ข่าว

'ขวัญชัย'จับมือ'แกนนำกปปส.'ซดโจ๊ก

'ขวัญชัย'จับมือ'แกนนำกปปส.'ซดโจ๊ก

06 มิ.ย. 2557

อุดรธานีเดินหน้าอุดรโมเดลจัดกิจกรรม 'กินกาแฟสามัคคียามเช้า' เชิญ 'ขวัญชัย-แกนนำกปปส.' ร่วมโต๊ะปรองดอง

 
                   6 มิ.ย.57 เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ร้านโจ๊กไข่กระทะยิ่งอุดม ห้าแยกวุ่นวาย เทศบาลนครอุดรธานี พล.ต.สิทธิ จันทร์สมบูรณ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบก (มทบ.) ที่ 24 ในฐานะผู้บัญชาการ กองกำลังรักษาความสงบ จ.อุดรธานี , นายสุทธินันท์ บุญมี รอง ผวจ.อุดรธานี , พล.ต.ทศพล คำสุพรหม รอง ผอ.รมน.อุดรธานี , พ.ต.อ.จักฎ์กฤษณ์ จันทรรัตน์ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี รักษาราชการแทน ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมตัวแทนส่วนราชการ ร่วมทำกิจกรรม “กินกาแฟสามัคคียามเช้า” ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งของโครงการ “สร้างความสุขเดินหน้าประเทศ” หรือ “อุดรโมเดล” ในการตั้งศูนย์ปรองดรองสมานฉันท์ เดินหน้าประเทศ ของ จ.อุดรธานี ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ สั่งให้ดำเนินการทั่วประเทศ
 
                   กิจกรรม “กินกาแฟสร้างสามัคคียามเช้า” ทางฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหาร ได้เชิญบุคคลสำคัญในพื้นที่ แกนนำแต่ละสีเสื้อ มาร่วมรับประทานอาหารเช้า นายรังษี ศุภชัยสาคร และนายดนุช ตันเทิดทิตย์ แกนนำ กปปส.อุดรธานี เดินทางมาถึงก่อน จากนั้นนายขวัญชัย สาราคำ หรือขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร เดินทางมาพร้อมกับนางอาภรณ์ สาราคำ อดีต ส.ว.อุดรธานี ภรรยา ทั้งหมดร่วมรับประทานอาหารเช้าในโต๊ะเดียวกัน แต่ไม่ได้สนทนากันเป็นการส่วนตัว มีเพียงการพูดจาผ่านคนกลางกันเล็กน้อยเท่านั้น หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ ทุกคนได้ร่วมจับมือ เพื่อบันทึกภาพประวัติศาสตร์ไว้
 
                   นายสุทธินันท์ บุญมี รอง ผวจ.อุดรธานี ในฐานะ รอง ผอ.รมน.อุดรธานี เปิดเผยว่า จ.อุดรธานี เริ่มดำเนินกิจกรรมในการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ในพื้นที่ เดินหน้าอุดรโมเดล ซึ่งวันนี้เราจึงได้เชิญให้บุคคลสำคัญในพื้นที่เข้ามาร่วมกิจกรรมกินกาแฟสร้างสามัคคียามเช้า ด้วยบรรยากาศที่เรียบง่าย ไม่ต้องมีพิธีรีตรอง ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดี บุคคลที่เดินทางมา จะไม่มีการพูดคุยรื้อฟื้นเรื่องในอดีตมาพูด แต่จะให้ทุกคนเริ่มต้นพูดจาด้วยกันเริ่มนับหนึ่งใหม่ และอาจจะจัดกิจกรรมลักษณะนี้ไปเรื่อย ๆ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละคน
 
