ข่าว

อภิสิทธิ์เผยพร้อมออกพันธบัตร5หมื่นล้านกู้ศก.

อภิสิทธิ์เผยพร้อมออกพันธบัตร5หมื่นล้านกู้ศก.

28 มิ.ย. 2552

"อภิสิทธิ์"เผยรัฐบาลพร้อมออกพันธบัตร 5 หมื่นล้านกลางเดือนก.ค.นี้ พร้อมขอขอบคุณส.ว.ให้ความไว้วางใจรัฐบาลช่วยผ่านพรก.-พรบ.กู้เงินฯ 8 แสนล้าน เตรียมขอเปิดประชุมสภาสมัยนิติบัญบัติพรบ.สรรพสามิตน้ำมันอีกครั้งหลังจากที่ถูกตีกลับ ยันไม่มีนโยบายแปรรูปการรถไฟฯให้เอ

 (28 มิ.ย.)  เมื่อเวลา 09.00 น. ณ  สำนักงาน ก.พ. จังหวัดนนทบุรี  นายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวกับพี่น้องประชาชนในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” เป็นครั้งที่  24 ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย  และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย  ดังนี้   

สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ  วันนี้ผมมาอยู่ที่สำนักงาน ก.พ. จังหวัดนนทบุรี  อีกสักครู่หนึ่งครับจะมีการจัดกิจกรรมในเรื่องของวันต่อต้านยาเสพติด  ซึ่งวันที่ 26 มิถุนายนครับ ตามหลักสากลถือว่าเป็นวันต่อต้านยาเสพติด เพียงแต่ว่าในช่วงวันที่ 26 นั้น  ผมอยู่ต่างประเทศคือเดินทางไปประเทศจีน เดี๋ยวสักครู่จะได้เล่าให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบต่อไป

ไทย-สิงคโปร์รื้อฟื้นกลไกเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ

สัปดาห์ที่ผ่านมา  ผมอยากจะเริ่มต้นอย่างนี้ครับว่า วันจันทร์ผมได้เดินทางไปเยือนประเทศสิงคโปร์  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางไปเยือนประเทศในกลุ่มอาเซียน  ตั้งแต่มารับตำแหน่งก็ยังอยู่ในช่วงที่กำลังเดินทางไปเยี่ยมประเทศในอาเซียนทั้งหลาย  สิงคโปร์ก็เป็นอีกประเทศหนึ่งซึ่งมีความสำคัญในแง่ของการพัฒนาความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจ  ด้านสังคม  ด้านความมั่นคงด้วย เนื่องจากว่าความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศนั้นค่อนข้างที่จะราบรื่น  ก็มีการพูดถึงการเร่งรัดความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน  ซึ่งจะได้มีการรื้อฟื้นกลไกในการที่จะเสริมสร้างให้ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจมีการกระชับมากยิ่งขึ้น  รวมไปถึงความร่วมมือของข้าราชการเอง  ซึ่งเรากับสิงคโปร์ทำกันมาเป็นเวลานานพอสมควร  ทั้ง 2 เรื่องนี้ สิงคโปร์รับที่จะเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในช่วงปลายปีนี้ต่อไป 

วุฒิสภาผ่านความเห็นชอบ พ.ร.ก.กู้เงิน

ในวันเดียวกันครับ  ผมต้องเดินทางกลับมาจากสิงคโปร์เร็วขึ้น  เนื่องจากมีความห่วงใยครับว่า การทำความเข้าใจชี้แจงกับท่านสมาชิกวุฒิสภาในการพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ต่าง ๆ  อาจจะไม่สามารถครอบคลุมหรือสร้างความมั่นใจให้กับทางสมาชิกได้  แต่ต้องขอขอบคุณครับว่าในที่สุดท่านสมาชิกวุฒิสภานั้นได้ให้ความเห็นชอบในเรื่องของพระราชกำหนดให้อำนาจรัฐบาลในการกู้เงิน  ซึ่งเป็นเงินจำนวน 400,000 ล้านบาท ในจำนวนนั้นจะมาเสริมในเรื่องของฐานะของเงินคงคลัง และการบริหารทางการคลัง ไม่เกิน 200,000 ล้านบาท  ส่วนที่เหลือนั้นคือเข้าสู่เรื่องของการที่จะมีการพัฒนาในโครงการไทยเข้มแข็ง  ซึ่งผมได้เคยมาพูดคุยในรายการนี้  และในโอกาสอื่น ๆ ไปแล้วหลายต่อหลายครั้ง 

เปิดให้ผู้สูงอายุซื้อพันธบัตรเดือนก.ค.นี้

สำหรับการดำเนินการเมื่อพระราชกำหนดผ่าน  ขณะนี้ทางกระทรวงการคลังกำลังมีการดำเนินการในเรื่องของการจัดทำเกี่ยวกับการกู้เงิน ซึ่งจะมีการออกพันธบัตรให้กับพี่น้องประชาชนเป็นผู้ซื้อจำนวน 50,000 ล้านบาท   จะเริ่มต้นตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม  โดยจะแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ช่วงแรก 15,000 ล้านบาท ช่วงที่ 2 15,000 ล้านบาท ช่วงที่ 3 เป็นส่วนที่เหลือ  20,000 ล้านบาท  โดยหลักสำคัญคือว่าในช่วงแรกนั้นจะเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 60 ปีนั้น  มีโอกาสได้จองพันธบัตรก่อน  เพราะว่าพันธบัตรนี้ถือเป็นทางเลือกในเรื่องของการออม อายุ 5 ปี  2 ปีแรกดอกเบี้ยร้อยละ 3 ถัดมาจะขยับขึ้นเป็นร้อยละ 4  และสุดท้ายไปจบลงตรงที่ร้อยละ 5

