
1 ปีอุ้มฆ่า 'เอกยุทธ' (ตอน 1)
08 มิ.ย. 2557
1 ปีอุ้มฆ่า 'เอกยุทธ' (ตอน 1) ปมปริศนา!...รอวันสะสาง : คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม
ต้นเดือนมิถุนายน 2556 นายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับนักการเมืองขั้วอำนาจในขณะนั้น ซึ่งเป็นบุคคลที่นำเรื่องราวโจษจัน "ว.5 โฟร์ซีซั่นส์" รวมถึงกรณี "สึนามิลงที่มัลดีฟส์" มาเปิดเผยต่อสาธารณะ หายตัวไปอย่างลึกลับ
สมาชิกครอบครัวเป็นห่วงเพราะนักธุรกิจรายนี้มีเรื่องราวขัดแย้งกับคนหลายกลุ่ม ทั้งเรื่องราวในหนหลัง และความไม่ลงรอยกับนักการเมืองขั้วอำนาจ รวมถึงนายตำรวจใหญ่ที่กำลังจะมีเรื่องราวฟ้องร้องกัน กระทั่งวันที่ 8 มิถุนายน ครอบครัวอัญชันบุตร จึงตัดสินใจเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง เพื่อให้ติดตามตัว "นายเอกยุทธ" ซึ่งหายตัวไปอย่างลึกลับไม่มีใครสามารถติดต่อได้เป็นเวลาหลายวันมาแล้ว
เช้าวันรุ่งขึ้นเรื่องราวการหายตัวไปของนายเอกยุทธเข้าหูนายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความส่วนตัว ซึ่งก่อนหน้านั้น นายเอกยุทธไปพบเพื่อปรึกษาเตรียมจะฟ้องร้องนายตำรวจใหญ่รายหนึ่ง จึงมีความหวั่นเกรงว่า การแจ้งความต่อ สน.วังทองหลาง เพียงหน่วยงานเดียว การติดตามตัวนายเอกยุทธ อาจเกิดความล่าช้า จึงแนะนำให้ญาติเข้าแจ้งความต่อตำรวจกองปราบปราม เพิ่มอีกหนึ่งหน่วยงาน และหลังจากนั้นเรื่องราวการหายตัวไปของ "นายเอกยุทธ" จึงแพร่กระจายออกสู่สังคม
หลังจากนั้นเพียงวันเดียว ตำรวจชุดสืบสวนของกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล สามารถควบคุมตัวนายสันติภาพ เพ็งด้วง หรือบอล วัย 25 ปี คนขับรถของนายเอกยุทธ ได้ที่ปั๊มแก๊สแห่งหนึ่ง ในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.บางโทรัด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร
ช่วงสายวันที่ 11 มิถุนายน 2556 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. (ตำแหน่งขณะนั้น) พร้อมด้วยนายตำรวจระดับสูงของกองบัญชาการตำรวจนครบาลอีกหลายคน เปิดห้องประชุมใหญ่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้นำตัวนายสันติภาพมาแถลงข่าว โดยเบื้องต้น นายสันติภาพอ้างว่า นายเอกยุทธเดินทางไปประเทศพม่า โดยมีรองเท้าคัทชูหนังสีน้ำตาลเปื้อนโคลนของนายสันติภาพ เงินสดประมาณ 6.5 หมื่นบาท นาฬิกาข้อมือ กระเป๋าสตางค์หนังยี่ห้อทัชสีน้ำตาล แหวนลักษณะคล้ายทองคำขาวของนายเอกยุทธ 1 วง เครื่องใช้ส่วนตัว เช่น แปรงสีฟัน โคโลญจน์ บัตรประชาชน และใบขับขี่ของนายสันติภาพ ที่สำคัญคือจดหมายเขียนใส่กระดาษว่า “ถึงบริษัท เน็ตอีสท์ ผมไม่ได้หนีไปไหนแต่นายสั่งให้ผมหลบไปสักพักแล้วค่อยกลับมาผมไปส่งนายที่ที่หนึ่ง นายสั่งห้ามบอกใครแล้วให้ผมค่อยกลับเวลานายกลับมา Ball” ซึ่งนายสันติภาพ ยอมรับว่า เป็นคนเขียนเอง มาเป็นหลักฐานยืนยัน
การแถลงข่าวในวันนั้น นายสันติภาพ เล่าว่า เวลาประมาณทุ่มเศษของวันที่ 6 มิถุนายน นายสันติภาพได้ขับรถตู้โฟล์กสวาเก้น สีดำ ทะเบียน ฮพ 9304 กรุงเทพมหานคร พานายเอกยุทธไปรับประทานอาหารที่ร้านกระแต ย่านประดิพัทธ์ และได้ออกจากร้านอาหารแห่งนี้ประมาณ 4-5 ทุ่ม จากนั้นได้ขับรถไปที่บ้านพักของนายเอกยุทธที่ย่านทาวน์อินทาวน์ โดยใช้เส้นทางลาดพร้าว แต่รถติดจึงใช้ทางด่วนแล้วเข้าทาวน์อินทาวน์