                   “ส่วนการเดินหน้าจัดกิจกรรมที่อุดรธานี ตามโครงการสร้างความสุขเดินหน้าประเทศ แต่ละอำเภอกำลังดำเนินการในแต่ละพื้นที่ ซึ่งคงไม่ต้องมีการตั้งกรรมการขึ้นมาใหม่ เพราะที่ผ่านมาแต่ละอำเภอ แต่ละตำบล หมู่บ้าน มีผู้ใหญ่บ้าน กำนัน เกษตรฯตำบล อำเภอ พัฒนาการอำเภอ ซึ่งปกติก็ต้องพบปะกับชาวบ้านอยู่แล้ว และทราบว่าชาวบ้านคนไหนเป็นอย่างไร เพียงแต่เจ้าหน้าที่ของรัฐเหล่านี้ ลงไปสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านให้มากขึ้น สร้างความปรองดองและให้ชาวบ้านได้เข้าร่วมกิจกรรมผูกเสี่ยวที่จะเริ่มวันแรกในวันที่ 11 มิถุนายน นี้ ทั้ง 20 อำเภอพร้อมกัน”
 
                   นายขวัญชัย กล่าวว่า การมาพบปะพูดคุยกันวันนี้ น่าจะเป็นนิมิตรหมายที่ดี เพราะตนก็หวังว่าการเข้ามาของ คสช.น่าจะยุติปัญหาต่าง ๆ ที่มีความขัดแย้งมานานกว่า 8 ปีลงได้ แต่คงต้องใช้เวลาและความร่วมมือกันด้วย ซึ่งทางภาคประชาชนไม่มีความกระด้างกระเดื่องแน่นอน เราพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ เพราะคนของกลุ่มตนในนามคนรากหญ้าประชาชนคนเสื้อแดง ที่ออกมาต่อสู้เรียกร้อง เพราะไม่ต้องการอะไร เพียงต้องการความยุติธรรม สร้างความถูกต้องเท่านั้นเอง เราพร้อมให้ความร่วมมือ ให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า กลัวอับอายประเทศเพื่อนบ้านเขา ที่จะก้าวเข้าสู่เออีซีแล้ว ถ้ายังทะเลาะกันอยู่ บ้านเมืองคงไม่มีความสงบสุขแน่นอน
 
                   นายดนุช ตันเทิดทิตย์ อดีต แกนนำ กปปส.อุดรธานี กล่าวว่า การร่วมรับประทานอาหารวันนี้ ต่อไปต้องดูว่าภาครัฐฯจะทำอะไรต่อจากวันนี้ ไม่ใช่กินข้าวเสร็จต่างคนต่างไป มันจะไม่เกิดประโยชน์ หวังว่าโครงการต่อไปของทางจังหวัดที่จะเกิดขึ้น ตามที่รอง ผวจ.อุดรธานี บอกไว้ ที่จะมีการเสวนาหรือมีอะไรอีกหลายสิ่ง ทั้งนี้บานเมืองจะสงบได้นั้น ความคิดของประชาชนต้องเหมือนกันก่อน เราจะไปด้วยกันได้ตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ถ้าคิดเหมือนกัน เราก็กินข้าวกันต่อ ไม่ว่าอะไรกันอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่กลุ่มสองกลุ่มนี้เท่านั้น โดยความคิดที่จะมีการร่วมเสวนาในอนาคตตนคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ดี ที่จะเดินหน้าต่อไป
 
 
สิงห์บุรีเดินหน้าสร้างความปรองดองเต็มสูบ
 
 
                   นายสุรพล แสวงศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เปิดเผยว่า หลังจากที่ทางจังหวัดสิงห์บุรี ได้จัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปจังหวัดสิงห์บุรี ไปแล้วเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2557 ที่ผ่านมา และแต่งตั้งคณะทำงานด้านต่างๆ รวม 4 ด้านเพื่อทำงานนั้น ในส่วนของคณะทำงานด้านปฏิบัติการแก้ไขความขัดแย้ง ซึ่งก็มีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน มีนายอำเภอ ตำรวจเป็นคณะทำงาน ในขณะนี้ทักอำเภอก็ได้ส่งเจ้าหน้าไปร่วมกับกำนันผู้ใหญ่บ้าน จัดการประชุมชี้แจงในเรื่องของเหตุผลความจำเป็น 10 ประการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ที่ทำการยึดอำนาจ และรับฟังข้อมูลความต้องการของประชาชนในแต่ละหมู่บ้านและชุมชนครบแล้วจำนวน 378 หมู่บ้านและชุมชน ซึ่งระหว่างนี้ในแต่ละอำเภอก็จะทำการประเมินความต้องการของแต่ละหมู่บ้านว่า ในแต่ละหมู่ต้องการให้ทางจังหวัดสนับสนุนอะไร เพื่อใช้ในการจัดกิจกรรมสร้างความปรองดองในหมู่บ้านและชุมชนต่อไป
 
