
ตร.เพชรฯ มืดแปดด้านล่ามือยิงปืนงานบวช..13ขวบดับ
ท่ามกลางบรรยากาศสนุกสนานของงานอุปสมบท เต็มไปด้วยเรื่องของบุญกุศลและวัฒนธรรมประเพณีของครอบครัวหนึ่ง จะกลายเป็นการหยิบยื่นความตาย และมัจจุราชพรากคนที่รักของอีกครอบครัวหนึ่งไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ !?!
ที่สำคัญเหยื่อรายนี้เป็นเพียงเด็กอายุแค่ 13 ปี และจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้า แม้ว่าตำรวจจะมีกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่อยู่ในข่ายเป็นผู้กระทำผิดอยู่ในมือแล้วก็ตาม
...บ่ายวันที่ 14 มิถุนายน ด.ต.ประยูร ธรรมกถึก สายตรวจ สภ.ชะอำ และสุนันท์ ธรรมกถึก ภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 58/3 หมู่ 8 ต.ท่ายาง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี พา "ยศศิริ ธรรมกถึก" หรือน้องฟลุค อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 ร.ร.คงคาราม บุตรชายไปเรียนว่ายน้ำที่สระ ร.ร.อนุบาลจังหวัดเพชรบุรี หลังศาลากลางและโรงพักเมืองเพชร
วันนี้เป็นวันที่สองแล้วที่น้องฟลุคมาเรียนว่ายน้ำ ด.ต.ประยูรและสุนันท์นั่งอ่านหนังสือรออยู่ริมสระน้ำ ส่วนบุตรชายลงไปหัดว่ายน้ำในสระมี "สายชล วชิรมงคลธร" ครูสอนว่ายน้ำและผู้ดูแลสระเป็นคนสอน จู่ๆ ก็มีเสียงกระเบื้องหลังคาสระว่ายน้ำแตกดังสนั่น น้องฟลุคที่กำลังว่ายน้ำอยู่กลางสระสะดุ้งสุดตัว ทำท่าจะจมน้ำสายชลกระโดดลงไปช่วยขึ้นมาจากสระ โดยมีสองผัวเมียเข้าช่วยประคอง ทั้งสามตกใจสุดขีดเมื่อพบว่าศีรษะมีแผลเลือดอาบ จึงแจ้ง รพ.จอมเกล้าเพชรบุรี มารับไปรักษา แต่แพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ ก่อนจะลงความเห็นว่าบาดแผลที่ศีรษะเกิดจากกระสุนที่ตกลงมาจากฟ้า !?!
หลังเกิดเหตุ ด.ต.ประยูร เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.หาญ แก้ววิชิต พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเพชรบุรี คดีนี้ตำรวจพุ่งเป้าไปที่งานอุปสมบทที่วัดชมพูพน ซึ่งอยู่ห่างจากโรงเรียนเกิดเหตุไปประมาณ 1.3 กิโลเมตร และวันเกิดเหตุภายในงานมีการยิงปืนขึ้นฟ้าด้วย จึงประสานเจ้าหน้าที่วิทยาการเขต 16 เพชรบุรี ไปตรวจสอบพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. 11 มม. เอ็ม 16 และปืนลูกซองตกอยู่ข้างอุโบสถร่วม 20 ปลอก
ตำรวจยิ่งมั่นใจยิ่งขึ้นเมื่อผลผ่าศพพิสูจน์โดยแพทย์สถาบันนิติเวชวิทยาพบว่า หัวกระสุนมรณะขนาด 11 มม. ซึ่งพบปลอกกระสุนตกอยู่ที่อุโบสถวัดชมพูพนด้วย แต่ถึงแม้จะมั่นใจอย่างไรก็ยากจะหาตัวคนร้าย เนื่องจากไม่มีพยานระบุว่าในงานบวชมีใครบ้างที่ยิงปืนขึ้นฟ้า แม้แต่ พ.ต.ท.หาญเองก็ยอมรับว่าหนักใจมากกับคดีนี้ เพราะไม่ได้รับความร่วมมือจากประชาชน
