไหมคะที่เด็กมีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่มากเป็นพิเศษ
 
 
                         เอเชียมีเด็กปากแหว่งเพดานโหว่เป็นจำนวนมาก อเมริกามีเด็ก 1 คนใน 800 คนที่มีภาวะนี้ ฟิลิปปินส์ 1 ใน 500 เมืองไทยผมได้ยินว่า 1 ใน 700 เป็นเรื่องยากที่จะได้สถิติที่แน่ชัด
 
                         เพราะในหลายประเทศเด็กไม่ได้คลอดที่โรงพยาบาล แต่คลอดในหมู่บ้าน และถ้ามีเด็กทารกเกิดมากับภาวะปากแหว่งเพดานโหว่แล้วเสียชีวิต ก็ไม่มีใครทราบ ตอนนี้เราพยายามทำการศึกษาว่า ผู้ที่มีภาวะนี้อาศัยอยู่ที่ไหน อย่างในเมืองไทย เราได้ดูแลเด็กไปราว 8,000 คน ถ้าดูตามสถิติว่าเด็กไทย 1 ใน 700 คนมีภาวะนี้ แปลว่าต้องมีเด็กราว 90,000 ในไทยที่มีภาวะนี้ มีองค์กรอื่นที่ดูแลในเรื่องนี้ แต่ก็ยังมีคนที่ไม่ได้รับการดูแล คนเหล่านี้อยู่ที่ไหน อาจอยู่ในหมู่บ้านห่างไกลเมืองซึ่งไม่มีใครทราบ ตอนนี้เราทำการศึกษา โดยร่วมมือกับบริษัทดีแทค โดยการใช้เทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือซึ่งมีอยู่ทั่วเมืองไทย ให้คนส่งข้อความเข้ามาว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน และปัญหาของพวกเขาคืออะไร 
 
 
 
มูลนิธีสร้างรอยยิ้มทำงานยังไงคะ
 
 
                         เป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนโดยอาสาสมัคร เรามีพนักงานประมาณ 300 คนทั่วโลก เราส่งทีมลงพื้นที่ใน 180 ภารกิจทั่วโลกในปีนี้ ซึ่งคนส่วนใหญ่ในทีมจะเป็นอาสาสมัคร อาสาสมัครสละเวลาแบบไม่ได้รับค่าตอบแทน พวกเขาช่วยรักษาเด็กที่อาจไม่เคยเจอและไม่รู้จักชื่อ แต่พวกเขาจะได้รับความสุขในการทำหน้าที่นั้น พวกเขายังสะท้อนให้เห็นด้วยว่า การเข้าร่วมสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าเราทุกคนช่วยเหลือกัน ก็กลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ มิตรภาพที่แข็งแกร่งเกิดขึ้นเวลาที่เราร่วมกันช่วยคนอื่น คุณกับผมอาจไม่มีอะไรเหมือนกันเลย แต่ถ้าเราทำงานร่วมกันเพื่อนช่วยบุคคลที่สามเราก็จะกลายเป็นเพื่อนกัน
 
 
 
อาสาสมัครหมายถึงคุณหมอกับพยาบาลเท่านั้นหรือเปล่าคะ หรือว่าใครก็เป็นอาสาสมัครได้
 
 
                         เรารับคนหลากหลายครับ เด็กมัธยมยังมีเลย เราต้องการคนที่จะดูแลด้านการเดินทาง ด้านการจดข้อมูลทางการแพทย์ เราได้รับบริจาคระบบการบันทึกข้อมูลมาจากบริษัทที่ไอร์แลนด์ เขาทำให้ฟรี ทุกคนมีความสามารถที่แตกต่างกัน ถ้าเราสามารถเอาความสามารถนั้นมารวมกัน เราก็จะมีองคก์กรที่แข็งแกร่ง Operation Smile ไม่ได้ประสบความสำเร็จ เพราะคุณหมอผ่าตัดหรือวิสัญญีแพทย์ หรือพยาบาลคนหนึ่ง แต่เป็นเพราะคนเหล่านี้มารวมกันและใช้ความสามารถด้วยกัน สิ่งพิเศษก็เกิดขึ้น การเปลี่ยนแปลงไม่เคยเกิดขึ้นเพราะคนคนเดียว ไม่ได้เกิดขึ้นแบบนั้นครับ
 
 
 
คุณมีเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้ป่วยยังไงคะในประเทศต่างๆ ทั่วโลก
 