                   ในส่วนของกิจกรรมอื่นๆ ทางจังหวัดก็ได้มีการดำเนินการควบคู่กันไปด้วย โดยทางจังหวัดกำหนดจัดกิจกรรมรวมพลังสร้างความสามัคคีครั้งใหญ่ โดยตั้งเป้าประชาชนจะมาร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 5,000 คน  เอาไว้ในวันที่ 10 มิถุนายน 2557 ที่บริเวณอนุสาวรีย์วีรชนชาวบ้านบางระจัน อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งก็จะมีกิจกรรมให้ประชาชนที่ไปรวมได้ทำรวมกัน เช่น ร้องเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมีร่วมกัน มีการแสดงดนตรีจากมณฑลทหารบกที่ 13 การแสดงลำตัด และพิธีสักการะดวงวิญญาณวีรชน จากนั้นก็จะเป็นการกล่าวปฏิญาณตนและให้คำมั่นสัญญาว่าจะร่วมปรองดองสมานฉันท์เพื่อความสงบสุขของคนในชาติ ก่อนที่จะมีการลงนามในคำรับรองต่อไป
 
                   นายสุรพล แสวงศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดสิงห์บุรี เป็นจังหวัดไม่ใหญ่ ความขัดแย้งทางการเมืองก็มีไม่มาก และที่ผ่านมาประชาชนชาวสิงห์บุรี ส่วนมากก็อยากที่จะให้ความขัดแย้งนั้นจบสิ้นลงไปอยู่แล้ว ดังนั้นในการทำรัฐประหารของ คสช. ที่ผ่านมา ประชาชนชาวสิงห์บุรี ก็เห็นด้วยกับการทำรัฐประหาร และก็พร้อมที่จะให้ความรวมมือกับ คสช. ในการสร้างความปรองดองในประเทศอยู่แล้ว
 
 
เวทีปรองดองสมานฉันท์พิษณุโลก-ขอร้องทุกสียุติความเคลื่อนไหว
 
 
                   จังหวัดพิษณุโลกเป็นอีกหนึ่งจังหวัดในภาคเหนือที่มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองเห็นต่างสุดขั้วแนวคิด การเคลื่อนไหวในอดีตมีทั้งมวลชนแดง เหลือง หรือแม้กระทั่งเสื้อขาวออกมาเคลื่อนไหว แต่ก็มีเสน่ห์ในตัวคือ มวลชนต่างขั้ว ต่างความคิด ไม่เคยมีเหตุปะทะด้วยกำลัง หรือมีความรุนแรงใส่กัน
 
                   รอบปี 2557 ที่ผ่านมา ก่อนคสช.ยึดอำนาจ มีการแสดงออกทางการเมืองทั้งฝั่งกปปส.และฝั่งนปช.ในเขตตัวเมืองพิษณุโลกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเคลื่อนไหวใหญ่ เคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ และทุกความเคลื่อนไหวก็อยู่ในการเฝ้าติดตามสังเกตการณ์จากฝ่ายข่าวความมั่นคงของกองทัพภาคที่ 3 กระทั่งนำมาสู่การเชิญตัวแกนนำหลายคน เข้ามารายงานตัว ทำความเข้าใจ ขอร้องให้ยุติการเคลื่อนไหว เพื่อจัดระเบียบสังคมไม่ให้เกิดความวุ่นวาย ควบคู่ไปกับการตั้งด่านสกัด สนธิกำลังระหว่างทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง ทำให้พื้นที่พิษณุโลก จังหวัดที่ตั้งสำคัญของกองทัพภาคที่ 3 สถานการณ์ทางการเมืองยิ่ง สงบ ไร้ความเคลื่อนไหวต่อต้านคสช.
 
