ข่าว

ชี้คุณสมบัติ'นายกฯ'คนใหม่เด็ดขาด-กล้าตัดสินใจ

ชี้คุณสมบัติ'นายกฯ'คนใหม่เด็ดขาด-กล้าตัดสินใจ

08 มิ.ย. 2557

"กรุงเทพโพลล์"ชี้คุณสมบัติ"นายกฯ"คนใหม่ต้องเป็นคนเด็ดขาด กล้าตัดสินใจ และต้องเป็นคนที่ยอมรับของทุกฝ่าย

 
 
          วันที่ 8 มิ.ย.57 นักเศรษฐศาสตร์  65.0% เห็นว่านายกรัฐมนตรีควรมีคุณสมบัติ “เป็นคนเด็ดขาด กล้าตัดสินใจ และให้ความสำคัญกับการปฏิรูป” ระบุอยากเห็นภาพประเทศไทยไม่มีคอร์รัปชั่น  ไม่มีระบบอุปถัมภ์  หลังการปฏิรูปแล้วเสร็จ  พร้อมให้กำลังใจหัวหน้า คสช. ในการอดทน มั่นคง แนวแน่  กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง โดยยึดผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจต่อจากนี้ไป  นักเศรษฐศาสตร์ 80.0% เห็นว่าเศรษฐกิจน่าจะดีขึ้น  
 
          ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) ร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์จากองค์กรชั้นนำ 31 แห่ง จำนวน 60 คน เรื่อง “ประเทศไทยบนโหมดปฏิรูป” โดยเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 26 - 30 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมา ผลสำรวจมีดังนี้
 
          การบริหารประเทศในห้วงเวลานี้  นักเศรษฐศาสตร์ร้อยละ 65.0 เห็นว่านายกรัฐมนตรีควรมีคุณสมบัติ  เป็นคนเด็ดขาด กล้าตัดสินใจ และให้ความสำคัญกับการปฏิรูป  รองลงมาร้อยละ 10.0  ควรเป็นคนประนีประนอมและเป็นที่ยอมรับทั้งฟาก กปปส. และ นปช.  เมื่อถามถึงกรอบเวลาในการบริหารประเทศที่เหมาะสม ร้อยละ 41.7  เห็นว่าไม่ควรเกิน 1 ปี รองลงมาร้อยละ 20.0  เห็นว่าไม่ควรเกิน 6 เดือน
 
          สำหรับประเด็นการปฏิรูปว่าควรมีตัวแทนจากภาคการเมืองหรือไม่  นักเศรษฐศาสตร์คิดเป็นสัดส่วนที่เท่ากันที่ร้อยละ 36.7 เห็นว่าควรมีตัวแทนจากภาคการเมืองโดยให้เหตุผลที่สำคัญว่า  “นักการเมืองเป็นผู้รู้ปัญหาและผู้สร้างปัญหาในภาคปฏิบัติจึงต้องเลือกคนที่เป็นกลางและมีจำนวนไม่มาก หากขาดคนกลุ่มนี้อาจเกิดการไม่ยอมรับในภายหลัง”  ส่วนที่เห็นว่าไม่ควรมีตัวแทนจากภาคการเมืองโดยให้เหตุผลว่า “ภาคการเมืองเป็นต้นเหตุของปัญหาสำคัญที่ทำให้ต้องมีการปฏิรูปประเทศ  จึงไม่ควรมีทั้งนี้ก็เพื่อความเป็นกลาง เพื่อความเป็นอิสระปราศจากอิทธิพลทางการเมือง ไม่มีการปกป้องผลประโยชน์ทางการเมือง”
 
          ส่วนเรื่องที่นักเศรษฐศาสตร์ต้องการให้มีการปฏิรูปมากที่สุด คือ  ด้านการเมืองต้องการให้ปฏิรูปเพื่อแก้ปัญหาการทุจริต  คอร์รัปชั่น ในทุกระดับ (ร้อยละ 41.5)   ด้านเศรษฐกิจต้องการให้ปฏิรูประบบภาษี (ไม่ว่าจะเป็น ภาษีที่ดิน ภาษีมรดก) เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และกระจายรายได้ กระจายความเจริญไปยังภูมิภาคให้มากขึ้น (ร้อยละ 29.6)  ด้านสังคมต้องการให้ปฏิรูปการศึกษา โอกาสในการศึกษาที่เท่าเทียม พัฒนาบุคลากรทางศึกษา พัฒนาการใช้ภาษาอังกฤษ (ร้อยละ 34.5)
 
          เมื่อถามถึงภาพประเทศไทยในจินตนาการที่คาดหวังให้เกิดขึ้นหลังการปฏิรูปแล้วเสร็จ  คือ อันดับ 1  ประเทศไทยไม่มีคอร์รัปชั่น  ไม่มีระบบอุปถัมภ์  อันดับ 2  คนไทยรักใคร่  สามัคคี  ปรองดอง  อันดับ 3 ไม่มีการซื้อสิทธิขายเสียง  ไม่มีนโยบายประชานิยมสุดโต่ง  นักการเมืองมีคุณภาพ  โดยนักเศรษฐศาสตร์มั่นใจว่าการปฏิรูปประเทศจะสำเร็จร้อยละ 50.0  จากที่คาดหวังไว้ 
 
          ส่วนสิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์อยากบอกกับหัวหน้า คสช. ในประเด็นการปฏิรูป มีดังนี้ อันดับ 1 เป็นกำลังใจให้ ขอให้อดทน มั่นคง แน่วแน่  กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง โดยยึดผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ อันดับ 2  ต้องเข้าใจปัญหาที่จะปฏิรูป ต้องปฏิรูปอย่างจริงจัง ปูพื้นฐานเรื่องการปฏิรูปให้มั่นคงเพื่อสานต่อในอนาคต อันดับ 3  ต้องแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นให้ได้  สร้างค่านิยมรังเกียจการคอร์รัปชั่น