ข่าว

'ปชป.'จี้กต.ชงเขมรจับคนล้มเจ้า

'ปชป.'จี้กต.ชงเขมรจับคนล้มเจ้า

07 มิ.ย. 2557

'ปชป.' จี้ กต.ชงกัมพูชาจับบุคคลหมิ่นเบื้องสูง ส่งไทยดำเนินคดี แนะ คสช.สอบการใช้งบสภา ชี้นักการเมืองโกงไม่ได้ถ้าขรก.ไม่สมรู้ร่วมคิด ควรเชือดไก่ให้ลิงดู

 
                         7 มิ.ย. 57  นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายจักรภพ เพ็ญแข ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศระบุว่าจะเปิดตัวองค์กรต่อต้านรัฐประหาร ว่า นายจักรภพมีสถานะเป็นนักโทษหนีคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ดังนั้นคงไม่เหมาะสมที่จะใช้ความเป็นคนไทยแอบอ้างดำเนินการเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น 
 
                         นายชวนนท์ กล่าวว่า ล่าสุดกัมพูชาปฏิเสธมาแล้วว่า นายจักรภพไม่ได้อาศัยอยู่ในประเทศกัมพูชา อีกทั้งนายจักรภพก็ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่าไม่ได้อาศัยอยู่ในกัมพูชาแล้ว ดังนั้นสิ่งที่กระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานอัยการสูงสุด ควรเร่งดำเนินการคือ ส่งคำขอการจับกุมตัวชั่วคราวสำหรับคนที่มีคดีความอาญา และคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เช่นนายจักรภพ นายเอกภพ เหลือรา หรือ "ตั้ง อาชีวะ" และนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ "โกตี๋" ไปยังประเทศกัมพูชา เพื่อเป็นการยืนยันว่ากัมพูชาจะให้ความร่วมมือกับไทยในการควบคุมตัว หากบุคคลเหล่านี้เดินทางกลับเข้าไปในกัมพูชาอีก 
 
                         "ไทยและกัมพูชามีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน ซึ่งการส่งหนังสือดังกล่าว เพื่อดักทางไม่ให้ใช้คนเหล่านี้ใช้ประเทศเพื่อนบ้านและมิตรประเทศในการเคลื่อนไหว เพราะอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
แห่ชมงิ้วการเมืองแน่น มธ.
 
                         ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีการจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 27 มิถุนายน โดยในวันที่ 7 มิถุนายน มีการแสดงงิ้วธรรมศาสตร์ยุทธภพสารขัณฑ์ ตอน "80 ปี วงล้อธรรม ย้ำที่เดิม" ของกลุ่มอิสระงิ้วล้อการเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 
 
                         ทั้งนี้ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนให้ความสนใจทยอยเดินทางไปซื้อบัตรเข้าชมอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่พบกลุ่มการเมือง นักการเมือง หรือบุคคลทางการเมืองที่เป็นศิษย์เก่าเข้าร่วมชมการแสดงแต่อย่างใด ส่วนพื้นที่ภายนอกรอบๆ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยังคงสัญจรเป็นปกติ ไม่พบทหาร หรือตำรวจสวมเครื่องแบบดูแลพื้นที่
 
                         นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวเปิดการแสดงตอนหนึ่งว่า เนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปี วันสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยืนยันว่ามหาวิทยาลัยจะยืนหยัดตามหนทางของนายปรีดี พนมยงค์ ผู้ประศาสน์การคนแรกของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อให้เป็นมหาวิทยาลัยของประชาชนตลอดไป และวันที่ 27 มิถุนายนนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะจัดงานทำบุญด้วย 
 
 
 
แนะ คสช.สอบการใช้งบของสภา
 
 
                         น.ส.รังสิมา รอดรัศมี อดีต ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนจากข้าราชการดีๆ ในสภาผู้แทนราษฎร หลังจากที่ยุบสภาไปแล้วว่า กรรมาธิการทั้ง 35 คณะมีงบประมาณเหลือจ่ายจากการศึกษาดูงานต่างประเทศ ประมาณ 600 ล้านบาท ซึ่งปรากฏว่ามีการใช้อำนาจโยกงบดังกล่าวและเปิดโครงการเสริมสร้างศักยภาพข้าราชการ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยได้นำข้าราชการสภาและลูกจ้างพนักงานทั้งหมด 2,245 คน ไปดูงานในประเทศกลุ่มอาเซียน ซึ่งดำเนินการไปแล้วรุ่นที่ 1 และรุ่น 2 เมื่อวันที่ 22 เมษายน ส่วนรุ่นที่ 3 และ 4 เมื่อวันที่ 29 เมษายน ที่ผ่านมา 
 
                         ทั้งนี้ ตั้งแต่มีการยุบสภาและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาควบคุมอำนาจบริหาร แต่กลับมีการอนุมัติให้ข้าราชการ 211 คนไปดูงานที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยแบ่งเป็น 6 คณะ คือ คณะที่ 1 ระหว่างวันที่ 3-6 มิถุนายน, คณะที่ 2 ระหว่างวันที่ 9-12 มิถุนายน, คณะที่ 3 ระหว่างวันที่ 10-13 มิถุนายน, คณะที่ 4 ระหว่างวันที่ 16-19 มิถุนายน, คณะที่ 5 ระหว่างวันที่ 17-20 มิถุนายน และคณะที่ 6 ระหว่างวันที่ 23-26 มิถุนายน โดยอนุมัติงบเดินทางรวม 11,681,800 บาท และซอยเป็นงบประมาณคณะละ 1,940,000 บาท รวมระยะเวลาดูงานแต่ละชุด 4 วัน
 