นายบอล อ้างว่า ช่วงเวลาที่อยู่บนรถ นายเอกยุทธมีท่าทีลุกลี้ลุกลน เมื่อถึงบ้านก็ให้หากุญแจแต่หาไม่เจอ นายเอกยุทธจึงโทรศัพท์ไปถามญาติ จากนั้นให้หาใหม่ ก็พบอยู่ใต้ถุงพลาสติก จากนั้นนายเอกยุทธก็เข้าไปในบ้าน เมื่อออกมาก็ถามว่าขับรถลงใต้ได้หรือไม่
"บอสลุกลี้ลุกลนมาตั้งแต่อยู่บนรถ พอมาถึงบ้านก็ให้ผมหากุญแจแต่หาไม่เจอก็โทรไปถามญาติแล้วให้ผมหาใหม่ก็พบอยู่ใต้ถุงพลาสติก หลังจากนั้นบอสหายเข้าไปในบ้านและกลับออกมาถามผมว่าขับรถลงใต้ได้มั้ยจึงบอกไปว่าเป็นเส้นทางไปบ้านผมที่พัทลุง ไม่มีปัญหา จากนั้นบอสก็โทรศัพท์เดินขึ้น เดินลง กระทั่งให้ผมขึ้นไปยกของ ซึ่งก่อนที่จะลงมาบอสได้บอกให้ถอดซีซีทีวีออก ผมก็แกะๆ จากนั้นก็ยกกระเป๋าบอสขึ้นรถ ส่วนบอสถือกล่องซีซีทีวี บอสบอกให้ออกไปเลย ผมจึงบอกว่าไปแถวลาดกระบังก่อนไหม มีพี่สาวและแฟนอยู่เท่านั้น และที่บ้านติดแอร์ทุกห้อง ไม่มีปัญหา" นายสันติภาพ เปิดเผยในขณะแถลงข่าว
นายสันติภาพ อ้างว่า ระหว่างที่พักในบ้านย่านลาดกระบัง โทรศัพท์นายเอกยุทธดังบ่อยมาก กระทั่งเกือบเที่ยงวันที่ 7 มิถุนายน นายเอกยุทธจึงให้ขับรถไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อไปพบกับญาติ เพื่อรับเอกสาร โดยนัดเจอกันที่ช่อง 8 เมื่อถึงแล้วนายเอกยุทธได้รออยู่บนรถและให้นายสันติภาพลงจากรถไปพบกับ "นายแบงค์" ซึ่งขับรถวีออส สีดำ นำสมุดเช็คมาให้เซ็น จากนั้นนายเอกยุทธบอกให้ขับรถวน 1 รอบ เพื่อเอาสมุดเช็คมาคืนนายแบงค์ที่ช่อง 8 ระหว่างนั้นนายเอกยุทธคุยโทรศัพท์เยอะมาก และให้ขับรถไปรอที่ย่านลาดกระบัง กระทั่งเวลา 15.00 น. ขณะนั้นฝนตกหนัก นายเอกยุทธ ก็ให้กลับไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ อีกครั้ง
คราวนี้ไปเจอ "อิงค์" ซึ่งขับรถฮอนด้าซีวิค โดย "อิงค์" ไม่ได้ลงจากรถเพียงแต่ลดกระจกซ้ายลง ซึ่ง "อิงค์" ถามว่า นายเอกยุทธอยู่ไหน นายบอลอ้างว่า ตอบคำถามไปว่า "เป็นความลับเจ้านายบอกไม่ให้บอก" จากนั้นจึงขับรถพานายเอกยุทธไปเอากระเป๋าที่บ้านย่านลาดกระบังและรอกระทั่งเวลาตีสามของวันที่ 8 มิถุนายน จึงเดินทางลงใต้ โดยใช้เส้นทางเลียบมอเตอร์เวย์ไปวงแหวนกาญจนาภิเษกไปลงพระราม 2 จากนั้นแวะเติมน้ำมันที่ปั๊ม ปตท. โดยเติมน้ำมันไป 2,000 บาท
"บอสสั่งให้ขับมุ่งลงใต้ ผมก็ขับไปทางเพชรบุรี ใช้เส้นบายพาสก่อนถึงปราณบุรี จากนั้นบอสก็กดปุ่มลดกระจกซึ่งกั้นระหว่างห้องคนขับกับผู้โดยสาร บอกให้จอด จากนั้นก็โทรศัพท์บอกให้ปลายสายรีบๆ มารับ ผมก็จอดรอไม่ได้สังเกตอะไร สักพักมีรถเก๋งมาจอดด้านหลัง 2 คัน คันแรกสีดำ ส่วนคันหลังไม่ทราบ บอสยื่นเงินให้ผม 1,000 บาท และสั่งว่าเอ็งไม่ต้องบอกใครว่ามาส่งที่นี่ ค่อยกลับมาทำงานใหม่ตอนแกกลับมา ก่อนจะบอกให้ไปพักผ่อนได้เลย หลังจากนั้นบอสก็ยกกระเป๋าสีดำแบบเจมส์บอนด์ 1 ใบ และกระเป๋าเดินทาง 1 ใบ เดินลงไป เมื่อส่งเสร็จผมก็ออกรถเลย และเนื่องจากเป็นวันหยุดของผม ไม่รู้จะไปไหนเลยขับรถกลับพัทลุง ตั้งใจว่าจะขับรถไปโชว์เพื่อน แต่ไปพัทลุงก็ไม่เจอใคร จึงขับรถกลับกรุงเทพฯ เพื่อนำรถมาเก็บในเช้าวันจันทร์ เมื่อขับมาถึงสมุทรสงคราม ก่อนเข้ามหาชัย รถยางแตก ก่อนจะเจอตำรวจ" นายสันติภาพ แถลงข่าวในวันนั้น