เพราะฉะนั้น จริง ๆ แล้วหลักของเรื่องนี้ทั้งหมดคือ การที่รัฐบาลกำลังเอาเงิน  ซึ่งปัจจุบันนั้นอยู่ในระบบธนาคาร  ผู้ออมก็บ่นว่าได้ดอกเบี้ยต่ำ  ขณะเดียวกันระบบธนาคารเองโดยสภาวะทางเศรษฐกิจ และโดยปัจจัยอีกหลายอย่างปล่อยสินเชื่อออกมาค่อนข้างน้อย  จะมีเงินที่อยู่ในระบบธนาคารซึ่งไม่ได้ทำประโยชน์อะไร การออกพันธบัตรในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมนี้  เป็นทางเลือกให้กับผู้สูงอายุและผู้ออม ที่จะมีทางเลือกในการออมที่มีผลตอบแทนสูงขึ้น  และเงินนี้สามารถนำมาเพื่อแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจได้ด้วย รายละเอียดต่าง ๆ นั้น ทางกระทรวงการคลังจะมีการประชาสัมพันธ์ต่อไป  คาดว่าภายในกลางเดือนกรกฎาคมการกู้ยืมเงิน 50,000 ล้านบาท ผ่านการออกพันธบัตร คงจะสามารถดำเนินการได้อย่างเรียบร้อย และบรรดาโครงการต่าง ๆ  ที่จะลงทุนในเรื่องของไทยเข้มแข็งนั้น  น่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงเดือนสิงหาคม

เตรียมเสนอพ.ร.ก.ภาษีสรรพสามิตเข้าสภาสมัยนิติบัญญัติ

อย่างไรก็ตามครับการพิจารณาของวุฒิสภาเมื่อวันจันทร์นั้น  มีการไม่เห็นชอบพระราชกำหนดอยู่ 1 ฉบับ นั่นคือการขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมัน  ผมก็เข้าใจครับว่าสมาชิกวุฒิสภาเหมือนกับประชาชนจำนวนมาก และรวมทั้งตัวผมเอง  ก็มีความกังวลว่าภาษีตัวนี้ไปเพิ่มภาระให้พี่น้องประชาชน  ผมขอย้ำอีกครั้งนะครับว่านับตั้งแต่ที่เรามีการขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันมา  ยังไม่ได้มีการส่งต่อภาระภาษีตรงนี้ไปให้ประชาชนเลย  แต่ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นมานั้นเป็นผลมาจากการที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกได้ขึ้นสูงมาก  ถ้าผมจำไม่ผิดช่วงที่เราออกพระราชกำหนดในเรื่องของภาษีตัวนี้  ราคาน้ำมันดิบอยู่ที่ 50 เหรียญต่อบาร์เรล  ขณะนี้ขึ้นมาที่ 70 เหรียญแล้ว 

เพราะฉะนั้น การขึ้นตรงนั้นไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของภาษี  อย่างไรก็ตามนะครับ  ผมจะรอให้มีการเปิดประชุมสมัยนิติบัญญัติของรัฐสภา  ก็จะได้นำพระราชกำหนดนี้นำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร  และจะพิจารณาต่อไปโดยจะคำนึงถึงว่าขณะนี้กองทุนน้ำมัน  ซึ่งเข้ามาแบกรับภาระตรงนี้ฐานะเป็นอย่างไร  แนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกเป็นอย่างไร  และจะพิจารณาตามความเหมาะสมต่อไป  อันนี้เป็นเรื่องของเศรษฐกิจ ซึ่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามาตรการต่าง ๆ ก็มีความคืบหน้าไป

ยืนยันไม่มีการแปรรูปการรถไฟฯ

สัปดาห์ที่ผ่านมาเช่นเดียวกันนะครับ  ผมได้แก้ไขปัญหาในเรื่องของความเข้าใจที่ไม่ตรงกันในบางเรื่อง เช่น การปฏิรูปรถไฟ   ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรี พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ ได้ไปเจรจาจนเกิดความเข้าใจที่ดี  และจะเปิดโอกาสให้พี่น้องในสหภาพเข้ามาร่วมในการดูแลเกี่ยวกับแผนของการที่จะฟื้นฟูรถไฟ  ซึ่งความจริงยังไม่ใช่เรื่องของการที่จะไปแปรรูปหรือให้เอกชนอะไรทั้งสิ้นเลยครับ  เป็นเพียงเรื่องของการที่จะปรับระบบการบริหารจัดการภายใน  เพื่อแยกงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลราง  ออกจากงานที่บริหารจัดการในเรื่องของการวิ่งรถ  และออกจากงานบริหารในเรื่องของทรัพย์สินของรถไฟที่มีอยู่มาก 

ซึ่งเราเชื่อว่าแนวทางนี้จะช่วยให้ฐานะของการรถไฟดีขึ้นมา  และบริการของประชาชนดีขึ้นมาด้วย  แต่ว่าอย่างไรก็ตามครับ  แผนนี้ยังไม่ได้มีการดำเนินการ  เป็นการปรึกษาหารือให้สบายใจ มั่นใจของฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องก่อน  และคงจะเดินหน้าได้  และผมต้องขอถือโอกาสนี้เรียนนะครับว่าพี่น้องประชาชนไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดครับ มีความไม่เห็นด้วย  มีความข้องใจ มีความไม่แน่ใจในนโยบายของรัฐบาล สามารถที่จะเรียกร้อง สามารถที่จะนำเสนอความคิดเห็นของท่านมาได้ อย่าได้ใช้วิธีการที่ทำให้พี่น้องประชาชนในวงกว้าง หรือพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ต้องเดือดร้อน  อันนี้เป็นเรื่องที่อยากจะฝากไว้กับพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มด้วย