
เปิดตัว 'แม่ทัพเศรษฐกิจ' กับดรีมทีม 'บูรพาเทวัญ'
07 มิ.ย. 2557
เปิดตัว 'แม่ทัพเศรษฐกิจ' กับดรีมทีม 'บูรพาเทวัญ'
การขับเคลื่อนนโยบายด้านเศรษฐกิจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเปรียบเทียบกับคณะรัฐประหาร พ.ศ.2549
เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้แบ่งงานให้ "รองหัวหน้า คสช." หรือเปรียบเสมือน "รองนายกรัฐมนตรี" เข้าดูแลกระทรวงต่างๆ และดำเนินการสานต่องานที่คั่งค้างมาจากรัฐบาลเก่าทันที
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น รองหัวหน้า คสช. รับผิดชอบฝ่ายเศรษฐกิจ ซึ่งได้เข้าไปดูแลกระทรวงพลังงาน, กระทรวงคมนาคม, กระทรวงอุตสาหกรรม และรัฐวิสาหกิจต่างๆ
ด้วยประสบการณ์บนน่านฟ้าโชกโชนกับเครื่องบินขับไล่ ก็สามารถนำมาปรับใช้ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสถานการณ์การเมืองไทย ก่อนหน้าจะเกิดการรัฐประหาร
เพราะกว่าที่ พล.อ.อ.ประจิน จะได้ขึ้นครองเก้าอี้ ผบ.ทอ. ก็ถูกสแกนอย่างละเอียดจากคนในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดยเฉพาะ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหมในเวลานั้น
และในช่วงการเมืองชุลมุน วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2557 คณะกรรมการบริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีมติให้ พล.อ.อ.ประจิน ซึ่งดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการบริษัท คนที่หนึ่งอยู่แต่เดิม ขึ้นเป็นประธานกรรมการบริษัท
ว่ากัน ตำแหน่งประธานบอร์ดการบินไทย กลายเป็นบันไดให้ พล.อ.อ.ประจิน ได้มาดูแลด้านเศรษฐกิจ ในฐานะรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ แบบไม่คาดฝัน
นอกจากแม่ทัพฟ้า จะได้เป็นมือเศรษฐกิจแล้ว ทางกองทัพบก ก็ส่ง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก มาช่วยงานรองหัวหน้า คสช.ฝ่ายเศรษฐกิจ หรือเป็น รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ รับผิดชอบกระทรวงการคลัง, กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรฯ
พล.อ.ฉัตรชัย ผ่านตำแหน่งสำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็นเจ้ากรมการเงินทหารบก, รองปลัดบัญชีทหารบก, ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5, ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ฝ่ายส่งกำลังบำรุง และตำแหน่งล่าสุดคือ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก
เป็นที่ทราบกันดีว่า "พล.อ.ฉัตรชัย" ถือว่าเป็นแม่บ้านของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่มาดูแลเรื่องงบประมาณ และงานในสายส่งกำลังบำรุงให้
นอกจากนี้ พล.อ.ฉัตรชัย ในบทบาท ผอ.ททบ.5 ก็มีการปฏิวัติระบบภายในองค์กรหลายอย่าง และรับนโยบายโปร่งใสของ พล.อ.ประยุทธ์ โดยนำผลประโยชน์ทุกอย่างเข้า ทบ.ส่วนกลาง
ด้วยเหตุนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้า คสช. จึงเลือกเพื่อนรัก-พล.อ.ฉัตรชัย มาดูแลงานด้านเศรษฐกิจ คู่กับ พล.อ.อ.ประจิน ซึ่งทั้งคู่สามารถทำงานกับข้าราชการประจำได้เป็นอย่างดี
นอกจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ก็ได้มอบหมายภารกิจสำคัญแก่ "นายทหารใหญ่" ระดับหัวแถวของกองทัพบก เสมือนว่าเป็น "รัฐมนตรี" ของคณะบริหารประเทศ ในสถานการณ์ไม่ปกติ
คนแรกคือ "บิ๊กโด่ง" พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รองผู้บัญชาการทหารบก เป็น เลขาธิการ คสช.
พล.อ.อุดมเดช รอง ผบ.ทบ. (ตท.14) เป็นนายทหารสาย "ทหารเสือราชินี" ที่เคยร่วมรบและรับราชการใกล้ชิด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รองประธานที่ปรึกษา รสช.