หลังจากแถลงข่าวไม่นาน นายสุวัตร ได้เดินทางมาถึงที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล และแสดงท่าทีไม่เชื่อคำบอกเล่าของนายสันติภาพ และประสาน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เพื่อร่วมในการสอบสวนนายสันติภาพด้วย และในการสอบสวนในวันนั้น นายสันติภาพจึงเปิดปากว่า นายเอกยุทธ เสียชีวิตแล้ว โดยตนเองเป็นผู้ลงมือสังหาร เพื่อชิงทรัพย์ เบื้องต้นอ้างว่ายิงด้วยปืน แล้วนำศพไปฝังดินไว้ในพื้นที่ จ.พัทลุง รอยต่อ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมีเพื่อนสนิทคือนายเปี๊ยก และนายชวลิต ร่วมลงมือก่อเหตุ สาเหตุนอกจากต้องการทรัพย์แล้วยังเป็นการล้างแค้นที่นายเอกยุทธ ไล่แฟนสาวออกจากงาน
การให้การของนายสันติภาพดังกล่าวนำมาสู่การขยายผล ในการตรวจค้นหาศพของนายเอกยุทธ โดยในวันที่ 12 มิถุนายน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ พร้อมกำลังจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้คุมตัวนายสันติภาพไปยัง จ.พัทลุง โดยได้เข้าตรวจค้นพื้นที่ใกล้บ่อปลาร้างแห่งหนึ่ง ในหมู่บ้านเขาจิงโจ้ หมู่ 8 ต.ไชยบุรี อ.เมือง จ.พัทลุง
ศพที่พบถูกฝังในหลุมลึกประมาณ 1 เมตร ในลักษณะเปลือย แพทย์ซึ่งเข้าชันสูตรพลิกศพ ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบร่องรอยถูกยิง อย่างที่นายสันติภาพให้การ ขณะที่เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เก็บลายพิมพ์นิ้วมือของศพ ก่อนนำไปตรวจเทียบกับลายพิมพ์นิ้วมือของนายเอกยุทธ ที่จัดเก็บไว้ในทะเบียนราษฎร พบว่าตรงกัน ยืนยันได้ว่าศพที่พบ คือนายเอกยุทธ อัญชันบุตร อย่างแน่นอน
การติดตามหาตัวนายเอกยุทธ จึงยุติลง หลังจากพบถูกฆ่าตายโดยศพถูกฝังดินใน จ.พัทลุง แต่การคลี่คลายปมสาเหตุแห่งการอุ้มฆ่า ยังไม่ได้ยุติลง แม้ก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล จะสรุปสำนวนส่งฟ้องนายสันติภาพ และพวก ไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่คดีนี้ยังไม่มีความกระจ่าง เพราะยังมีปมสงสัย ใครคือฆาตกรอุ้มฆ่า "เอกยุทธ" ที่แท้จริง?
ล่าสุด นายสุวัตร เปิดเผยว่า หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ควบคุมอำนาจการบริหารประเทศจากรัฐบาลรักษาการ นายสันติภาพ มีการพูดคุยกับทีมงานทนายความ โดยยืนยันว่า ตัวเขาไม่ใช่ฆาตกรที่ลงมือสังหารเจ้านายของตัวเอง แต่มีทีมสังหารซึ่งเป็นคนมีสีจำนวน 4 คน เป็นผู้ลงมือ แถมยังอ้างว่ามี "ฮาร์ดดิสต์" กล้องวงจรปิดในบ้านพักและทรัพย์สินอีกหลายรายการของนายเอกยุทธ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นหลักฐานสำคัญของคดี เก็บดูแลไว้อย่างดี พร้อมนำมาเปิดเผย
หลักฐานที่ว่ามีความสำคัญในคดีนี้อย่างไร รวมถึงมีข้อพิรุธใดในกระบวนการสอบสวนคดีนี้หรือไม่อย่างไร ติดตามต่อตอนหน้า
-----------------------
(1 ปีอุ้มฆ่า 'เอกยุทธ' (ตอน 1) ปมปริศนา!...รอวันสะสาง : คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม)