 
                         สมมุติว่าคุณไปมาดากาสการ์กับผม เมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่แล้ว มีผู้ป่วยที่มาหาเรา 1,000 คน แต่คุณผ่าตัดได้แค่ 150 ราย ด้วยข้อจำกัดด้านเวลาและอุปกรณ์ต่างๆ คุณจะเลือกยังไงครับ
 
                         ไม่มีความยุติธรรมหรอกครับ 
 
 
 
ดิฉันคงเลือกจากกรณีหนักที่สุดก่อน
 
 
                         ก็ภาวะหนักทุกกรณีนะครับ
 
 
 
แล้วคุณทำยังไงคะ
 
 
                         เราไม่มีคุณหมอมากพอที่จะดูแลเด็กที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ ไม่มีวิสัญญีแพทย์มากพอด้วย โลกเราไม่มีกำลังคนมากพอในการดูแลความต้องการทั้งหมด เราเริ่มฝึกฝนคนที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ให้สามารถทำอะไรได้หลายๆ อย่างด้านเทคนิคที่เราสามารถดูแลและทำงานด้วยได้ เริ่มทำแล้วในหลายที่ของโลก ถ้าเราไม่เปลี่ยนรูปแบบ เราจะไม่มีวันช่วยเหลือคนได้ทั้งหมด 
 
 
 
แต่นั่นไม่เสี่ยงเกินไปเหรอคะ เอาคนที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์มาช่วยในการผ่าตัด
 
 
                         ไม่ครับ หากมีการดำเนินการที่รัดกุมอย่างมาก ตอนนี้เรามีทีมที่รัฐอัสสัม (อินเดีย) เราสร้างโรงพยาบาลที่นั่น ในช่วง 2 ปีครึ่งที่ผ่านมา เราผ่าตัดเด็กไปแล้ว 12,000 ราย ตอนแรกเป็นศัลยแพทย์ ศัลยกรรมพลาสติกที่เป็นอาสาสมัคร ต่อมามีศัลยแพทย์ช่องปากที่สนใจและอยากฝึกฝน เขาทำงานเคียงข้างพวกเรา ตอนนี้หมอคนนั้นผ่าตัดให้คนไปแล้ว 1,500 ราย เขาทำได้ดีครับ และเขามีเพื่อนที่อยากฝึกบ้าง เป็นทันตแพทย์ เขาก็มาฝึกฝนหลายเดือน ตอนนี้ทันตแพทย์ท่านนี้ผ่าตัดไปแล้ว 500 ราย เขาก็ทำได้ดีเช่นกันครับ ผมคิดว่าถ้าคนคนนั้นมีความสามารถ ได้รับการฝึกฝนมากพอ และได้ทำงานร่วมกับคนที่ผ่าตัดเป็น ก็สามารถเรียนรู้ได้
 
 
 
คุณรับประกันคุณภาพและความปลอดภัยของการผ่าตัดเหล่านี้ยังไงคะ
 
 
                         เรามีมาตรฐานที่เราทำตามอย่างเคร่งครัด เช่นจะวางยาสลบเด็ก ต้องมีอุปกรณ์และกระบวนการที่ถูกต้อง ต้องมีทักษะสำหรับคนที่ทำสิ่งเหล่านี้ เป็นข้อบังคับขั้นพื้นฐาน หากทำตามนี้ไม่ได้ก็ไม่สามารถทำการผ่าตัดได้ เราดูแลคนไข้ด้วยมาตรฐานที่สูงเหมือนกับที่โรงพยาบาลหลักๆ ทำ ในสหรัฐอเมริกา ผู้ที่ได้รับการผ่าตัด 1 ใน 18,500 ราย อาจเสียชีวิตได้ สำหรับ Operation Smile สัดส่วนอยู่ที่ 1 ใน 35,000 รายที่อาจเสียชีวิตจากการผ่าตัด Operation Smile ทำได้ดีกว่าโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในสหรัฐด้วยซ้ำ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น เพราะเราเน้นคุณภาพและความปลอดภัย ไม่ว่าเราจะไปที่ไหนในโลกก็ตาม ถ้าเราไม่สามารถดูแลเด็กด้วยมาตรฐานเดียวกันกับโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในโลก เราจะไม่ทำการผ่าตัดจนกว่าจะได้มาตรฐาน
 
 
 