"ตอนแรกบอกว่าเห็นคนยิงหลายคน แต่พอให้ยืนยันว่าเป็นใครกลับไม่มีใครบอก ทำให้การสืบสวนติดตามผู้กระทำผิดยากขึ้น จากการตรวจสอบวิถีกระสุนมาจากทิศตะวันออก เป็นทิศที่วัดชมพูพนตั้งอยู่ เชื่อว่าต้องยิงมาจากวัดหรือใกล้เคียง ไม่ใช่ยิงมาจากด้านอื่นแน่นอน เนื่องจากตรวจสอบแล้วเวลานั้นไม่มีการยิงปืนที่อื่นเลย นอกจากบริเวณวัดชมพูพน" พ.ต.ท.หาญกล่าว
5 วันต่อมาตำรวจได้เชิญผู้ต้องสงสัยวัย 26 ปี ใน ต.คลองกระแชง เขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี มาสอบปากคำเนื่องจากมีพยานเห็นมาร่วมงานบวช ประกอบกับตำรวจสืบทราบว่ามีใบครอบครองปืนสั้นขนาด 11 มม. แต่ผู้ต้องสงสัยให้การว่าได้ขายปืนให้ผู้อื่นแล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา พร้อมแสดงหลักฐานการโอนปืนให้ดู ตำรวจจึงแจ้งข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ และยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ให้การปฏิเสธและขอประกันตัวออกไปชั่วคราว
ด้าน พ.ต.อ.วิฑูรย์ พละศาล ผกก.สภ.เมืองเพชรบุรี บอกว่า จากการรวบรวมพยานหลักฐาน เชื่อว่ากระสุนปืนที่ยิงน่าจะมาจากการแห่นาคที่วัดชมพูพน และปลอกกระสุนที่พบข้างโบสถ์จะเป็นหลักฐานสำคัญต่อการสืบสวนหาผู้กระทำผิด โดยตำรวจจะใช้หลักฐานหัวกระสุนเป็นตัวเชื่อมไปสู่การหาเจ้าของปืนและผู้กระทำความผิด
"สำหรับการยิงปืนในงานมงคล เช่น งานแต่งงาน งานบวช เป็นความเชื่อที่ลักลอบกระทำ ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ที่ผ่านมาตำรวจได้ขอความร่วมมือไปยังผู้นำท้องถิ่น ไม่ให้มีการยิงปืน แต่ก็มักจะมีการฝ่าฝืนตลอด หลังจากนี้ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและเฉียบขาด จะถือว่าวัวหายแล้วล้อมคอกก็ต้องยอมรับ" ผกก.สภ.เมืองเพชรบุรีกล่าว
คดีกระสุนปืนตกจากฟ้าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก "สายชล วชิรมงคลธร" ครู ร.ร.อนุบาลจังหวัดเพชรบุรี เล่าว่า เหตุการณ์ลูกกระสุนปืนตกใส่หลังคาทะลุลงมาในสระว่ายนี้ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 แล้ว เมื่อปี 2551 เคยเกิดเหตุลักษณะนี้มาแล้ว 2 ครั้ง โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ เพียงแค่หลังคาสระว่ายน้ำได้รับความเสียหายและพบหัวกระสุนปืนเท่านั้น
สอดคล้องกับ พล.ต.ต.วิรัช วัชรขจร ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี ที่ออกมายอมรับว่า คนเมืองเพชรยิงปืนขึ้นฟ้าบ่อย และมีกระสุนปืนตกโดนทรัพย์สินชาวบ้านเสียหายหลายราย แต่เป็นความเสียหายเล็กน้อย ส่วนใหญ่ไม่ได้มาแจ้งความ แต่รายนี้เสียหายหนักที่สุดถึงกับเสียชีวิต
อุบัติเหตุลักษณะนี้ป้องกันได้ ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดจริงจัง !?!
กัมปนาท ขันตระกูล