                         "เป็นที่น่าสังเกตว่า หลังมีข่าวปรากฏในสื่อ ได้มีการสั่งยกเลิกโครงการนี้ลงทันที แต่คณะดูงานชุดที่ 1-2 ในเดือนมิถุนายนระงับไม่ทัน เพราะจ่ายเงินบริษัททัวร์ไปแล้ว ในส่วนของคณะที่ 3-6 ขอให้ระงับชั่วคราว แต่เกิดคำถามว่า ทำไมในการอนุมัติงานจึงซอยงบประมาณอยู่ที่ 1.9 ล้านบาท โดยจำนวนเงินไม่ถึง 2 ล้านบาท เป็นการเลี่ยงการจัดซื้อจัดจ้างไปใช้วิธีพิเศษหรือไม่ เพราะไปอินโดนีเซีย 4 วันใช้เวลาเดินทาง 2 วัน ดูงานจริงแค่ 2 วัน เฉลี่ยรายจ่ายต่อหัว 4 หมื่นบาท ถือว่าแพงเกินจริงไปหรือไม่ และการศึกษาดูงาน ที่จริงแล้วคือไปเที่ยวหรือไม่" น.ส.รังสิมา ตั้งข้อสังเกต และว่า หลังยกเลิกโครงการได้มีการสั่งเก็บเอกสารรายละเอียดของโครงการทั้งหมด ซึ่งในฐานะอดีตกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎร ได้จับตาการใช้จ่ายงบประมาณมาตลอด แต่ขณะนี้เมื่อไม่ได้เป็นกรรมาธิการแล้วก็ต้องขอให้ คสช.ติดตามเรื่องดังกล่าวด้วย
 
                         น.ส.รังสิมา ยังเรียกร้องให้ คสช.ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการใช้งบประมาณในสภา เพราะตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มีข้าราชการร้องเรียนกรรมาธิการชุดต่างๆ ถึงการใช้งบที่มากกว่าปกติ บางรายการไม่สมควรใช้จ่ายก็ยังใช้งบในลักษณะใช้ให้หมด เช่น การจัดซื้อชุดเก้าอี้รับแขกราคาชุดละกว่าล้านบาทหลายชุด และซื้อนาฬิกาเทวดาติดผนังเรือนละ 7.5 หมื่นบาท รวม 200 เรือน งบทั้งสิ้น 15 ล้านบาท ส่วนการปรับปรุงห้องนักข่าว 5 ล้านบาท สำหรับเครื่องทำน้ำดื่มราคา 7.5 หมื่นบาท จัดซื้อทั้งหมด 13 ล้านบาท และปรับปรุงห้องแลกบัตรบุคคลเข้า-ออกสภา ใช้งบ 4.8 ล้านบาท ขณะที่การจัดดอกไม้รับรองแขกในสภาครั้งละ 3 แสนบาท 
 
                         นอกจากนี้ ยังไม่รวมงบในการสร้างอาคารโรงพักของตำรวจรัฐสภา และงบสร้างห้องยุทธศาสตร์หรือวอร์รูมสภา อีกร่วม 100 ล้านบาท หรืองบในการติดตั้งกล้องซีซีทีวีในห้องประชุมกรรมาธิการอีกกว่า 30 ล้านบาท ทั้งที่มีโครงการจะก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ สร้างมาไม่กี่ปีก็ต้องทุบทำลายทิ้งจึงขอถามว่าการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อหวังกินเปอร์เซ็นต์หรือไม่อย่างไร และทำตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของสำนักนายกรัฐมนตรีหรือไม่ 
 
                         “คสช.ต้องดำเนินการเรื่องนี้ให้เด็ดขาด เพราะข้าราชการกล้าสนองการเมืองโดยไม่เกรงกลัวว่าจะถูกรับโทษ และยังกล้าทุจริตคอร์รัปชั่นอีก หาก คสช.ระบุว่าจะปราบปรามทุจริตจริงก็จำเป็นต้องเชือดไก่ให้ลิงดู ฉะนั้นอย่าบอกว่านักการเมืองขี้โกง เพราะถ้าข้าราชการประจำไม่ชั่ว ไม่ชงงาน รับสนองงานตามคำสั่งให้นักการเมืองโกง นักการเมืองก็โกงไม่ได้ แต่นี่มันสมรู้ร่วมคิดกันโกงงบแผ่นดิน" อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
 
                         น.ส.รังสิมา ระบุด้วยว่า อย่างน้อยที่สุดต้องย้ายข้าราชการคนนี้ออกจากตำแหน่งไปก่อน เพราะไม่เช่นนั้นสภานิติบัญญัติจะเกิดปัญหาใหญ่แน่นอน พร้อมสอบสวนและลงโทษตามวินัยด้วย หากมีการหมกเม็ดเพื่อให้เซ็นเอกสารบางอย่าง เรื่องนี้ข้าราชการดีๆ ในสภาอึดอัดใจมาก เพราะไม่ทำก็โดนหัวหน้าขู่ว่าจะถูกลงโทษ แต่ถ้าทำก็ติดคุก เพราะมีการโยกย้ายข้าราชการที่เป็นพวกพ้องให้ข้ามหัวระบบอาวุโสขึ้นมา เล่นพรรคเล่นพวก เพื่อสนองงานการเมือง หาก คสช.จะปราบปรามทุจริตจริงจะต้องล้างบางทุจริตในสภาให้เสร็จก่อน เพราะยังมีงบประมาณปี 2557 อีกมาก เช่น การก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ที่เกียกกายอีกนับหมื่นล้าน และข้อมูลเหล่านี้ก็เคยอภิปรายในสภามาแล้ว แต่ฝ่ายการเมืองก็ปกป้อง จึงขอฝากให้ คสช.ดำเนินการเป็นการบ้านด่วน