เงินทุนสำหรับการทำงานของ Operation Smile มาจากไหนคะ
 
 
                         มาจากทุกๆ คนเลยครับ แต่เราก็ต้องการเพิ่มอยู่ดี มีการบริจาค 1 หรือ 2 ดอลลาร์ บางทีก็บริจาค 5 ล้านดอลลาร์ก็มี มีคนทิ้งเงินให้เราในพินัยกรรมก็มี เรามีการรับบริจาคผ่านไปรษณีย์และโทรทัศน์ เราได้รับบริจาคจากบริษัทใหญ่และองค์กรต่างๆ มาจากหลากหลายที่ครับ ด้วยเงินเพียง 240 ดอลลาร์ เราสามารถเปลี่ยนชีวิตของเด็กคนหนึ่งได้ ถ้าไม่มีผู้บริจาค ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ คุณอาจมีความพร้อมด้านบุคลากรทางการแพทย์ แต่ถ้าไม่มีอุปกรณ์ที่จำเป็นต่างๆ ก็ไม่สามารถเข้าถึงเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ได้
 
 
 
คุณพูดถึงการรับรู้แบรนด์ของ Operation Smile ฟังดูเหมือนบริษัทต่างๆ ที่พยายามทำให้คนจำแบรนด์ของตัวเอง แปลว่ามีการแข่งขันสูงระหว่างองค์กรการกุศลในการดึงดูดเงินบริจาคหรือเปล่า
 
 
                         ผมไม่เคยมองว่าเป็นการแข่งขันกันในกลุ่มองค์กรการกุศล เพราะความต้องการการช่วยเหลือมีมากกว่าความสามารถที่จะให้การช่วยเหลือได้ ฉะนั้นใครก็ตามที่สามารถให้ความช่วยเหลือนั้น ขอให้พระเจ้าคุ้มครองพวกเขาครับ ผมคิดอย่างเดียวว่า อยากเป็นองค์กรที่ดีที่สุด เป็นที่หนึ่ง เรามีความรับผิดชอบที่จะนำคนที่คิดเหมือนกัน มาช่วยกันเปลี่ยนชีวิตของเด็กๆ แล้วทำให้ดีที่สุด เพราะเวลาเห็นเด็กเหล่านั้น ก็เหมือนเห็นลูกหลานตัวเอง ต้องทำให้ดีที่สุด และถ้าทำได้อย่างนั้น ไม่ว่าจะมีอีกกี่มูลนิธิ เราก็จะเป็นองค์กรที่มีความสุขครับ 
 
 
 
มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า Operation Smile เติบโตมากเกินไป มากเกินกว่าที่จะดูแลได้อย่างทั่วถึง ซึ่งอาจทำให้คุณภาพการดูแลผู้ป่วยต่ำลงไป
 
 
                         คนอาจคิดอย่างนั้นได้ แต่ตามข้อมูลสถิติ ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ถ้าโรงพยาบาลที่ดีที่สุดมีอัตราการเสียชีวิตจากการผ่าตัด 1 คนจาก 18,500 ราย แล้วเราทำได้ดีกว่านั้นสองเท่า ถือว่าดีมากแล้ว และเราคงไม่มีอาสาสมัคร 5,500 คน หากคนไม่คิดว่าพวกเขาไม่ได้ทำดีที่สุด คงไม่มีใครอาสาเดินทางไปไกลครึ่งโลก เพื่อทำให้สุขภาพของคนอื่นแย่ลง ก็คงมีคนที่ไม่เข้าใจการทำงานของเรา ผมอยากให้คนเหล่านั้นมาร่วมกับเรา มาเห็นกับตาเองเลยดีกว่า ผมรับประกันเลยว่า ไม่มีใครที่ไปร่วมงานกับเรา แล้วกลับมาโดยที่ไม่เปลี่ยนไป พวกเขาจะรู้ว่าพวกเขาเป็นคนที่โชคดีขนาดไหน พวกเขาจะรู้ว่าความสามารถของพวกเขา เป็นที่ต้องการของใครบางคนที่ไหนสักแห่ง
 
 
 
Operation Smile ในประเทศไทยปฏิบัติงานมากว่า 10 ปีแล้ว ได้ผลยังไงบ้างคะ
 
 
                         ยอดเยี่ยมมากครับ ทีมงานที่นี่แจ๋วมาก ส่วนใหญ่แล้วจะมีการทำภารกิจในเมืองไทย ด้วยเงินทุนที่หาได้เองที่นี่ ไปมาแล้ว 15-16 ที่ทั่วประเทศไทย ที่เราอยากเน้นตอนนี้ คือการจับมือกับบริษัทอย่างดีแทค จะได้รู้ว่าเด็กที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่อยู่ที่ไหนกัน ตอนนี้เราหาเด็กเหล่านี้เจอในที่ที่เข้าถึงง่าย ความท้าทายตอนนี้คือ เข้าไปในพื้นที่ห่างไกลออกไป เพื่อหาเด็กเหล่านี้ให้เจอ บุคลากรทางการแพทย์ที่เมืองไทยร่วมทำงานเคียงข้างเราครับ
 