ชั่วโมงนี้ "บิ๊กโด่ง" ได้รับมอบหมายให้ประสานงานกับคณะที่ปรึกษา คสช. ประสานกับภาคส่วนราชการ และปฏิบัติหน้าที่แทนหัวหน้า คสช. ในบางวาระ
จริงๆ แล้ว ตำแหน่งเลขาธิการ คสช. ของ พล.อ.อุดมเดช ก็ไม่ต่างจากตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี หรือ "นายกฯ น้อย" นั่นเอง
คนที่สอง "บิ๊กต๊อก" พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ทบ.) เป็นหัวหน้าฝ่ายกฎหมายของ คสช.
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผช.ผบ.ทบ. เติบโตมาจากสาย "วงศ์เทวัญ" และเป็นวงศ์เทวัญที่ทำงานเข้าตา พล.อ.ประยุทธ์ จึงได้รับมอบหมายให้ดูงานปฏิรูปกฎหมายและความยุติธรรม
มิเพียงเท่านั้น พล.อ.ไพบูลย์ ยังสั่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)ดำเนินมาตรการเร่งด่วน 6 มาตรการ หยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติดให้ได้
ดูจากภารกิจของ พล.อ.ไพบูลย์ ก็คล้ายกับบทบาทรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนั่นเอง
คนที่สาม "บิ๊กอิ๊ด" พล.ท.ภาณุวัชร นาควงษม์ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ฝ่ายกิจการพลเรือน (ผช.เสธ.ทบ.) เป็นหัวหน้าคณะทำงานประชาสัมพันธ์ คสช.
พล.ท.ภาณุวัชร นาควงษม์ ผู้ช่วย เสธ.ทบ. (ตท.17) เป็นสาย "บูรพาพยัคฆ์" และงานด้านสื่อ ที่ พล.ท.ภาณุวัชร รับผิดชอบนั้น ได้มีการกำหนดกรอบแนวทางการทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน การสร้างความปรองดอง และการสร้างความสามัคคี
จะว่าไปแล้ว บทบาทนี้ก็คือ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลด้านสื่อ
คนที่สี่ "บิ๊กโชย" พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ฝ่ายยุทธการ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ผอ.ศปป.)
พล.ต.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผช.เสธ.ทบ. (ตท.16) เป็นทหารสายวงศ์เทวัญ ซึ่งการเข้ามาเป็น ผอ.ศปป. ก็เป็นการพลิกบทบาทจาก "สายบู๊" มาเป็น "สายบุ๋น"
เนื่องจาก ศปป. จะทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ทุกกลุ่มทุกฝ่ายได้มาช่วยกันสร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม ให้สังคมไทยยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง บริหารความขัดแย้งอย่างเท่าเทียม
ที่สำคัญ ศปป.จะต้องทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย พล.ท.กัมปนาท จึงไม่ต่างอะไรกับรัฐมนตรีมหาดไทย
คนที่ห้า "บิ๊กหมู" พล.ท.ธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1 เป็น ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (ผบ.กกล.รส.)
พล.ท.ธีรชัย นาควานิช (ตท.14) มาจากสาย "บูรพาพยัคฆ์" และบิ๊กหมูเป็นน้องสุดที่รักของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษา คสช.
หลังการยึดอำนาจ พล.ท.ธีรชัย ก็ได้เรียกประชุมชี้แจงแนวทางการปฏิบัติ และเน้นย้ำนโยบายสำคัญต่อตัวแทนทุกส่วนราชการ พร้อมกำชับให้กองกำลังทุกกองทัพภาค และในกรุงเทพฯ ติดตามจับกุมกลุ่มคนที่ติดอาวุธให้ได้อย่างต่อเนื่อง
พูดง่ายๆ พล.ท.ธีรชัย ก็สวมหมวกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ที่คุมทั้งทหาร ตำรวจ และข้าราชการฝ่ายปกครอง
ทั้งหมดนี้ เป็น "5 พยัคฆ์บูรพาเทวัญ" อันหมายถึงเหล่านายทหารที่มาจากสายบูรพายัคฆ์(พล.ร.2 รอ.) กับวงศ์เทวัญ (พล.ร.1 รอ.) หลอมรวมใจกันเพื่อชาติ และราชบัลลังก์