                   ห้วงระยะเวลาต่อนี้ไป การสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ ถือเป็นภารกิจหลัก ที่ต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ และถ้าจะนับเวทีปรองดองสมานฉันท์ ตามนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) มีเวทีที่เริ่มอย่างเป็นทางการที่อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ที่ห้องประชุมเขื่อนนเรศวร อำเภอพรมพิราม จังหวัดพิษณุโลก พ.อ.โอฬาร  หาญสุรภานนท์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยนายประทีป  ศิลปเทศ ปลัดจังหวัดพิษณุโลก ร่วมเปิดการจัดเวทีเสวนาสร้างความปรองดองสมานฉันท์ คืนความสงบสุขให้คนในชาติ
 
                   โดยมีชาวบ้านราษฏรอาวุโส กำนัน และนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ของทุกตำบล ของอำเภอพรหมพิราม มาร่วมเวทีในครั้งนี้ด้วย เพื่อแสดงความคิดเห็นและร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง และสำรวจความสงบสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเปิดเวทีให้ผู้นำท้องถิ่นละผู้นำท้องทีมีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการบริหารงานและเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งซึ่งกันและกัน ทั้งจะได้ทำความเข้าใจในเหตุผลการประกาศกฏอัยการศึกและการปฏิบัติงานของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติด้วย
 
                   พ.อ.โอฬาร หาญสุรภานนท์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า จังหวัดพิษณุโลก โดย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิษณุโลก ได้จัดตั้งศูนย์ปรองดองสร้างความสมานฉันท์ระดับจังหวัดอย่างเป็นทางการในวันนี้ โดยจะเริ่มต้นจากระดับอำเภอ หมุนเวียนไปตามอำเภอต่างๆเพื่อให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ อย่างยั่งยืนต่อไป
 
                   ก่อนหน้านี้พิษณุโลกเองก็มีความฮือฮาไม่ใช่น้อย ก่อนที่จะเดินสายเวทีปรองดองไปตามอำเภอต่าง ๆ ในวันที่ 30 พ.ค.2557 นายระพี  ผ่องบุพกิจ ผวจ.พิษณุโลก เป็นแม่งานในการจัดเวทีละลายสีเสื้อสร้างสมานฉันท์ เชิญแกนนำกกปส.พิษณุโลก หรือ อดีตที่เคยเคลื่อนไหวในเสื้อเหลือง และแกนนำนปช.พิษณุโลก หรือ กลุ่มคนเสื้อแดง มากินข้าวกลางวัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองพิษณุโลก โดยมีพ.อ.นพพร  เรือนจันทร์ รองผบ.กองพลทหารราบที่ 4 มาร่วมด้วย
 
                   เวทีละลายสีเสื้อเหลือง-แดง ที่ว่าการอำเภอเมืองพิษณุโลกในวันนั้น เป็นนิมิตหมายที่ดี ต่างคนต่างขั้วต่างความคิด ได้มาพบปะกันซึ่ง ๆ หน้า ได้ทำความรู้จัก แลกเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ หลายคนระบายความอัดอั้นในใจ โดยมีฝ่ายมหาดไทยและทหาร รับฟัง เพราะอดีต ต่างคนต่างเคลื่อนไหวตามแนวทางของตน ต่างเคยขับเคลื่อนกิจกรรมในพิษณุโลก และร่วมกับมวลชนเข้าเคลื่อนไหวในส่วนกลาง รู้จักเพียงหน้า หรือชื่อเสียง แต่ไม่เคยคุยกัน วันนี้ แกนนำเสื้อเหลือง-เสื้อแดง ได้เปิดใจและรู้จักกันมากขึ้น แม้ว่าอาจจะยังมีความคิดต่างทางการเมือง แต่วัตถุประสงค์ ก็ต่างเห็นการพัฒนาชาติบ้านเมืองไปในทิศทางที่ดี
 
                   พ.อ.นพพร เรือนจันทร์ รอง ผบ.พล. ร.4 กองทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า ในวันนี้เราเชิญชวนให้พวกเราเดินหน้าประเทศชาติ เพราะพิษณุโลกเป็นต้นกำเนิดของประเทศชาติ ขอให้เราร่วมมือกัน ทุกคนหวังดีต่อชาติทั้งสิ้น แต่ความคิดเราแตกต่างกันแค่นั้น เป้าหมายของเราเพื่อชาติบ้านเมืองทุกคน ภายใต้องค์ร่วมเรามุงหวังเพื่อชาติบ้านเมืองทั้งนั้น ตำรวจทหารก็ทำเพื่อบ้านเมือง เป็นมิติที่ดีที่เราได้มาพูดคุยกัน และขอร้องให้ยุติการเคลื่อนไหว หากมีการเคลื่อนไหวใด ๆ ฝ่ายความมั่นคงก็ต้องดำเนินการ
 