 
 
มีคนดังที่ร่วมงานกับ Operation Smile ด้วยใช่ไหมคะ
 
 
                         ใช่ครับ มีคนดังมาร่วมกับเรา อย่าง เจสสิก้า ซิมป์สัน หรือ เฉิน หลง ก็มาร่วมกับเรา หลายปีที่แล้วที่ฮ่องกง เขาช่วยเราระดมทุน แต่ตอนที่เราฉลองครบรอบ 20 ปี เขามาร่วมกับเราที่เวียดนามด้วย ผมบอกให้เขาเข้ามาในห้องผ่าตัดด้วยกัน เขาบอกไปเข้าไปไม่ได้ ผมถามว่าทำไมไม่ได้ เขาบอกว่าเห็นเลือดแล้วจะเป็นลม ผมหัวเราะ ผมนึกภาพไม่ออกว่า เฉิน หลง จะกลัวการเห็นเลือด เขาบอกว่าสิ่งที่กลัวคือเข็ม ผมเลยบอกเขาว่าจะให้เขาหันไปอีกทางเวลาจะใช้เข็ม แต่ภายใน 10-15 นาที เขาก็ตั้งใจดูอย่างมาก แล้วเขาเป็นคนที่อุ้มเด็กคนนั้นกลับไปให้แม่ แม่เด็กร้องไห้ เฉิน หลง ก็ภูมิใจมาก เขาบอกผมว่าเขาใช้เวลา 3 ชั่วโมงในคืนนั้นส่งข้อความเล่าให้เพื่อนฟังถึงประสบการณ์ที่ได้รับ
 
 
 
อะไรคือเป้าหมายสูงสุดของ Operation Smile คะ
 
 
                         ทำจนกว่าไม่มีอะไรให้ต้องทำครับ เฉกเช่นงานช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ที่มีงานต้องทำจำนวนมาก ต้องเข้าถึงเด็กที่มีภาวะนี้ให้มากที่สุด เมื่อเข้าถึงแล้ว ก็จะมีสิ่งที่ขยายขอบเขตงานได้ เช่น การฝึกการพูด การรักษาด้านทันตกรรมจัดฟัน และการดูแลสุขภาพทั่วไปของผู้ป่วย แต่ในตอนเริ่มต้น เราต้องการแก้ไขภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ก่อน เพื่อให้เด็กๆ ที่มีภาวะนี้พูดได้ตามปกติ ไปโรงเรียนได้ เล่นกับเพื่อนได้ ถ้าทำได้อย่างนี้ก็วิเศษมาก 
 
                         ที่ฟิลิปปินส์ เราดูแลเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ผมจำได้แม่น ชื่อ แชดลีน อายุ 4-5 ขวบ เพื่อนในชั้นเรียนล้อเธอ เพราะเธอพูดไม่ชัด เธอพยายามร้องเพลงเพราะเธอชอบ แต่เพื่อนในห้องก็จะหัวเราะเยาะและล้อเลียนเธอ เราผ่าตัดให้เธอ และในที่สุดเธอชนะเลิศการประกวดร้องเพลงด้วย คล้ายๆ รายการอเมริกัน ไอดอล เธอเป็นหญิงสาวที่สวยในวันนี้ แต่เธอจะไม่มีวันนี้เลย ถ้าไม่ได้รับการผ่าตัด 45 นาทีนั้น ตอนนี้ 10 ปีหลังจากการผ่าตัด เธอชนะการประกวดร้องเพลง เป็นการขอบคุณที่ดีที่สุด สำหรับอาสาสมัครของ Operation Smile ทำให้พวกเขารู้ว่าคุ้มค่าที่เดินทางข้ามโลก เพื่อให้ความช่วยเหลือเด็กคนนั้นครับ 
 
 
 
--------------------------
 
ติดตามบทสัมภาษณ์ได้ในรายการ "มองเรามองโลก" วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน เวลา 19.30 น. ทางเนชั่น ทีวี
 
 
--------------------------
 
(Operation Smile ปฏิบัติการคืนรอยยิ้ม : โดย...วีณารัตน์ เลาหภคกุล)