                   นอกเหนือจากเวทีสมานฉันท์ที่มีการขับเคลื่อนไปแล้ว ทางกองทัพภาคที่ 3 โดยพล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 3 ก็เดินหน้าสร้างความสมานฉันท์ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ จัดกิจกรรมคืนความสุขให้ประชาชน ณ เวทีสวนชมน่านเฉลิมพระเกียรติฯ อ.เมืองพิษณุโลก เมื่อวันพุธที่ 4 มิถุนายน 2557 ตั้งแต่เวลา 17.00-19.00 น. โดยจัดกิจกรรมดนตรีในสวน นำวงดนตรีจังหวัดทหารบกพิษณุโลกมาแสดงให้ประชาชนที่ร่วมงานได้สนุกสนาน ผ่อนคลาย พร้อมกับจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ บริการตัดผม ให้กับผู้ร่วมงาน
 
                   พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า ทางกองทัพภาคที่ 3 ได้จัดกิจกรรมคืนความสุขให้กับประชาชนที่ จ.พิษณุโลก เป็นแห่งแรก จากนั้นจะมีหน่วยทหารในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 ทั้งพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทยอยเริ่มทำกิจกรรมต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ เพื่อทำให้ประชาชนคลายความเครียด ได้รับชมการแสดง การร้องเพลง และเล่นเกมส์ ที่ทางทหารจัดขึ้น ซึ่งจังหวัดพิษณุโลกมีประชาชนให้ความร่วมมือร่วมกิจกรรมกับทหารอย่างสนุกสนาน เชื่อว่ากิจกรรมดังกล่าวจะทำให้ประชาชนมีความสุข
 
                   นายป็อก เสืออยู่สาย อายุ 68 ปี ชาวบ้านม.4 ต.วัดจันทร์ อ.เมืองพิษณุโลก ที่มาร่วมงานคืนความสุขให้ประชาชน กล่าวว่า เป็นกิจกรรมที่ดี ประชาชนจะได้ผ่อนคลายบ้าง ตรึงเครียดมาตลอดทั้งปี หลังคสช.ยึดอำนาจ และเริ่มเข้ามาดูแลบริหารประเทศ เชื่อว่าสถานการณ์จะดีขึ้น เพราะการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่าง ๆ ยุติลง หลาย ๆ สิ่งที่มีปัญหาก็แก้ไขได้ โดยเฉพาะเงินจากโครงการรับจำนำข้าว
 
                   ร.อ.อุบล พุทธรักษ์ นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า บรรยากาศการจัดงานคืนความสุขให้ประชาชนดีมาก ทำให้ประชาชนได้ผ่อนคลายจากความเครียดทางการเมืองที่มีมานาน กองทัพน่าจะจัดกิจกรรมอย่างนี้บ่อย ๆ กระจายไปหลายพื้นที่ และควรเชิญกลุ่มที่เคยมีความเห็นต่างทางการเมืองกันมาร่วมให้มากขึ้น
 
                   ผ่านมาร่วมครึ่งเดือนแล้ว หลังประกาศกฎอัยการศึก ต่อเนื่องถึงการควบคุมอำนาจการบริหารประเทศ สำหรับจังหวัดพิษณุโลกแล้ว การเคลื่อนไหวทางการเมืองต่าง ๆ หยุดนิ่ง แต่ความเห็นต่างทางการเมืองที่ฝังลึกมานานเชื่อว่ายังคงมีอยู่ในแต่ละตัวบุคคล เวทีปรองดองสมานฉันท์ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้พูดคุย แสดงความในใจ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น น่าจะทำให้ทิศทางการเคลื่อนไหวทางการเมืองของประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ในอนาคตเป็นไปในทิศทางดีขึ้นบ้าง ไม่ต่างขั้วสุดโต่งเหมือนในอดีต